นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลล มองข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กำลังปรากฏออกมา เป็นหายนะทางการเมืองและทางยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกันบรรดาบุคคลใกล้ชิดของเขา ได้กล่าวโทษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ต่อการขัดขวางแผนของอิสราเอลในการโค่นล้มผู้นำเตหะราน
รายงานข่าวของเว็บไซต์ Al-Monitor สื่อมวลชนอิสระชั้นนำในตะวันออกกลาง ระบุว่าคนใกล้ชิดของเนทันยาฮู เชื่อว่ารัฐบาลอิหร่านอาจถูกโค่นล้มตั้งแต่ช่วงต้นๆของสงคราม หากว่าวอชิงตันสนับสนุนแผนการต่างๆของอิสราเอล ในนั้นรวมถึงข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการยุให้กองกำลังเคิร์ดบุกเข้าไปในอิหราน ภายใต้การคุ้มกันทางอากาศของสหรัฐฯและอิสราเอล
แหล่งข่าวหน่วยข่าวกรองของอิสราเอล ระบุว่ามีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนที่เกี่ยวข้องกับพวกเคิร์ดแล้ว และมันจำเป็นต้องมีการลงทุนครั้งใหญ่ แต่วอชิงตันแตะเบรคในนาทีสุดท้าย แหล่งข่าวบอกว่าทรัมป์ยังได้ขัดขวางความคิดริเริ่มอื่นๆในปฏิบัติการของอิสราเอล เตือนว่าผลลัพธ์อาจก่อหายนะในระยะยาว
หนึ่งในคนใกล้ชิดกับเนทันยาฮู ระบุว่านายกรัฐมนตรีรายนี้ "ถูกมัดมือมัดเท้า" และเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยยกเว้นแต่โค้งคำนับทรัมป์
เว็บไซต์ Al-Monitor รายงานด้วยว่าความรู้สึกของ เนทันยาฮู ไปถึงจุดที่เขาโหยหาช่วงเวลาในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน และแม้กระทั่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา เลยทีเดียว
ขณะเดียวกันสำนักข่าวอัลมายาดีน สื่อมวลชนเลบานอน ซึ่งค่อนข้างโปรอิหร่าน รายงานว่า เนทันยาฮู มองข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กำลังปรากฏขึ้น ว่า "ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากพัฒนาการแห่งหายนะ" และโยนความรับผิดชอบไปที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
รายงานอ้างแหล่งข่าวการเมืองระดับสูงในอิสราเอล ระบุด้วยว่าความเป็นไปได้ของข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน โหมกระพือการคาดเดาว่า เนทันยาฮู อาจพิจารณาลาออกก่อนถึงศึกเลือกตั้ง และขอเจรจาต่อรองในคดีทุจริตคอรัปชัน ถ้าข้อตกลงดังกล่าวพิสูจน์แล้วว่ามันก่อความเสียหายอย่างที่อิสราเอลเป็นกังวล
Al-Monitor รายงานเช่นกันว่าข้อตกลงโหมกระพือแรงคาดเดาหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆภายในอิสราเอล เกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของเนทันยาฮู โดยเขาอาจจำเป็นต้องลาออก เพื่อหลีกเลี่ยงความปราชัยในศึกเลือกตั้ง และเสี่ยงติดคุกในข้อหาคอรัปชัน
"ข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเนทันยาฮู ว่าจะลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งที่กำลังมาถึงหรือไม่ หรือสรุปได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะลาออกเพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ" รายงานระบุ
(ที่มา:อิหร่านอินไซต์/อัลมายาดีน)