แม่เด็กนักเรียนชั้น ป.5 ร้องขอความช่วยเหลือทีมงานเพจสายไหมต้องรอด หลังลูกชายถูกครูใช้ไปเผารังแตน แต่พลาดถังน้ำมันระเบิดไฟลุกท่วมทั้งตัว บาดเจ็บสาหัส ไม่ได้รับการเยียวยา
วันนี้ (3 มิ.ย.) นางสาวศิริขวัญ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี แม่ของเด็กชาย พอร์ช อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งให้นักเรียน 2 คน ถือถังน้ำมันจุดไฟรมรังแตนกลางโรงเรียน แต่พลาดระเบิดตูมสนั่นไฟลุกท่วม เจ็บสาหัสทั้ง 3 คน อาการปางตายหนังลอก ตั้งแต่หน้าถึงขา แต่ไม่ได้รับการเยียวยา
นางสาวศิริขวัญ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 ระหว่างที่ลูกกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียน สวมเครื่องแบบนักเรียนตามปกติ ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษได้ชักชวนลูกให้ไปยังบริเวณรังแตนที่อยู่ในโรงเรียน จากนั้นครูได้ออกคำสั่งให้เข้าไปหยิบถังน้ำมันที่อยู่ภายในห้องออกมา เพื่อเตรียมนำมาใช้ในการจุดไฟไล่รังแตน ส่วนในการเตรียมการลูกชายและเพื่อน อีกคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นคนถือถังน้ำมัน ส่วนตัวครูเป็นผู้ถือท่อนไม้ที่ห่อด้วยกระดาษ A4 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟ โดยการจุดไฟในครั้งแรกนั้นยังไม่สำเร็จ ไฟยังไม่ยอมติด
ครูจึงตัดสินใจลงมือจุดไฟเป็นครั้งที่สอง โดยมีเพื่อนนักเรียนอีกคนหนึ่งเข้ามาช่วยเปิดฝาถังน้ำมัน และสั่งให้เทน้ำมันเพิ่มลงไปที่กองเพลิง ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เปลวไฟลามอย่างรวดเร็วกลับมาที่ถังน้ำมันจนเกิดการระเบิด ส่งผลให้ไฟลุกท่วมตัวครู พร้อมด้วย น้องพอร์ช และเพื่อนนักเรียนอีก 1 คน โดยได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกไฟคลอกไหม้ไปทั้งตัวสาหัสถึงขั้นวิกฤต ร่างกายถูกไฟไหม้อย่างรุนแรงจนผิวหนังเปิดและลอกล่อนออกมาตั้งแต่บริเวณใบหน้ายาวลงไปจนถึงขา
โดยที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้เข้ามาช่วยดูแลในขณะที่อยู่ที่โรงพยาบาล และติดต่อเรื่องเงินประกันให้ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนได้ให้เงินส่วนตัวมาดูแลจำนวนหนึ่ง รวมถึงแม่ของครูที่สั่งให้ไปไล่รังแตน มอบเงินให้เยียวยาจำนวน 4,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมา โดยทางครอบครัวได้ไปเรียกร้องกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการรักษาลูกชาย ซึ่งการรักษาลูกชายนั้น ต้องอดทนเพราะลูกร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดทุกๆ วัน จากการล้างแผล การขูดลอกเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออก และต้องนำเนื้อส่วนอื่นตามร่างกายมาผ่าตัดแปะทดแทน
โดยสภาพบาดแผลมีความรุนแรงมากจนคนในครอบครัวไม่สามารถทนดูได้ ลูกต้องรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 2 เดือน จนตอนนี้กลับออกมาไปเรียนหนังสือ แต่ต้องเผชิญกับสายตาคนมอง ทำให้ลูกต้องปรึกษาจิตแพทย์และกินยาซึมเศร้าทุกวัน และครอบครัวเป็นกังวลเรื่องรอยแผลเป็น จะส่งผลกระทบในการใช้ชีวิตของลูกชาย และเมื่อลูกออกจากโรงพยาบาล ทางโรงเรียนก็ไม่ใส่ใจปัดความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายต่อเนื่องให้ทางครอบครัวเป็นคนดูแล ในส่วนค่าชดเชยจากประกันของโรงเรียน จำนวน 30,000 บาท ยังไม่ได้รับทางผู้อำนวยการบอกยังดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ขณะที่ น้องพอร์ช เปิดเผยเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ว่า ตนเองเป็นจิตอาสาของโรงเรียน เมื่อครูมาขอความช่วยเหลือก็เข้าไปช่วยโดยไม่คิดว่าจะอันตราย และไม่รู้ถึงความรุนแรงของไฟที่ใช้ในการเผารังแตน และตนเองถูกไฟคลอกหนักสุด ซึ่งวันนั้น หลังที่ไฟคลอกตนก็พยายามวิ่งหนีออกมา และมีครูคนอื่นเข้ามาช่วย ตนยอมรับเป็นทุกข์ใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสภาพร่างกายที่เป็นแบบนี้
ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า เบื้องต้นจะประสานกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงผู้กำกับในพื้นที่ในการช่วยเหลือด้านคดี และการเยียวยาเบื้องต้น หากมีผู้หวังดีเห็นใจสามารถแนะนำเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา หากมีโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญในการรักษาแผลเป็นโดยเฉพาะด้านใบหน้า สามารถติดต่อไปยังสายไหมต้องรอด