คดีความระหว่างนักแสดงชื่อดัง “คิมซูฮยอน” กับ “คิมเซอึย” ผู้ดำเนินรายการช่อง YouTube Garosero Institute มีพัฒนาการสำคัญอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าทรัพย์สินบางส่วนของคิมเซอึยถูกอายัดชั่วคราว ระหว่างการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จและปลอมแปลงหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นที่กล่าวอ้างว่าคิมซูฮยอนเคยคบหากับ “คิมแซรน” ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์
“โกซังรก” ทนายความของคิมซูฮยอน เปิดเผยผ่านรายการข่าวของ MBC ว่า เดิมทีฝ่ายนักแสดงได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายราว 12,000 ล้านวอน (ประมาณ 288 ล้านบาท) แต่หลังจากประเมินผลกระทบทางธุรกิจและชื่อเสียงเพิ่มเติมแล้ว มูลค่าความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นได้หากมีความจำเป็น โดยเอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนระบุว่าความเสียหายที่ประเมินในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านวอน (ประมาณ 720 ล้านบาท)
รายงานยังระบุว่า อพาร์ตเมนต์ 2 แห่งของคิมเซอึย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตซอโชและย่านอัปกูจอง กรุงโซล มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านวอน (ประมาณ 96 ล้านบาท) ถูกอายัดไว้ชั่วคราวตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อป้องกันการโอนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินก่อนที่คดีจะสิ้นสุด
ฝ่ายกฎหมายของคิมซูฮยอนมองว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาหลักประกันในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายในอนาคต โดยก่อนหน้านี้กระแสข่าวและข้อกล่าวหาที่เผยแพร่ผ่าน Garosero Institute ถูกมองว่าส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาพลักษณ์และกิจกรรมทางธุรกิจของนักแสดงรายนี้
ในช่วงที่ข้อกล่าวหากำลังเป็นกระแส บริษัทหลายแห่งที่เคยร่วมงานกับคิมซูฮยอน อาทิ Classys, FromBIO, Cuckoo Electronics และ Trendmaker มีรายงานว่ายื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมกันราว 10,000 ล้านวอน (ประมาณ 240 ล้านบาท) จากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสัญญาโฆษณาและภาพลักษณ์ทางการตลาด
รายงานยังอ้างถึงหลักกฎหมายแพ่งของเกาหลีใต้ ซึ่งระบุว่าผู้ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นจากการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย อาจต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายได้ นอกจากนี้ หากศาลวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยเจตนา หนี้สินจากคำพิพากษาบางประเภทอาจไม่สามารถลบล้างได้แม้จะเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย
คดีนี้กลายเป็นหนึ่งในข้อพิพาทที่ถูกจับตามองมากที่สุดของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ในปีนี้ โดยเฉพาะหลังจากมีรายงานว่า คิมเซอึยถูกจับกุม ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและการปลอมแปลงหลักฐาน ขณะที่ฝ่ายคิมซูฮยอนส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจเพิ่มวงเงินเรียกค่าเสียหายเป็นระดับ 30,000 ล้านวอน (ประมาณ 720 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้ารับการสอบสวนเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม คิมเซอึยยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าผลการตรวจสอบไฟล์เสียงที่เป็นประเด็นยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเด็ดขาดว่าเป็นเสียงที่สร้างขึ้นด้วย AI และไม่เห็นด้วยกับการอ้างอิงผลวิเคราะห์จากบริษัทเอกชนที่ฝ่ายคิมซูฮยอนเป็นผู้ว่าจ้าง