xs
xsm
sm
md
lg

‘อิหร่าน’บลัฟ‘อเมริกา’หมดพิษสงฟื้นสงครามขึ้นมาใหม่ ด้านทรัมป์นัดถกครม. ยังโวมั่นใจใกล้บรรลุข้อตกลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พ่อค้าชั่งน้ำหนักแกะเพื่อขายให้ลูกค้าที่ตลาดปศุสัตว์ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านเมื่อวันพุธ (27 พ.ค.) อันเป็นวันแรกของการฉลองเทศกาลตรุษอีดิล อัฎฮา ปีนี้ ตามการคำนวณของทางอิหร่าน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเห็นกันว่าเป็นกลุ่มที่มีอำนาจอิทธิพลสูงที่สุดในอิหร่านเวลานี้ ระบุมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดสงครามขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากศัตรูอ่อนแอลงเยอะ ตรงข้ามกับอิหร่านที่กำลังซุ่มรอพร้อมอาวุธเต็มพิกัด ขณะที่ทางด้านทรัมป์เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธ (27 พ.ค.) โดยมีความคาดหมายว่าใกล้บรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และทำให้ศักยภาพนิวเคลียร์อิหร่านลดลงถึงระดับที่อเมริกาสามารถประกาศชัยชนะ


ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอิหร่านและอเมริกาทำสงครามตอบโต้กันทางวาจา ควบคู่กับการต่อรองข้อตกลงเพื่อยุติสงครามโดยมีปากีสถานและอีกหลายชาติเป็นตัวกลาง ทว่าไม่มีฝ่ายใดแสดงท่าทีพร้อมประนีประนอมในประเด็นสำคัญๆที่เป็นอุปสรรคในการเจรจา ซึ่งรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน

สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน และมีความใกล้ชิดเป็นพิเศษกับ IRGC รายงานเมื่อวันพุธ (27) โดยอ้างอิงการเปิดเผยของโมฮัมหมัด อัคบาร์ซาเดห์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองของกองทัพเรือแห่ง IRGC ที่ระบุว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดสงครามอีกครั้ง เนื่องจากศัตรูอ่อนแอลงมาก ขณะที่กองทัพอิหร่านกำลังซุ่มรอพร้อมอาวุธเต็มพิกัด

เขายังย้ำว่า อิหร่านจะทำให้พื้นที่จาก ชาบาฮาร์ จนถึง มาห์ชาร์ ซึ่งหมายถึงดินแดนตลอดแนวชายฝั่งด้านใต้อันหยาวเหยียดของอิหร่าน กลายเป็นสุสานสำหรับผู้รุกราน

ด้านสถานีทีวีไออาร์ไอบีของทางการอิหร่านก็รายงานว่า ผู้แทนระดับสูงของอิหร่านเดินทางกลับจากการหารือที่กาตาร์เมื่อวันอังคาร (26) และมีการเปิดเผยว่า เตหะรานกำลังดำเนินการขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ประกอบด้วยเงื่อนไข 14 ข้อ

นอกจากนั้น ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน ยังกล่าวกับ ชัยค์ ตอนิม บิน ฮามัด อัล ตอนี เจ้าผู้ครองกาตาร์ ระหว่างหารือทางโทรศัพท์ในวันอังคารว่า เตหะรานพร้อมบรรลุกรอบโครงข้อตกลงที่เคารพกันและกันเพื่อยุติสงคราม

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นัดประชุมคณะรัฐมนตรีของเขาในวันพุธ โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า จะสามารถทำข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ทำให้ศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่านลดลงเพียงพอที่จะทำให้ตนเองประกาศชัยชนะและยุติความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม เอพีชี้ว่าในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ มีความเสี่ยงที่ทรัมป์จะพบว่า ทางเลือกในการยุติสงครามอาจมาพร้อมจุดจบที่ไม่น่าพอใจ

ข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นคราวนี้ จะเป็นการตกลงกันในปัญหาเฉพาะหน้า โดยเลื่อนประเด็นสำคัญอื่นๆ ไปสะสางในภายหลัง เรื่องนี้ทำให้ทรัมป์ถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง แม้กระทั่งจากพวกผู้สนับสนุนบางคนว่า คณะผู้นำสายแข็งของอิหร่านจะสามารถหลุดพ้นจากการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้ในสภาพที่แม้จะบอบช้ำจากการถูกโจมตี แต่ก็มีความแข็งแกร่งและมั่นใจมากกว่าเดิม

