ขณะที่เกาะขอบสนาม เชียร์บอล กับก๊วนพระสหายแก๊งใหญ่ เจ้าฟ้าชายวิลเลียมเปี่ยมเมตตา และปรินซ์วิลล์ผู้ติดดิน จริงใจ ทรงวางมงกุฎและหัวโขนยิ่งใหญ่ทั้งปวงไว้ที่พระตำหนัก
นั่นคือชีวิตจริงขององค์รัชทายาทลำดับที่ 1 แห่งพระราชบัลลังก์อังกฤษ พระองค์ทรงพระเกษมสำราญสุขขั้นสุดกับแสนยานุภาพเลิศล้ำของ แอสตัน วิลลา ทีมบอลสุดเลิฟแห่งพระหทัย ซึ่งสามารถทำสกอร์ขึ้นนำทีมคู่แข่งจากเยอรมนี จนกระทั่งการแข่งขันจบลงด้วยการคว้าแชมป์ยุโรปรายการใหญ่ได้สำเร็จ หลังจากว่างเว้นนาน 44 ปี
ขณะเมาท์มอยครึกครื้นบนอัฒจันทร์สนามแข่งขันในตุรกี ภายในห้อมล้อมของบรรยากาศก๊วนท่านชายที่เคยวิ่งเล่นเฮฮา “เอ๊ดเวิร์ด แวน คัตเซม” พระสหายสนิทรุ่นพี่ 10 ปี “จับพระเศียรโยกขำๆ” อย่างที่เคยอำกันในยุคยามแห่งหนุ่มน้อยนักเรียนเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ซึ่งปรินซ์วิลเลียม (43 พรรษา) ทรงมิได้เดือดร้อนอะไร เพราะพี่ ก็คือพี่
ทั้งนี้ เจ้าฟ้าชายวิลเลียม ซูเปอร์แฟนแห่ง แอสตัน วิลลา ทรงร่วมกับก๊วนพระสหายคณะใหญ่ บุกสนามเบซิคตัส สเตเดียม ในมหานครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2026 เพื่อชมและเชียร์ทีมรักจากอังกฤษ แข่งกับ ทีมไฟร์บวร์กจากเยอรมนี ซึ่งเป็นการซดแข้งแย่งชิงถ้วยแชมป์ “ยูฟา ยูโรปา ลีก 2025/2026” โดยทีมเลิฟแห่งพระหทัยคว้าชัยชนะด้วยสกอร์ 0:3
บนวีไอพีบ็อกซ์ของก๊วนเจ้าฟ้าชายวิลเลียมและบรรดาพระสหาย มีสมาชิกบิ๊กๆ ของกลุ่มอย่างเช่น “เอ๊ดเวิร์ด แวน คัตเซม” (53 ปี) พระสหายรุ่นพี่จากครอบครัวสามัญชนสายนักการเงิน ที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ซึ่งเป็นสุดซี้ของกษัตริย์ชาร์ลส์ และคบหากันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ทั้งนี้ พี่เอ๊ดเวิร์ดหอบหิ้วน้องเจค ลูกชาย มาเฮกันพร้อมหน้า
บิ๊กสมาชิกกลุ่มรายที่ 2 คือ “โทมัส แวน สเตราเบนซี” (43 ปี) เพื่อนนักเรียนโรงเรียนลุดโกรฟ สกูล ซึ่งเดลิเมลออนไลน์ระบุว่าไปมาหาสู่กันตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้วงชีวิตรันทดที่เสด็จพระบิดา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับเสด็จแม่ไดอานา ปีนเกลียวไฝว้หนักในศึกหย่าร้างสุดอื้อฉาว ในการนี้ ปรินซ์วิลเลียมและปรินซ์แฮร์รีได้คุณพ่อคุณแม่ตระกูลแวน สเตราเบนซี ช่วยประคับประคองสภาพพระหทัย จนกระทั่งบ้านสเตราเบนซีกลายเป็นบ้านหลังที่สองของปรินซ์ เดลิเมลออนไลน์เล่าไว้
นอกจากนั้น ยังมีพระสหายสนิทอีกหนึ่งรายที่เป็นพระสหายสายสิ่งแวดล้อมรุ่นเก่าแก่ คือ “เบน ‘ดอว์ซีส์’ ดอว์ส” โดยนิตยสารพีเพิลรายงานว่า เป็นผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจไวน์บรรจุขวดไม้ อันเป็นเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมที่ปรินซ์วิลเลียมทรงร่วมลงทุนด้วย
ในจังหวะหนึ่งที่คุยเล่นเฮฮาชื่นมื่น โดยปรินซ์วิลเลียมทรงประทับนั่ง และสนทนาออกรสกับเพื่อนรุ่นพี่นาม เอ๊ดเวิร์ด ซึ่งอยู่ในท่ายืน พี่เอ๊ดเวิร์ดจับพระเศียรของปรินซ์วิลเลียมโยกด้วยอารมณ์เอ็นดู เหมือนเมื่อครั้งที่เป็นพี่คนโตหยอกเอินหนุ่มน้อยรุ่นเล็กเด็กกว่าน้องสุดท้องของบ้านแวน คัตเซม
บรรยากาศเมาท์มอยและหยอกล้อสนิทสนมมากมายนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสำหรับผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ เพราะต่างก็ทราบภูมิหลังความสนิทสนมอันมากมาย ระดับที่ว่า ตอนที่ เอ๊ดเวิร์ด แวน คัตเซม ถือกำเนิดมาไม่กี่เดือนในปี 1973 นั้น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (พระอิสริยยศขณะนั้น) ทรงรับเป็นพ่อทูนหัวในพิธีรับศีลล้างบาป
