“เต้ มงคลกิตต์” นำทีม “กรุงเทพบินได้” จับเบอร์ผู้ว่าฯ กทม. วิดพื้นโชว์สื่อ ชูนโยบายสุดล้ำ “คลองแสนแสดื่มได้-รถบินได้ 1 แสนคัน” พร้อมตั้งสำนักจัดหาคู่ ซื้อโรงกลั่นลดราคาน้ำมัน ขอคนกรุงเปิดใจให้ผู้สมัครหน้าใหม่
เมื่อเวลา 07.00 น. นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ว่าที่ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พานายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ หรือ “หน่อง” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” เดินทางมายังอาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อจับหมายเลขผู้สมัคร
ทันทีที่เดินทางมาถึง นายมงคลกิตต์ได้วิดพื้นโชว์ผู้สื่อข่าวหลายรอบ ทั้งแบบสองมือและมือเดียว เพื่อสะท้อนนโยบายด้านสุขภาพแข็งแรงของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้”
นายภาสพงศ์ กล่าวว่า อยากขอโอกาสให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ เปิดใจรับฟังผู้สมัครหน้าใหม่ โดยกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” มีนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชนทุกภาคส่วน และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมดูแลประชาชนทุกระดับอย่างเท่าเทียม
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. นายภาสพงศ์ ระบุว่า ตนเป็นคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่เกิด เห็นปัญหาหลายเรื่องที่ยังแก้ไม่ได้ ทั้งการจราจร ขยะ และน้ำท่วม จึงตัดสินใจเข้ามาร่วมงาน หลังนายมงคลกิตต์เปิดโอกาสให้คนมาสมัครร่วมทีม
ด้านนายมงคลกิตต์ กล่าวว่า กลุ่ม “กรุงเทพบินได้” มีนโยบายทั้งหมด 48 ข้อ โดยตนคิด 33 ข้อ และนายภาสพงศ์คิด 15 ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องการแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ แม้บางเรื่องจะถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะแนวคิดทำคลองแสนแสบให้กลับมาสะอาดจนสามารถดื่มน้ำได้ พร้อมระบุว่า “คนที่บอกว่าทำไม่ได้ คือคนที่ไร้ความสามารถ”
นายมงคลกิตต์ อธิบายว่า ได้เห็นตัวอย่างคลองน้ำสะอาดจากหลายประเทศ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสวิตเซอร์แลนด์ จึงต้องการนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้กับคลองแสนแสบ โดยจะนำน้ำในคลองเข้าสู่กระบวนการกรองและฆ่าเชื้อ รวมถึงกำจัดโลหะหนัก เพื่อให้ประชาชนสามารถลงเล่นน้ำได้ พร้อมตั้งเป้าหากได้รับเลือกตั้ง จะเริ่มดำเนินการระยะแรก 2 กิโลเมตรภายในครึ่งปีแรก ก่อนขยายต่อเนื่องในปีถัดไปจนตลอดแนวคลอง
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ด้วยการควบคุมการเผาไหม้ของรถยนต์และโรงงานให้สมบูรณ์ ลดการปล่อยมลพิษ รวมถึงผลักดันนโยบาย “กรุงเทพบินได้” โดยเตรียมประสานประเทศจีนเพื่อนำเข้ารถบินได้ ตั้งเป้า 100,000 คัน เพื่อลดปัญหาการจราจรบนท้องถนน
นายมงคลกิตต์ ยังเสนอแนวคิดตั้ง “สำนักจัดหาคู่” เพื่อส่งเสริมการสร้างครอบครัวและเพิ่มอัตราการเกิดในกรุงเทพมหานคร หลังพบว่าเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง รวมถึงมีแนวคิดพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัด กทมห้มีศักยภาพด้านความงามและสุขภาพแบบประเทศเกาหลีใต้
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดนำเงินกองทุนของกรุงเทพมหานครไปลงทุนซื้อโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนในกรุงเทพฯ สามารถเติมน้ำมันในราคาไม่เกินลิตรละ 32 บาท
นายมงคลกิตต์ กล่าวด้วยว่า เหลือเวลาอีกเพียง 30 วัน ขอให้ประชาชนเปิดใจรับฟังนโยบายของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ซึ่งยังมีแนวคิดระยะยาว เช่น การสร้าง “ไดโนพาร์ค” ในกรุงเทพมหานคร การใช้หุ่นยนต์ไดโนเสาร์เป็นแลนด์มาร์ก รวมถึงแนวคิดวิจัยคืนชีพสัตว์ดึกดำบรรพ์ และผลักดันการส่งคนไทยไปอวกาศในอนาคต