ปชน. ขนทัพ สส. ร่วมเดินขบวนงานบางกอกไพรด์ 2025 “ดร.โจ” ยอมรับแม้เรียนชายล้วน แต่มีเพื่อน LGBTQIAN+ เพียบ ลั่นผู้มีความหลากหลายไม่ได้ขออภิสิทธิ์ แค่อยากอยู่ปลอดภัย ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ พร้อมส่ง AI เชื่อมวงจรปิด กทม. ดักทางอาชญากรรม
วันที่ (31 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่หน้าโรงหนังลิโด้ พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค , นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร , นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค , นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค รวมถึง น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย สส.ของพรรคประชาชน ร่วมเดินขบวนงาน Bagkok Pride Parade 2026
นายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศงาน Bagkok Pride Parade 2026 ว่า บรรยากาศคึกคัก ซึ่งคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกที และเราได้มีการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาแล้ว ทำให้ ชาว LGBTQIAN+ มีสิทธิที่เท่าเทียมมากขึ้น จึงคิดว่าคนจึงมาเฉลิมฉลองมากขึ้น และประเทศไทยเองก็เป็นที่รู้จัก มากขึ้นในมุมของความเท่าเทียม
เมื่อถามว่า กฎหมายแม่สมรสเท่าเทียมผ่านแล้ว แต่ยังต้องมีกฎหมายลูกให้ต้องแก้ไขอยู่พรรคประชาชนจะผลักดันอย่างไรบ้าง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า พรรคประชาชนติดตามเรื่องนี้มาตลอด ระเบียบต่างๆ ที่ยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายแม่ เราจะใช้กลไกทั้งในสภาและกรรมาธิการเพื่อติดตามเรื่องเหล่านี้ให้มีความคืบหน้า
เมื่อถามว่า นโยบายกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน มีอะไรสำหรับชาว LGBTQIAN+ บ้าง นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนเรียนโรงเรียนชายล้วนมา มีเพื่อนที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศเยอะ รู้สึกว่าเขาไม่ได้มีความต้องการอะไรที่แตกต่างไปจากชายหรือหญิงแท้ ความต้องการพื้นฐานคืออยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับเรื่องความ กรุงเทพมหานคร เรามีนโยบายเรื่องการใช้ชีวิตง่าย เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ทุกคน
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยโดยนำระบบเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ตามจุดอับของเมืองด้วยการเสริมกล้อง CCTV ซึ่ง กทม. จะเป็นเจ้าภาพเชื่อมต่อข้อมูล และนำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาจับเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงว่าจุดไหนมีความเสี่ยงด้านอาชญากรรมและแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ และให้เจ้าหน้าที่ออกมายับยั้งก่อนก่อเหตุรุนแรง นี่จะเป็นสิ่งที่ กทม. มอบความปลอดภัยให้คนกรุงเทพฯ ได้มากขึ้น
นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งเรื่องคือการเลือกปฏิบัติ เราจะรณรงค์ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีค่านิยมรองรับความหลากหลายมากยิ่งขึ้นทั้งความหลากหลายทางเพศ ศาสนา เชื้อชาติ ซึ่งการปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ จะทำให้การใช้ชีวิตของชาว LGBTQIAN+ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งตนมองว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศให้ความสำคัญจำนวนมาก
ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวถึงบรรยากาศวันนี้ว่า บรรยากาศครึกครื้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการผลักดันด้านความเสมอภาค ซึ่งมีกฎหมายอีกกว่า 50 ฉบับที่ต้องปรับปรุงตาม เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุ้มบุญให้ครอบคลุมคู่สมรสที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือพ.ร.บ.สัญชาติ อีกอย่างที่เห็นเป็นนโยบายสำคัญ คือ เมืองควรที่จะตอบ ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal Design) โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการและกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นจะต้องให้เมืองง่ายกับทุกคนมากกว่านี้