ยิ่งกว่านั้น ในพระราชพิธีอภิเษกสมรส ปี 1981 ระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับเลดีไดอานา สเปนเซอร์ เด็กชายเอ๊ดเวิร์ด แวน คัตเซน ได้เป็นหนึ่งในสองมหาดเล็กเด็กน้อยปิดท้ายขบวนเจ้าสาวเดินเข้าโบสถ์
ความสุขมากมายของเจ้าฟ้าชายวิลเลียมทึ่ได้ทุ่มเทกับการเชียร์ฟุตบอลอย่างคลั่งไคล้นั้น เห็นชัดมากว่าจะต้องท่วมท้นระดับ 10 เต็ม 10 กันเลยทีเดียว โดยทรงมีโอกาสบันลือสีหนาท ตะเบ็งคำรามชัยสุดปอดในพระมู้ดมหาปิตินับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ปรินซ์วิลเลียมทรงระเบิดความสุขและความสาสมใจในชัยชนะของทีมสุดเลิฟ ทรงลืมพระองค์อย่างสมบูรณ์แบบ พระพักตร์ของว่าที่พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ เปล่งปลั่งและแดงจรัส สองกำปั้นชูขึ้นชกอากาศพร้อมกระโจนตัวลอย และตะเบ็งเสียงสะพระทัยดังสุดปอด
เหนืออื่นใด ปรินซ์วิลเลียมทรงปาดน้ำตาแห่งความสุขสมปรารถนา ที่การรอคอยชัยชนะรายการแข่งขันแมตช์เลอเลิศเยี่ยงนี้ บรรลุฝั่งฝันแล้ว
เพื่อนพ้องน้องพี่รายไหนยังไม่มีใครโดดกอด ปรินซ์วิลเลียมทรงกอดเฮละโลก่อนเลย ต่อด้วยการกอดคอ กอดไหล่เป็นแผง ร่วมกันแผดเสียงร้องเพลงฉลองชัย มีการตะโกนดังเวอร์วังว่าได้ถ้วยแชมป์แล้ว พร้อมท่าคลาสิกคือ ยกกำปั้นชกลม กับท่าชี้นิ้วเหวี่ยงแขนไปข้างหน้าพลางย้ำว่า เราคือแชมเปียน ตั้งแต่ We Are The Champions ไปจนถึง Sweet Caroline โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะที่ร้องว่าปั้ม ปั้ม ปั่ม ซึ่งปรินซ์วิลเลียมกับทุกคนจะชกอากาศพร้อมกัน 3 หน แพลตฟอร์มข่าวกีฬานามว่าเฟมฟีด รายงานไว้
หันไปพลิกแฟ้มคนดังเชียร์แอสตัน วิลลา แล้วตาวาว เพราะมี ทอม แฮงส์ ซุปต้าร์ดาวค้างฟ้าจากฮอลลีวูดอยู่ต้นๆ ลิสต์กันเลยทีเดียว เจ้าตัวเล่าว่าเริ่มเป็นติ่งกันมาตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงที่ไปงานในลอนดอน ตอนเช้าตื่นขึ้นในโรงแรม ทอม แฮงส์เปิดฟังข่าวกีฬาช่องบีบีซี และได้ยินชื่อ แอสตัน วิลลา เป็นครั้งแรก ปรากฏว่าน่าจะมีบุพกรรมกันมาแต่เก่าก่อน แฮงส์บอกว่าเป็นชื่อที่ไพเราะติดหู ทำให้นึกถึงเมืองสวยๆ รีสอร์ตสบายๆ
ที่ผ่านมา แฮงส์ถึงกับบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปเกาะขอบสนามวิลลา ปาร์ก เชียร์แอสตัน วิลลา หลากหลายแมตช์ อาทิ แมตช์ใหญ่ที่ฟาดแข้งกับลิเวอร์พูล
ส่วนสำหรับแมตช์คว้าแชมป์ถ้วยยุโรปนี้ แฮงส์ใช้วิธีส่งเสียงไปให้กำลัง ฟังพร้อมกันที่สนามเบซิคตัส สเตเดียม ของอิสตันบูล
นอกจากนั้น ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ด้วยที่เทดวงใจทั้งสี่ห้องมอบแด่แอสตัน วิลลา
บรรยายคลิป
ปรินซ์วิลเลียมทรงร้องและออกพระลีลาเชียร์แอสตัน วิลลา ในเพลง Sweet Caroline ด้วยกันกับพระสหาย ครบเครื่องด้วยกท่ายกกำปั้นชกลม กับท่าชี้นิ้วเหวี่ยงแขนไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะที่ร้องว่าปั้ม ปั้ม ปั่ม ซึ่งปรินซ์กับทุกคนจะชกอากาศพร้อมกัน 3 หน
แฟนานุแฟนชื่นชม ความจริงใจ ไม่สร้างภาพ ของปรินซ์วิลเลียม เจ้าชายสุดเท่ เสมอต้นเสมอปลาย นิสัยดี มีความปรารถนามุ่งมั่นจะเกื้อกูลคนยากคนจน เช่น โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อคนไร้บ้าน ซึ่งดำเนินงานด้วยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ตั้งแต่ปี 2024
