รัสเซียเตือนให้ชาวต่างชาติรีบอพยพออกจากกรุงเคียฟโดยด่วน ลั่นเล็ง “โจมตีอย่างเป็นระบบ” ต่อเป้าหมายต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับกองทัพและศูนย์กลางการตัดสินใจต่างๆ ในเมืองหลวงของยูเครน หลังจากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งถล่มเคียฟระลอกใหญ่ที่สุดนับจากเริ่มต้นสงคราม เพื่อล้างแค้นที่ยูเครนส่งโดรนโจมตีหอพักนักศึกษาของแดนหมีขาวในแคว้นลูฮันสก์
กระทรวงการต่างประทศรัสเซียแถลงเมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) ว่า เซียร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้แจ้งกับมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระหว่างหารือทางโทรศัพท์ว่า การโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ คือการตอบโต้การก่อการร้ายของรัฐบาลยูเครนต่อพลเรือนในรัสเซียที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำแถลงระบุเพิ่มเติมว่า กองทัพรัสเซียกำลังเริ่มการโจมตีอย่างเป็นระบบต่อเป้าหมายต่างๆ ในกรุงเคียฟที่สนับสนุนภารกิจของกองทัพยูเครน ตลอดจนถึงพวกศูนย์กลางที่มีการตัดสินใจซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายต่อรัสเซีย
ก่อนหน้านั้น กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียยังได้ออกคำแถลงเรียกร้องให้ชาวต่างชาติ ซึ่งรวมถึงนักการทูตและเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ อพยพออกจากเมืองหลวงยูเครนโดยเร็วที่สุด
ฝ่ายรัสเซียอ้างว่า เมื่อวันศุกร์ (22) ที่ผ่านมา ยูเครนส่งโดรนลำหนึ่งโจมตีหอพักนักศึกษาที่ตั้งอยู่ในแคว้นลูฮันสก์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของยูเครนแต่เวลานี้อยู่ใต้การควบคุมของรัสเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 คน และต่อมา ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินได้ออกคำสั่งให้กองทัพแดนหมีขาวตอบโต้
ขณะที่กองทัพยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าเป้าหมายที่ฝ่ายตนโจมตีในบริเวณดังกล่าว คือหน่วยบัญชาการโดรน
ที่กรุงเคียฟในวันจันทร์ (25) เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งช่วยเหลือเหยื่อการโจมตีของรัสเซีย ซึ่งทางการยูเครนเผยว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คนและบาดเจ็บหลายสิบคน
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ของยูเครน บอกว่า การโจมตีของรัสเซียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายใน 300 จุด ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกโศกนาฏกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชร์โนบิลปี 1986
ทั้งนี้ การโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ มอสโกยังได้ยิงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก “โอเรชนิก” โจมตีบริเวณใกล้เคียฟ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบกว่า 4 ปีของสงครามในยูเครนที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธรุ่นนี้ที่เร็วกว่าเสียง 10 เท่าและสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัสเซียก็เคยเรียกร้องให้พลเมืองและนักการทูตต่างชาติอพยพออกจากเคียฟ พร้อมขู่โจมตีระลอกใหญ่กลางเมืองหลวงของยูเครน หากยูเครนมีปฏิบัติการขัดขวางพิธีสวนสนาม ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่จัตุรัสแดงในกรุงมอสโกในช่วงเวลาดังกล่าว
ภายหลังการโจมตีระลอกล่าสุดของแดนหมีขาว ทางด้านอันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X เรียกร้องชาติพันธมิตรไม่ให้ยอมอ่อนข้อตามคำขู่ของรัสเซีย
ขณะที่ แคทารินา มาเทอร์โนวา เอกอัครราชทูตของสหภาพยุโรป ประจำเคียฟ ขานรับว่า รัสเซียต้องการสร้างหวาดกลัวและแตกตื่นเพื่อโดดเดี่ยวยูเครน ซึ่งไม่ได้ผลแต่อย่างใด และย้ำว่า อียูจะไม่ไปจากเคียฟและจะเคียงข้างยูเครนต่อไป
ขณะเดียวกัน ยูเครนยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและเป้าหมายด้านอุตสาหกรรมของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เช่น ที่แคว้นเบลโกร็อด และ โดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครนแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย โดยเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน
ทางด้านรูบิโอกล่าวเมื่อวันอังคาร (26 พ.ค.) ว่า วอชิงตันยังพร้อมเป็นตัวกลางระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพื่อหาทางยุติสงครามที่ขณะนี้ดำเนินมายาวนานกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว
ทั้งนี้ ความพยายามของอเมริกาในการยุติสงครามในยูเครนล้มเหลวมาตลอด และทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่า พยายามปลุกปั่นให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ทางฝั่งยูเครนมีแผนส่งกำลังเสริมไปยังดินแดนตอนเหนือเนื่องจากเชื่อว่า รัสเซียกำลังเล็งโจมตีระลอกใหม่
เซเลนสกี้เปิดเผยเมื่อคืนวันจันทร์ว่า ยูเครนมีความคืบหน้าเล็กน้อยเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธร่วมกับอเมริกา และย้ำว่า เคียฟคาดหวังว่า วอชิงตันจะมีมาตรการทางการทูตใหม่ๆ ออกมา
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)