xs
xsm
sm
md
lg

แฟนสาวบังอ้วนบุก สน.คลองตันตามคดีตำรวจยึดทองของกลาง ตอนได้คืนกลับเป็นของปลอม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

แม่ค้าเสื้อผ้าออนไลน์ พร้อมทนายรณณรงค์ เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้า กรณีแฟนหนุ่มถูกตำรวจ สน.คลองตันจับคดียาเสพติด ยึดทองเป็นของกลาง แต่ตอนได้คืนกลับเป็นทองปลอม

วันนี้ (4 มิ.ย.) ที่ สน.คลองตัน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา น.ส.ชนิภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี อาชีพแม่ค้าขายเสื้อผ้าทางออนไลน์ นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าพบ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.กิตติ ยังมี รอง ผกก.(สอบสวน) สน.คลองตัน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน จับกุมนายวัฒนพงษ์ (สงวนนามสกุล) หรือบังอ้วน อายุ 42 ปี ตามหมายจับเกี่ยวพันกับยาเสพติด และตรวจยึดทรัพย์สินไปตรวจสอบโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

น.ส.ชนิภรณ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนกับแฟนนอนพักผ่อนในห้องพักคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ซอยพัฒนาการ 20 พื้นที่ สน.คลองตัน มีตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน 8 นาย บุกเข้ามานำหมายจับเข้าจับกุมนายวัฒนพงษ์ ว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับยาเสพติด ซึ่งตำรวจพบว่ามีเส้นทางการโอนเงินมาถึงแฟนหนุ่ม ต่อมาตำรวจตรวจค้นห้องพัก จากการตรวจค้นในห้องพักไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนยึดสร้อยคอทองคำ 5 บาท ที่แฟนใส่อยู่และยึดสร้อยข้อมือทองคำ 3 บาท ที่ตนใส่ นอกจากนี้ ยังตรวจยึดเงินสด 60,000 บาท นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Tag Heuer และนาฬิกายี่ห้ออื่นๆ อีก รวมกว่า 10 เรือน และไอแพด ที่อยู่ภายในห้อง อ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวอาจเกี่ยวพันกับยาเสพติด โดยวันตรวจยึดตำรวจไม่ได้เซ็นรับทรัพย์ที่ตรวจยึดไป

น.ส.ชนิภรณ์ กล่าวอีกว่า ตนพยายามชี้แจง และบอกว่าทรัพย์สินทั้งหมดตนหามาได้จากหยาดเหงื่อแรงกายไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น พูดกับตำรวจชุดดังกล่าวว่า “พวกพี่จะปล้นหนูเหรอ” แต่ตำรวจชุดดังกล่าวกลับตะคอกข่มขู่ตนให้อยู่เฉยๆ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะโดนจับอีกคน

หลังเกิดเหตุตนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน แต่ไม่มีใครรับแจ้งความ อ้างว่าตำรวจทำตามหน้าที่ ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ยอมรับแจ้งความ ทราบแต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนส่งของกลางทรัพย์สินของตนให้สารวัตรสอบสวนไปแล้ว เมื่อไปสอบถามก็บอกว่าของกลางทั้งหมดต้องเก็บไว้ตรวจสอบก่อน

ต่อมาแฟนหนุ่มได้รับประกันตัวชั้นศาล ตำรวจได้ติดต่อสามีให้ไปรับนาฬิกาคืน ในชั้นสอบสวนอ้างไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ไม่มีนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Tag Heuer

จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ส. มีหนังสือให้ตนไปรับสร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท และไอแพด ที่สำนักงาน ป.ป.ส. มีนักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นคนกลางทำเรื่องมอบทรัพย์สินคืนให้ตน พอตนเห็นสร้อยเส้นดังกล่าวตกใจ เพราะไม่ใช่ลายสร้อยข้อมือของตน และระบุเอกสารสร้อยข้อมือของตำรวจยึดไปหนัก 42.63 กรัม ทองที่ได้คืนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 55 กรัม จึงปฏิเสธที่จะรับ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เซ็นรับไปก่อน หากเป็นทองปลอมเขาจะเป็นพยานในการตรวจรับในครั้งนี้เอง นอกจากนี้ตนยังพบหลักฐานเอกสารของตำรวจส่งทรัพย์สินให้ ป.ป.ส. ตรวจสอบ ในรายการ มีสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท สร้อยข้อมือทองคำ 3 บาท เงินสด 1 หมื่นบาท (ยอดเงินไม่ตรง 6 หมื่นบาท) ไอแพด 1 เครื่อง และไม่มีนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Tag Heuer

หลังเกิดเหตุที่ตนไปร้องเรียนหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.คลองตัน โทรฯ มาข่มขู่ให้เลิกร้องเรียน มิเช่นนั้นจะเดือดร้อน ตนยืนยันว่า ตนมีหลักฐานในการซื้อทองที่ร้านทอง และก่อนจะถูกตำรวจจับกุมทองทั้งหมด ตนเคยนำทองไปจำนำที่โรงรับจำนำ และไถ่ทองออกมา ก่อนตำรวจจับกุม 9 วัน ทองทั้งหมดเป็นของจริง ไม่ใช่ทองปลอมอย่างแน่นอน

ต่อมาวันนี้ ตนเดินทางมาแจ้งความที่ สน.คลองตัน เกี่ยวกับการได้รับสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 3 บาท เป็นของปลอม ตำรวจบอกว่าไปหาหลักฐานมาและโยนให้ไปถามที่ ป.ป.ส. เมื่อไปที่ ป.ป.ส. ก็โยนมาให้ไปถามตำรวจ สุดท้ายตนก็ยังไม่ได้แจ้งความเรื่องนี้

ทั้งนี้ในส่วนการดำเนินคดีกับแฟนหนุ่ม ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตนไม่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นทรัพย์สินของตนก็ไม่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ล่าสุดศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์

ด้าน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ กล่าวภายหลังประชุมเกือบ 1 ชม. ว่า คดีนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพูดคุยกับ น.ส.ชนิภรณ์ ผู้เสียหาย ประเด็นการตรวจค้นไม่น่ามีปัญหา มีหมายจับถูก แต่มีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนโดยตรง มี พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.5 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน วันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะเชิญ น.ส.ชนิภรณ์ ผู้เสียหายไปสอบข้อเท็จจริงคาดว่าเรื่องจะกระจ่างในเร็ววันนี้