สาธารณชนพากันรักและกรี๊ดต่อแรงพระทัยมหาศาล ที่เจ้าฟ้าชายวิลเลียมทรงประทานแก่ทีมบอลแอสตัน วิลลา เพราะการแสดงออกของพระองค์ซึ่งเสมอต้นเสมอปลายมายาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่ายติดดิน ตรงไปตรงมา ไม่สร้างภาพ ให้เกียรติผู้อื่นเสมอ และมีความปรินซ์พระเอกผู้ก้าวออกมาจากเทพนิยาย
AI ของกูเกิลให้ข้อมูลอย่างนั้น และชี้ไว้ดังนี้: ความน่ารักน่านิยมเหล่านี้ตอกย้ำในสิ่งที่พสกนิกรได้เห็นมาตลอดว่า ปรินซ์วิลเลียมทรงเป็นเจ้าชายผู้จริงใจ และที่สำคัญ ทรงเป็นเจ้าชายบ้าบอลเหมือนเราๆ ท่านๆ ดังนั้น ก็พากันกรี๊ดสนั่นว่าพระองค์ทรงต่อติดกับความรู้สึกนึกคิดของประชาชนอย่างสุดๆ ทรงทำอะไรก็โดนใจพสกนิกรไปในทุกสิ่งอย่าง
แฟนคลับพระราชวงศ์ปลื้มเหลือเกินที่ได้เห็น ว่าที่พระมหากษัตริย์อังกฤษ ทรงวางความเคร่งครัดในจารีตประเพณีแห่งวังหลวง ทิ้งไว้ที่พระตำหนัก แล้วมาเป็นผู้ชายไฟแรงคนหนึ่งซึ่งรักและหลงใหลในเกมฟุตบอลสามัญชน ในอารมณ์จริงจังเฉกเช่นเดียวกันกับประชาชนของพระองค์ มาตะโกนร้องเพลงเชียร์ มาปาดน้ำตาแห่งความสุขที่ทีมรักประสบความสำเร็จ และกระทั่งมาร่วมร้องเพลง Sweet Caroline ฉลองชัยไปกับแฟนบอลนับหมื่นชีวิต AI สกัดข้อมูลจากบทวิเคราะห์ทั้งหลายขึ้นมานำเสนอ
“แลร์รีเดอะแคท” จากสหราชอาณาจักร กรี๊ดสุดๆ ในคุณลักษณ์ของปรินซ์วิลเลียมว่า นี่เป็นกษัตริย์แห่งอนาคตผู้ทรงเท่ที่สุดเท่าที่พวกเราเคยมี! รักพระองค์มากเลย... อ้อ! เราเชียร์ทีมเซลติกนะ
“ทาร์เทน” จากสหราชอาณาจักร บอกชื่นชมที่ได้เห็นปรินซ์วิลเลียมทรงผ่อนคลายและมีความสุข และทรงเปิดเผยให้ใครๆ ได้เห็นจิตวิญญาณเสรีของพระองค์
“ฟิลลี100” สรรเสริญว่า ทรงน่ารักมาก! ทรงเชียร์บอลด้วยความคลั่งไคล้ และทรงมีความสุขกับทีมบอลแสนรักของพระองค์ที่คว้าถ้วยรางวัลรายการใหญ่
“ลอร่าลูลู” แฟนบอลแอสตันวิลลาจากสหรัฐอเมริกา บอกว่า วิลส์ ดิฉันเนี่ยอะ เป็นแค่แฟนบอลอีกคนที่ฉ่ำชื่นในชัยชนะ... แฟนวิลลาทุกคนรู้สึกอิ่มเอมใจ ... ขอให้สนุกนะ!
“เลิฟเมโด” จากสหราชอาณาจักร เขียนให้เครดิตปรินซ์วิลเลียม โดยตั้งประเด็นว่าฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมในอังกฤษ ผู้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ หนุ่มๆ ล้วนแต่หลงใหลในฟุตบอล เยี่ยมมากเลยที่ได้เห็นกษัตริย์แห่งอนาคตคลั่งไคล้ฟุตบอลด้วยกันกับเรา
ทั้งนี้ ในคอมเมนต์ใต้ข่าวเดลิเมลออนไลน์ มีกระทู้ของผู้คนกลุ่มไม่เอาเจ้า-ปรารถนาในระบอบสาธารณรัฐ ปรากฏอยู่ด้วย โดยจำนวนหนึ่งเขียนกระทู้บิดเบือนไว้ เช่น กล่าวหาว่าเจ้าฟ้าชายวิลเลียมทรงไม่จ่ายภาษีเงินได้ หรือกระทั่งภาษีมรดก อีกทั้งยังกล่าวหาว่าปรินซ์ทรงเดินทางมายังตุรกีเพื่อเชียร์แอสตันวิลลาโดยใช้งบหลวง
ในการนี้ มีผู้สันทัดกรณีเข้าไปเขียนลบล้างข้อกล่าวหา
เช่น “บีเจอาร์ต” จากออสเดรเลีย ยืนยันว่าปรินซ์วิลเลียมทรงจ่ายภาษี โดยอาจจะจ่ายภาษีมากกว่าใครในสหราชอาณาจักร
พร้อมนี้ ยังแจ้งด้วยว่าเมื่อช่วงที่ผ่านมา ปรินซ์เพิ่งจะบริจาค 20% ของทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่ทรงถือครองในฐานะดยุกแห่งเคาน์ตีคอร์นวอลล์ เพื่อดำเนินงานโครงการจัดสร้างที่อยู่อาศัยแก่คนไร้บ้าน อันเป็นโครงการมูลค่า 500 ล้านปอนด์ หรือก็คือ 22,000 ล้านบาท โดยประกอบด้วยการใช้ที่ดิน 30,000 เอเคอร์ กับการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อนำรายได้ไปเป็นค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องทั้งปวง
