สหรัฐฯ ประกาศว่าได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวเมื่อวันจันทร์ (1 มิ.ย.) ว่าได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ ซึ่งถือเป็นการปะทะครั้งล่าสุดท่ามกลางการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมา 3 เดือน
สหรัฐฯ และอิหร่านได้โจมตีตอบโต้กันเป็นระยะๆ นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นเดือน เม.ย. ขณะที่การเจรจาทางการทูตเพื่อบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืนกว่ายังคงดำเนินต่อไป
เหตุปะทะที่คล้ายๆ กันนี่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (28 พ.ค.) และทั้งสองฝ่ายก็ออกมาบรรยายเหตุการณ์ในลักษณะที่เกือบจะเหมือนกัน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โพสต์บน X ว่า สหรัฐฯ โจมตีชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นการตอบโต้ "การกระทำที่ก้าวร้าวของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการยิงโดรน MQ-1 ของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการอยู่เหนือน่านน้ำสากล"
"เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว โดยการทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และโดรนโจมตีทางเดียวสองลำที่คุกคามเรือที่แล่นผ่านน่านน้ำในภูมิภาคอย่างชัดเจน"
CENTCOM เสริมว่าจะยังคงปกป้องทรัพย์สินและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในระหว่างการหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านแถลงวันนี้ (1) ว่า ได้ยิงถล่มฐานทัพอากาศที่สหรัฐฯ ใช้ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางตอนใต้ของอิหร่าน แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นฐานทัพใด
สำนักข่าว KUNA ของรัฐบาลคูเวตรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศในคูเวตซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพที่สำคัญของสหรัฐฯ กำลังสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อวันจันทร์ (1) ขณะที่เสียงไซเรนเตือนภัยดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ
สงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ได้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน ส่วนใหญ่ในอิหร่านและเลบานอน และยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก โดยทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากอิหร่านดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ
ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงกลางดึก ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวถึงการปะทะกันระหว่าง 2 ประเทศ แต่ย้ำคำกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่า อิหร่าน "ต้องการทำข้อตกลงจริงๆ"
เขายังตำหนิผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงกลุ่มคนที่เขาเรียกว่า "ฝ่ายรีพับลิกันที่ไม่รักชาติ" ที่ออกมาวิจารณ์ในเชิงลบเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง
"แค่นั่งรอและใจเย็นๆ ทุกอย่างจะลงเอยด้วยดีในที่สุด - มันเป็นเช่นนั้นเสมอ!" ทรัมป์ กล่าว
ทรัมป์ กำลังเผชิญแรงกดดันให้ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และลดราคาน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ก่อนศึกเลือกตั้งสภาคองเกรสในเดือน พ.ย. เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงความไม่พอใจมากขึ้นต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปฏิกิริยาต่อต้านจากพวกสายเหยี่ยวในพรรคตัวเองที่ไม่เห็นด้วยกับการยอมอ่อนข้อใดๆ ให้เตหะราน
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 2% ในเอเชียเมื่อวันจันทร์ (1) เนื่องจากผู้ค้ายังคงวิตกกังวลกับกระบวนการเจรจาที่ล่าช้า
ทรัมป์ กล่าวว่า เป้าหมายหลักของเขาในสงครามครั้งนี้คือการป้องกันไม่ให้อิหร่านใช้ยูเรเนียมสมรรถนะสูงพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่เตหะรานปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีแผนจะทำเช่นนั้น
ทั้งสองฝ่ายยังคงขัดแย้งกันในหลายประเด็น เช่น ข้อเรียกร้องของเตหะรานให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและปล่อยเงินรายได้จากน้ำมันของอิหร่านหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ในธนาคารต่างประเทศ
สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ก็เป็นอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่ง
นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (31) ว่า เขาได้สั่งให้กองกำลังอิสราเอลรุกคืบเข้าไปในดินแดนเลบานอนมากขึ้น
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับทั้งประธานาธิบดี โจเซฟ อูน ของเลบานอน และ เนทันยาฮู เกี่ยวกับการเจรจาทางการทูตระหว่างอิสราเอลและเลบานอน และได้เสนอแผนที่จะอนุญาตให้ "ลดความตึงเครียดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป" ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ
ที่มา: รอยเตอร์