“พล.ร.อ.พัลลภ” ระบุ กัมพูชาไม่มีสิทธิและความชอบธรรมในการนำข้อพิพาททางทะเลกับไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เหตุเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นก่อนอนุสัญญามีผลบังคับใช้ พร้อมย้ำว่าหากไทยไม่ยินยอม กัมพูชาไม่สามารถดำเนินการฝ่ายเดียวได้
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ อดีตเสนาธิการทหารเรือ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พัลลภ ตมิศานนท์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่กัมพูชาประกาศเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยระบุว่า ไทยไม่ยอมรับกระบวนการดังกล่าว เนื่องจากกัมพูชาไม่มีสิทธิและความชอบธรรมที่จะนำข้อพิพาททางทะเลกับไทยเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว
พล.ร.อ.พัลลภ อธิบายว่า ข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2515 หลังจากกัมพูชาประกาศทะเลอาณาเขตและไหล่ทวีปในลักษณะที่ไทยเห็นว่าละเมิดอธิปไตยเหนือเกาะกูด ต่อมาไทยได้ประกาศเขตไหล่ทวีปในปี 2516 โดยใช้หลักเส้นมัธยะตามอนุสัญญากรุงเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1958 ส่งผลให้เกิดพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร และทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงแบ่งเขตทางทะเลร่วมกันได้ตั้งแต่นั้น
อดีตเสนาธิการทหารเรือระบุว่า อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2537 ขณะที่ข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นกว่า 22 ปี จึงเข้าข่ายเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นก่อนอนุสัญญามีผลบังคับใช้
พล.ร.อ.พัลลภ อ้างถึงบทบัญญัติใน UNCLOS มาตรา 298 วรรค 1 อนุวรรค (เอ)(1) ซึ่งกำหนดว่ากระบวนการประนอมภาคบังคับสามารถใช้กับข้อพิพาทบางประเภทที่เกิดขึ้นภายหลังอนุสัญญามีผลใช้บังคับเท่านั้น ดังนั้น ข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาซึ่งเกิดขึ้นก่อนปี 2537 จึงเป็นข้อพิพาทที่ได้รับการยกเว้นและไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับได้
นอกจากนี้ พล.ร.อ.พัลลภ ยังระบุว่า ทั้งไทยและกัมพูชาได้ใช้สิทธิตามมาตรา 298 วรรค 1 ในการประกาศไม่ยอมรับกระบวนการระงับข้อพิพาทบางประเภทภายใต้ UNCLOS ส่งผลให้ต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 298 วรรค 3 ซึ่งกำหนดว่ารัฐภาคีที่ยื่นข้อพิพาทจะไม่สามารถนำข้อพิพาทประเภทที่ได้รับการยกเว้นเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากอีกรัฐหนึ่ง
“สรุป การที่กัมพูชานำข้อพิพาททางทะเลกับไทยมาเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับนั้น ถือเป็นการดำเนินการที่ขัดกับ UNCLOS อีกทั้งกัมพูชาไม่มีสิทธิและความชอบธรรมที่จะนำข้อพิพาทดังกล่าวซึ่งได้รับการยกเว้นเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับกับไทย หากไทยไม่ยินยอม” พล.ร.อ.พัลลภ ระบุ