พร้อมนี้ “เคไลลา” จากแคนาดา ร่วมให้ข้อมูลด้วยว่า รายรับที่งอกเงยจากดัชชีคอร์นวอลล์ในแต่ละปีนั้น ปรินซ์วิลเลียมทรงทำการจ่ายภาษีเงินได้เฉกเช่นเดียวกับประชาชน เป็นจำนวนเงินปีละ 5-7 ล้านปอนด์ อันเป็นแนวปฏิบัติที่คิงชาร์ลส์ทรงริเริ่มไว้
ด้านสาวสวยอเมริกันคนดังผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ คินซีย์ สโคฟิลด์ บอกว่าชอบปรินซ์วิลเลียมเชียร์บอลมาก เธอพูดไว้ในช่วงที่เธอคุยวิเคราะห์กระแสสังคมกับพิธีกรข่าว เกเบรียลา พาวเวอร์ แห่งสื่อออนไลน์ Sky News Digital
“ที่ผ่านมา ปรินซ์วิลเลียมไม่เคยเปี่ยมเสน่ห์มหาศาลมากมายเท่ากับตอนที่ทรงเชียร์บอลดุเดือด แบบลืมพระองค์สุดๆ
“ความหลงใหลในทีมแอสตันวิลลาทำให้พระองค์ต่อติดกับพวกเราอย่างเป๊ะอะค่ะ สมาชิกพระราชวงศ์ที่เราเห็นในข่าวพระราชสำนักจะไม่มีฟีลลิ่งอย่างนี้
“ฟุตบอลทำให้ผู้คนเห็นปรินซ์วิลเลียมน่ารักแบบคุณพ่อใจดี เป็นคนธรรมดาที่ทุ่มเทความรู้สึกให้แก่สิ่งเดียวกับเรา และตอนนี้ ความเป็นแฟนบอลแอสตัน วิลลา กลายเป็นเอกลักษณ์เด่นอันหนึ่งของพระองค์ไปแล้วค่ะ
“แฟนๆ พระราชวงศ์พากันปลื้มมากนะคะ ที่ได้เห็นความติดดินของพระองค์”
ปรินซ์รูปหล่อ พระราชเสด็จพ่อมหาเศรษฐี ทรงนิสัยดี มีเมตตาต่อผู้ยากไร้ ทรงจริงใจ และไม่เอาเปรียบใคร เจ้าชายเยี่ยงนี้มีอยู่จริงๆ บนโลกของเรา ชาวอังกฤษถวายตำแหน่ง The People’s Prince แด่เจ้าฟ้าชายวิลเลียมมานานปี
เริ่มเชียร์แอสตัน วิลลา ตั้งแต่เป็นเด็กประถม โดยปรินซ์วิลเลียมผูกพันจริงจังหลังคุณพ่อเพื่อนซี้พาไปเกาะขอบสนาม ชมแมตช์ใหญ่ ทรงตามวิลลาหนึบหนับตลอดมา ยิ่งหลุดพรีเมียร์ลีก ก็ยิ่งติดตามใกล้ชิดมากขึ้น
ความรัก ความผูกพัน ที่เจ้าฟ้าชายวิลเลียมทรงมีให้แก่แอสตัน วิลลา ทีมฟุตบอลเก่าแก่อายุกว่า 151 ปียังฟิตปั๋ง แห่งเมืองเบอร์มิงแฮม เริ่มขึ้นในห้วงชีวิตหนุ่มน้อยนักเรียนประถม และเป็นยุครุ่งโรจน์ของแอสตัน วิลลา โดยคุณพ่อของเพื่อนสนิทพาพระองค์กับปรินซ์แฮร์รีไปด้วยกันกับครอบครัว ไปชมแมตช์สำคัญในบรรยากาศที่พระองค์ทรงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกองเชียร์นับหมื่นชีวิต
“นานมาแล้วครับ ตอนเรียนที่ลุดโกรฟ สกูล ผมเลือกอยู่ว่าจะติดตามทีมบอลค่ายไหน เพื่อนๆ ล้วนเป็นแฟนแมนยูไนเต็ด หรือไม่ก็เชลซี แต่ผมอยากเชียร์ทีมกลางตาราง ซึ่งจะเหวี่ยงผมขึ้นสูงหรือทิ้งดิ่งใจหายใจคว่ำได้บ่อยๆ” ปรินซ์วิลเลียมทรงประทานสัมภาษณ์ไว้กับ บีบีซี เมื่อปี 2015 เดลิเมลออนไลน์รายงานอย่างนั้น
“แอสตัน วิลลามีประวัติศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมมากมายครับ ตอนที่ผมเริ่มไปเกาะขอบสนามวิลลา ปาร์ก เป็นแมตช์ที่แอสตัน วิลลาพบกับโบลตัน มันสนุกสุดๆ ผมสวมเสื้อเชียร์สีแดงของแอสตัน วิลลา และนั่งในท่ามกลางแฟนบอลเสื้อแดงแน่นเอี้ยด
“มันมีบรรยากาศที่ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และผมรู้สึกจริงๆ เลยว่ามีบางอย่างที่ผมรู้สึกต่อติด”
และแล้วก็มาถึงยุคขาลงของแอสตัน วิลลา
“ผมตามเชียร์แอสตัน วิลลามาตลอด เพียงแต่ว่าในช่วงต้นๆ ยังไม่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่ในที่สุดแอสตัน วิลลา หล่นจากพรีเมียร์ลีก ไปอยู่ในลีกแชมเปียนชิปตอนปี 2016 แต่นั่นกลับทำให้ผมติดตามมากขึ้นครับ แปลกดี” เดลิเมลออนไลน์รายงานไว้โดยระบุว่าปรินซ์วิลเลียมทรงเล่าไว้กับเดอะซัน
“ก่อนหน้านั้นสองสามปี เราปิดซีซันที่อันดับ 6 ภายใต้การคุมเกมของมาร์ติน โอ’นีล แล้วก็กลายเป็นว่าเราไม่อยู่ในพรีเมียร์ลีกซะแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าทำไมผมยิ่งสนใจแอสตัน วิลลามากขึ้น แต่มันอาจจะเพราะเป็นยุคเฟื่องฟูของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
“ที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น ผมติดตามข่าวจากช่องซีแฟกซ์บนทีวี หรือไม่ก็เปิดไปที่ปกหลังของหนังสือพิมพ์ ในยุคนั้นถ้าคุณไม่มีของพวกนี้ติดมือ คุณจะหลุดวงอะครับ
“พอมีสมาร์ทโฟน คุณตามข้อมูลได้มหาศาล และเช็กสถานการณ์ของทีมโปรดได้ตลอดเวลา ที่สำคัญมันมีบรรยากาศการโต้ตอบความคิดเห็นในหมู่แฟนคลับได้มากขึ้น ความหลงใหลของผมก็พุ่งทะยานจริงจัง”
ตอนนี้ ปรินซ์วิลเลียมทรงแชร์ความรักความผูกพันในแอสตัน วิลลาไปยังพระโอรสองค์โต คือ ปรินซ์จอร์จ วัย 12 พรรษา ดังที่ได้เห็นบ่อยๆ ว่าปรินซ์พระองค์น้อยประทับเคียงข้างเสด็จพระบิดาบนสแตนด์เชียร์
ในปีที่แล้ว ปรินซ์แห่งเวลส์ตรัสว่าเมื่อพาปรินซ์จอร์จไปดูเกมการแข่งขันด้วยกัน บรรยากาศทั้งหลายช่วยให้พระองค์มีความทรงจำพิเศษร่วมกันกับพระโอรส เช่น แมตช์เดือนเมษายน 2025 ปรินซ์วิลเลียมทรงพาพระโอรสไปเชียร์แอสตัน วิลลา ฟาดแข้งกับพีเอสจีที่กรุงปารีส
แต่สำหรับแมตช์คว้าถ้วยแชมป์ “ยูฟา ยูโรปา ลีก 2025/2026” ในวันพุธที่ 20 พฤษภาคมนั้น โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว ปรินซ์จอร์จจึงทรงไม่สามารถตามเสด็จ
ในช่วงเย็นก่อนเริ่มการแข่งขัน ปรินซ์วิลเลียมทรงแวะให้กำลังใจแก่นักเตะแอสตัน วิลลา ที่ห้องแต่งตัว นี่เป็นเรื่องน่าชื่นใจที่พระองค์ทรงทำบ่อยๆ
อูไน เอเมรี เอตเชโกเยน กุนซือแอสตัน วิลลา เล่าไว้กับทีมข่าวกีฬาของช่องซีบีเอสเมื่อหลายปีก่อนว่า “ปรินซ์วิลเลียมทรงแวะไปเยี่ยมทักทายทีมครับ มาดูการฝึกซ้อม แล้วก็ทานมื้อเที่ยงด้วยกัน ปรินซ์ทรงถ่อมพระองค์ พวกเราประทับใจมากๆ”
และสำหรับในครั้งล่าสุดเมื่อ 20 พฤษภาคม 2026 นอกจากที่ปรินซ์วิลเลียมจะแวะให้กำลังใจก่อนนักเตะลงสนาม เมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้นอย่างอลังการ พระองค์ก็ทรงเสด็จไปเฮกับทีมนักเตะในปาร์ตีโต้รุ่ง จอห์น แม็คกินน์ กัปตันทีมแอสตัน วิลลา เล่าไว้กับเดลิเมลออนไลน์ว่า
“ปรินซ์วิลเลียมเป็นแฟนเหนียวแน่นของแอสตัน วิลลา เสมอครับ แรงสนับสนุนจากพระองค์คือยอดเยี่ยมสุดๆ ปรินซ์ทรงเป็นกันเองไม่ถือตัวเลย”
เอซรี คอนซา กองหลังยอดเฉียบคมและยอดสุขุมของแอสตัน วิลลา ซึ่งเป็นตัวท็อปของทั้งพรีเมียร์ลีก และทั้งทีมชาติเมืองผู้ดี ได้เป็นหนึ่งในบรรดานักเตะป๊อปปูลาร์ ที่ปรินซ์วิลเลียมทรงเอ่ยถึงขณะประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน และเมื่อสัปดาห์กว่าๆ ก่อนแมตช์ยักษ์ที่อิสตันบูล เอซรี คอนซา เปิดใจชื่นชมเชิดชูปรินซ์วิลเลียม
“มันก็ประหลาดๆ น่ะครับ แบบว่า.. ในวันลงแข่ง พระองค์เสด็จมาให้กำลังใจ ซึ่งนั่นเป็นเวลาที่คุณมุ่งมั่นตั้งสมาธิอยู่กับเกมที่ใกล้จะได้เวลาคิกออฟ แต่ในโมเมนต์ที่พระองค์เข้ามาเช็กแฮนด์กับคุณ คุณไม่รู้ตัวเลยว่าโมเมนต์อย่างนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน มันยิ่งใหญ่ที่คุณมีเจ้าฟ้าชายเสด็จเข้ามาตรัสเชียร์คุณน่ะ พระองค์ทรงเช็กแฮนด์ทุกคนเลยครับ
“เสร็จแล้ว คุณกลับบ้านมา เพิ่งรู้ตัวว่า ‘เฮ้ย!!! ผมเพิ่งเช็กแฮนด์กับเจ้าฟ้าชายวิลเลียมนี่หว่า แล้วพระองค์ทรงทราบชื่อผมด้วย’ มันยิ่งใหญ่มากๆ ครับ แล้วที่พระองค์ทรงสนับสนุนสโมสรเรา เชียร์พวกเราทุกคน นั่นคืออะไรที่หรูสุดๆ แล้ว” นิตยสารทาวน์แอนด์คันทรี รายงานไว้เมื่อ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ใช่แต่จะเท่านั้น เอซรี คอนซา ซึ่งเด่นในด้านความเร็ว ตลอดจนความนิ่ง สุขุม และเสถียรขณะเข้าปะทะตัวต่อตัว เคยเล่าถึงความประทับใจใหญ่หลวงจากปรินซ์วิลเลียมในปีที่แล้ว 2025 เมื่อพระองค์ตรัสชมเป็นการส่วนตัวขณะเสด็จเยี่ยมทีมในวันฝึกซ้อม
“พระองค์เรียกผมว่า โรลส์รอยซ์ นั่นเป็นคำที่ฝังติดหัว คือ น่าชื่นใจจริงครับ
“ผมเชื่อว่าพระองค์ทรงสามารถจำชื่อนักเตะได้ทุกคน ตั้งแต่ที่ผมย้ายเข้าร่วมทีมแอสตัน วิลลา ก็ได้เห็นว่าพระองค์ทรงให้ความสนับสนุนอย่างเหลือเชื่อแก่นักเตะทุกคน ทักทายทุกคน ทุกคำพูดที่ทรงตรัสคือให้เกียรติกันสุดๆ น่ะครับ ผมยกย่องพระองค์เหลือล้นที่ทรงสละเวลามาเป็นกำลังใจ มาดูเราแข่ง มาสนับสนุนพวกเราเสมอๆ ครับ”
สมพระปรารถนากับ แอสตัน วิลลา แล้ว ปรินซ์วิลเลียม “ดยุกแห่งคอร์นวอลล์” ทรงลุยพระภารกิจ 22,000 ล้านบาท (งบส่วนพระองค์) ในภารกิจแห่งพระหฤทัย: สร้างบ้านยั่งยืนเพื่อคนเร่ร่อนในคอร์นวอลล์
อิ่มเอมพระหฤทัยจากชัยชนะยิ่งใหญ่ของทีมแอสตัน วิลลา ณ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี แล้ว ปรินซ์ออฟเวลส์ทรงเดินทางกลับอังกฤษ และมุ่งไปยังชุมชนแนนส์เลดเดน ชุมชนชายหาดงดงามแห่งเมืองนิวคีย์ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งกีฬาโต้คลื่นเซิร์ฟวิงของอังกฤษ
ในพระอิสริยยศ “ดยุกแห่งคอร์นวอลล์” ซึ่งปรินซ์วิลเลียมทรงได้รับสืบทอดจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ผู้เป็นพระราชบิดา ตั้งแต่เดือนกันยายน 2022 ปรินซ์ทรงรับพระราชภารกิจการพัฒนาชุมชนชายหาดแนนส์เลดเดนของคิงชาร์ลส์มาดำเนินการ อีกทั้งต่อยอดให้เป็นเฟสใหม่แห่งโครงการสร้างที่อยู่อาศัยแก่คนเร่ร่อนแบบว่า จัดเต็มมากขึ้น
โดยในทศวรรษ 2010 ซึ่งคิงชาร์ลส์ที่ 3 ยังมิได้เสด็จขึ้นครองราชย์ และยังทรงเป็นปรินซ์ชาร์ลส์ ปรินซ์ออฟเวลส์ และดยุกแห่งคอร์นวอลล์ พระองค์ทรงตระหนักที่จะอนุรักษ์ความงามของเมืองนิวคีย์ ซึ่งมีทั้งสถาปัตยกรรมจอร์เจียนที่งดงามเก่าแก่ ทั้งวัฒนธรรมและช่างศิลป์พื้นถิ่นแบบคอร์นิช ตลอดจนสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติซึ่งยังเข้มแข็ง แต่ถูกคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
พระองค์จึงทรงริเริ่มให้สร้างชุมชนยั่งยืน “แนนส์เลดเดน” บนพื้นที่ 1,300 ไร่บริเวณชายหาดชานเมืองนิวคีย์ โดยทรงนำรายได้ของพระองค์ที่งอกเงยจากดัชชีคอร์นวอลล์ ไปใช้สร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย 3,700 ยูนิตระยะสามทศวรรษ และพื้นที่เพื่อชีวิตชุมชนซึ่งครบครันด้วยโรงเรียน ศูนย์กิจกรรมชุมชน พื้นที่ออกกำลังกายและเล่นกีฬา ตลอดจนย่านร้านค้าคึกคักที่เป็นธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กและรายย่อย ไปจนถึงร้านรวงสำหรับผลงานช่างศิลป์ ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ และสตูดิโอเพื่อดูแลสุขภาพกาย ใจ อารมณ์ และสังคม ทั้งโยคะ พิลาทิส เจริญสมาธิ โปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพและการเคลื่อนไหวร่างกายเชิงศิลปะ
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังของนิวคีย์ในด้านค่าครองชีพสูง แต่เงินเดือนและค่าจ้างต่ำ เพราะชุมชนแนวอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและมรดกความชำนาญของช่างศิลป์อันทรงคุณค่าแบบคอร์นิช สามารถนำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้ดีงามกว่าอาชีพรองรับทัวริสต์ ซึ่งเป็นอาชีพชั่วคราวตามฤดูกาลท่องเที่ยวและให้รายได้ต่ำอย่างยิ่ง
ในการนี้ มีการกำหนดให้เน้นรูปโฉมของสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองคอร์นนิช โดยใช้วัสดุก่อสร้างจากท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระเบื้องหินชนวนและแผ่นหินแกรนิตซึ่งมีความงามแบบคอร์นิชแท้ๆ พร้อมกับกำหนดให้มีพื้นที่สีเขียว ถนนที่ร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ ทางเท้าที่กว้างขวาง และช่องทางสำหรับจักรยาน ย่านถนนคนเดิน อีกทั้งวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนโครงการตั้งแต่ปี 2013 โดยในปี 2015 ก็มีผู้คนเข้าอยู่ในบ้านราคาเอื้อมถึง และจดจนถึงปีนี้ ก็ได้มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยทั้งแบบบ้านและอพาร์ตเมนต์ ผุดขึ้นมารองรับครอบครัวต่างๆ แล้ว 900 ยูนิต มีโรงเรียนกับศูนย์กิจกรรมชุมชนแล้ว มีร้านรวง มีธุรกิจต่างๆ ตลอดจนมีสตูดิโอหลากหลายที่ดำเนินธุรกิจแล้วมากกว่า 40 แห่งกันเลยทีเดียว บีบีซีรายงาน
นับจากที่ปรินซ์วิลเลียมทรงได้รับพระราชทานพระอิสริยยศปรินซ์แห่งเวลส์ และดยุกแห่งคอร์นวอลล์ในเดือนกันยายน 2022 ปรินซ์ทรงขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมหลายด้านในเคาน์ตีคอร์นวอลล์ เพื่อเป็นโครงการนำร่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการโฮมเวิร์ดส์เพื่อที่อยู่อาศัยแก่คนไร้บ้านและคนเร่ร่อน (ระยะ 5 ปี 2023-2028) โดยใช้งบประมาณจาก Royal Foundation of the Prince and Princess of Wales หรือก็คือราชมูลนิธิแห่งปรินซ์และปรินเซสออฟเวลส์ ซึ่งเป็นการสืบทอดโครงการพระราชดำริของคิงชาร์ลส์ ณ ชุมชนแนนส์เลดเดน เมืองนิวคีย์ พร้อมกับขยายขนาดของการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับคนไร้บ้าน
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ปรินซ์วิลเลียมทรงประกาศแผนงานสร้างที่อยู่อาศัยแนวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานจำนวน 24 ยูนิต ด้วยงบประมาณ 3 ล้านปอนด์ เพื่อชาวเมืองคอร์นวอลล์ผู้ไร้บ้าน ซึ่งจะมีการฝึกอาชีพและการจัดหางานให้ด้วย ทั้งนี้ พระองค์ทรงออกแบบให้เป็นปัจจัยส่งเสริมผู้คนได้มีโอกาสตั้งต้นชีวิตใหม่นั่นเอง
ทั้งนี้ ปรินซ์ทรงดำเนินงานในความร่วมมือกับองค์การกุศลเซนต์พีทร็อกส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานสร้างบ้านแก่คนเร่ร่อนในเคาน์ตีคอร์นวอลล์ และเป็นผู้รับผิดชอบการสร้างที่อยู่อาศัย 24 ยูนิตนี้ให้แก่ดัชชีแห่งคอร์นวอลล์ของพระองค์
ที่ผ่านมา จนถึงปีนี้ การก่อสร้างเฟสแรกใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ 16 ยูนิตแล้ว และเริ่มการขายและการปล่อยเช่าตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยการย้ายเข้าอยู่นั้น กำหนดกันไว้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นต้นไป
ในการเสด็จเยี่ยมชุมชนแนนส์เลดเดนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2026 ปรินซ์วิลเลียมทรงปลื้มพระทัยกับบรรยากาศที่ได้เห็น ตลอดจนบทสนทนากับบรรดาคนไร้บ้านที่เริ่มชีวิตใหม่ขึ้นมาได้ภายใต้โครงการตลาดคนเดินที่คิงชาร์ลส์ทรงขับเคลื่อนไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว บรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์แบบพื้นถิ่นของคอร์นิชสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจและสนุกกับตลาดคนเดิน อย่างไรก็ตาม ในชุมชนแนนส์เลดเดนไม่มีที่พักให้นักท่องเที่ยวค้างคืน
โดยเว็บไซต์ข่าวคอร์นวอลล์ไลฟ์ รายงานช่วงเวลาประทับใจที่ปรินซ์วิลเลียมทรงได้พบปะสนทนากับ แมกซ์ เฮดเจส อดีตคนไร้บ้านวัย 28 ปี ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการที่อยู่อาศัยในแนนส์เลดเดนตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยอดีตปรินซ์ชาร์ลส์ และตั้งต้นพัฒนาขึ้นมาในกลางทศวรรษ 2010 จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์เป็นจริงขึ้นมาแล้ว 30% ทั้งนี้ ปรินซ์วิลเลียมทรงเคยสนทนากับแมกซ์รอบแรกเมื่อสามปีที่แล้ว และจึงไถ่ถามความคลี่คลายของชีวิต
“ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงดีขึ้นอย่างน่าทึ่ง ทุกอย่างแตกต่างไปทั้งหมดจากเมื่อสามปีก่อนครับ ผมได้เข้ากลุ่มเพื่อนซึ่งเข้าใจและช่วยเหลือกันเต็มที่ ตอนนี้ผมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแล้วครับ แล้วก็มีงานทำด้วย แต่ผมก็ยังทำโน่นนี่ผิดพลาดบ้าง” แมกซ์ เฮดเจส เล่าถวายปรินซ์วิลเลียม
“เราทุกคนก็ยังทำพลาดกันทั้งนั้น” ปรินซ์วิลเลียมกล่าวปลอบหนุ่มแมกซ์อย่างเข้าอกเข้าใจ
“ผมยังคิดเรื่องนี้อยู่เลย เมื่อสองสามวันก่อนที่พระองค์จะเสด็จมา นี่เป็นบ้านจริงๆ มันเป็นการเริ่มบทใหม่ของชีวิตอะครับ ผมรู้สึกดีมากๆ กับสิ่งที่ได้รับ ที่นี่เป็นบ้านแห่งความหวังสำหรับคนที่ต้องการหลังคาคุ้มหัว ผมคิดว่านี่คือฝันที่เป็นจริง” คอร์นวอลล์ไลฟ์รายงานถ้อยคำของแมกซ์ เฮดเจสอย่างนั้น
นอกจากนั้น ยังมีครอบครัวของเจสและนิค ดันสตัน ที่ได้สนทนากับปรินซ์วิลเลียม โดยสองสามีภรรยาดันสตันได้เข้าอยู่ในบ้านซึ่งสร้างเพื่อให้เช่าแบบสัญญาเช่าระยะยาวในอัตราเอื้อมถึงสำหรับคนไร้บ้าน
เจส ดันสตัน เล่าเปิดใจว่าที่ผ่านมา การตั้งต้นชีวิตของเธอและสามีในคอร์นวอลล์เป็นไปอย่างยากเข็ญยิ่ง เคยตะเกี่ยตะกายจะหาเช่าที่อยู่อาศัยเพื่อปักหลักทำมาค้าขายอยู่หลายปี แต่เอื้อมไม่ถึงเลย จนกระทั่งได้เข้าสู่โครงการของคิงชาร์ลส์ ดิอินดีเพนเดนท์รายงาน
สามวันก่อนที่ปรินซ์วิลเลียมจะเสด็จไปตรวจความก้าวหน้าโครงการสร้างที่อยู่อาศัยแนวคิดส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน อันเป็นไปเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนคนไร้บ้านในคอร์นวอลล์ พระองค์ทรงประกาศจะสินทรัพย์ 20% ของพระองค์ในเคาน์ตีคอร์นวอลล์ รอยเตอร์รายงาน
วัตถุประสงค์ของความเคลื่อนไหวนี้ มุ่งเพื่อนำเงิน 500 ล้านปอนด์ที่ระดมขึ้น ไปเป็นค่าใช้จ่ายขับเคลื่อนโครงการสร้างที่อยู่อาศัยและโครงการสิ่งแวดล้อมต่างๆ ใน 5 พื้นที่ อาทิ คอร์นวอลล์ หมู่เกาะซิลลี และดาร์ตมัวร์ โดยจะดำเนินการเป็นเฟสยาว คือ ระยะ 10 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้น่าจะเผชิญอุปสรรคหนักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคัดค้านจากเกษตรกรซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินมานานหลายรุ่นคน อาทิ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานทรัพย์สินแห่งดัชชีออฟคอร์นวอลล์เริ่มประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ในเขตแบรดนินช์ใกล้เคาน์ตีเดเวอร์น ก็มีการเรียกร้องออกมาว่าดัชชีแห่งคอร์นวอลล์ต้องการันตีว่า การขายที่เกิดขึ้นจะสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและบรรดาผู้เช่า
คอลัมน์ PLANET No.3
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: เดลิเมลออนไลน์ นิตยสารพีเพิล เฟมฟีดออนไลน์ ดิอินดีเพนเดนท์ เอพี Sky News Digital ทาวน์แอนด์คันทรี บีบีซี เดอะซัน คอร์นวอลล์ไลฟ์ รอยเตอร์)