จุดสำคัญยังอยู่ที่ว่าสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นขณะที่ใกล้ถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯที่จะตัดสินว่า พรรคใดจะได้ควบคุมรัฐสภา และทางพรรครีพับลิกันกำลังกังวลว่า ต้นทุนราคาสินค้าต่างๆ รวมทั้งราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น กำลังเป็นปัจจัยครอบงำความรู้สึกนึกคิดของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งส่งผลด้านลบต่อทางพรรค

การเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน ยังซับซ้อนมากขึ้นอีก หลังจากกองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้โจมตีสถานที่ปล่อยขีปนาวุธและเรือขนาดเล็กที่บริเวณภาคใต้ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ (25) โดยอ้างว่า เพื่อปกป้องกำลังพลของตนเอง เนื่องจากเรือเหล่านั้นพยายามวางทุ่นระเบิด ทว่าฝ่ายอิหร่านตอบโต้ว่า การกระทำเช่นนี้ของสหรัฐฯคือการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่บังคับใช้ตั้งแต่เดือนเม.ย. และเป็นสัญญาณว่า อเมริกาไว้ใจไม่ได้และมีเจตนาร้าย

ในวันอังคาร ทรัมป์โพสต์ข้อความทางสื่อสังคม ตัดพ้อว่า กระทั่งเตหะรานยอมจำนนแบบราบคาบ แต่สื่อก็คงตีข่าวอยู่ดีว่า ความขัดแย้งนี้สิ้นสุดลงโดยที่อิหร่านชนะอย่างงดงามและเหนือชั้น

นอกจากนี้ แม้ทรัมป์ยืนกรานว่า ใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว แต่กลับดูเหมือนอเมริกาและอิหร่านยังคงเห็นต่างกันในประเด็นสำคัญหลายอย่าง และพันธมิตรสำคัญในพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ที่รวมถึงวุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม และเท็ด ครูซ ตั้งข้อสังเกตว่า ร่างข้อตกลงใหม่ดูเหมือนเอื้อประโยชน์ให้อิหร่านมากเกินไป ซ้ำเงื่อนไขหลายอย่างยังคล้ายกันมากกับเงื่อนไขในข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำกับคณะบริหารของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา และทรัมป์เป็นคนฉีกสัญญาระหว่างรับตำแหน่งสมัยแรก

เจ้าหน้าที่ 2 คนในตะวันออกกลาง และเจ้าหน้าที่อาวุโสในคณะบริหารของทรัมป์คนหนึ่งเปิดเผยตรงกันว่า ข้อตกลงที่เป็นไปได้ระบุว่า อิหร่านตกลงสละสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญของทรัมป์ แลกกับการผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชัน

ทรัมป์โพสต์เกี่ยวกับประเด็นนี้เมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านจะต้องส่งมอบยูเรเนียมเหล่านั้นที่เชื่อว่า ถูกฝังอยู่ใต้ที่ตั้งด้านนิวเคลียร์ที่ถูกอเมริกาโจมตีทางอากาศเมื่อปีที่แล้ว ให้แก่อเมริกา หรือทำลาย ณ จุดที่จัดเก็บ หรือในสถานที่อื่นที่ยอมรับได้โดยมีทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานที่เทียบเท่าเป็นสักขีพยาน ซึ่งบ่งชี้ว่า ทรัมป์ยอมผ่อนปรนจากเดิมที่ยืนกรานว่า วอชิงตันจะเป็นผู้ควบคุมสต็อกยูเรเนียมทั้งหมดของอิหร่าน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ยังตกลงกันไม่ได้คือ ข้อตกลงยุติศึกจะครอบคลุมปฏิบัติการของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เป็นพันธมิตรของอิหร่านในเลบานอนหรือไม่ โดยเตหะรานยืนกรานว่า เลบานอนต้องเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่บันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายเจรจากันอยู่เรียกร้องให้อเมริกาและอิสราเอลหยุดโจมตีอิหร่านและกลุ่มตัวแทน เช่น ฮิซบอลเลาะห์ แต่ย้ำว่า อิสราเอลมีสิทธิ์ตอบโต้ภัยคุกคามเฉพาะหน้าและป้องกันตัว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ยังประกาศเมื่อวันอังคารว่า กองทัพอิสราเอลกำลังขยายปฏิบัติการในเลบานอน

(ที่มา: เอเอฟพี/เอพี)