อุตรดิตถ์ – เกิดเหตุสุดสลด..ประธานสภาเทศบาลฯ วัย 49 ปี จอดรถติดเครื่องยนต์ย่านหลังเทศบาลฯ จ่อขมับลั่นไก-กระสุนเจาะทะลุดับคาเบาะ เผยโทร.หานายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา เมืองอุตรดิตถ์ สั่งเสียขอช่วยจัดงานศพให้ ก่อนปลายสายได้ยินเสียงปืนดังสนั่นผ่านโทรศัพท์ ตำรวจมุ่งปมปัญหาส่วนตัว
วันนี้ (4 มิ.ย.) พล.ต.ต.สุเทพ ประภากรณ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไกรสิทธิ์ พรหมปฏิมา ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ และ ร.ต.ต.ตรัยคุณ คนชม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ นำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บริเวณตลาดชุมชน ด้านหลังสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดติดเครื่องยนต์อยู่ เจ้าหน้าที่ได้นำเทปกั้นพื้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ เพื่อรอแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบ ท่ามกลางความโศกเศร้าและตกใจของนายชัยรัชต์ คิดสนอง นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา ว่าที่ ร.ต.ธรรมรัตน์ สวนสุข ปลัดเทศบาลฯ และเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานอยู่บนสำนักงาน
ตรวจสอบภายในรถ บริเวณเบาะนั่งคนขับพบร่างของ นายวัฒนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ดำรงตำแหน่งประธานสภาเทศบาลตำบลท่าเสา สภาพนอนหงายเสียชีวิตบนเบาะ พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณขมับขวาทะลุออกด้านซ้าย ใกล้กันพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ตกอยู่บริเวณช่องระหว่างขาทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบถามนายชัยรัชต์ คิดสนอง นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา เปิดเผยข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 08.18 น.ผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์มาหาตน โดยพูดคุยสั้น ๆ ขอให้ช่วยจัดงานศพให้ ตนจึงพยายามสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นและตอนนี้อยู่ที่ไหน ซึ่งผู้เสียชีวิตบอกเพียงว่าจอดรถอยู่ที่ตลาดชุมชนหลังสำนักงานเทศบาล หลังจากนั้นตนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นผ่านโทรศัพท์และสายก็ตัดไป
ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตทำงานจริงจัง เป็นที่ยอมรับของสมาชิก จนได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาฯ ในสมัยที่ 2 ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากเรื่องงานในสภาช่วงนี้ไม่มีเรื่องกดดันหรือน่าเครียดแต่อย่างใด
พล.ต.ต.สุเทพ ประภากรณ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนตั้งใจทำงานและเป็นคนดีในสายตาของชาวบ้าน เบื้องต้นได้พยายามสอบถามข้อมูลจากภรรยาของผู้เสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากนัก เนื่องจากยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างรุนแรงจนเป็นลมหลายรอบ ส่วนประเด็นแรงจูงใจคาดว่าเป็นเรื่องปัญหาส่วนตัว ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของข้อพิพาททางธุรกิจหรือประเด็นทางการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงตามกระบวนการกฎหมายต่อไป