xs
xsm
sm
md
lg

"ไอติม" ดักภท.ไม่บีบแก้รธน.ทางเดียว ชงหลักมีส่วนร่วมปชช.-ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษสว. ชี้ขาดให้รัฐสภาโหวตวาระแรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พริษฐ์” หวัง ภท. ไม่บีบแก้รธน. เหลือแค่ทางเดียว หลังส่งสัญญาณให้ สส.ถอนชื่อหนุนร่างแก้รธน. ของ “พท.” พร้อมเดินหน้าเสนอหลักการการมีส่วนร่วมของปชช.-ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สว. ชี้ขาดให้รัฐสภาโหวตวาระแรก

วันนี้ (5มิ.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยให้ สส.ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า ตนทราบจากข่าว เหตุผลที่มติพรรคภูมิใจไทยให้สส.ถอนชื่อ เพราะกังวลว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยศาลัฐธรมนูญ ที่ 18/2568 แต่ตนมีข้อสังสัยในเหตุผล เพราะไม่เห็นว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะขัดกับคำนิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ตนไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย แต่มองว่าคำวินิจฉัยที่ระบุแค่ว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตง ซึ่งเนื้อหาของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เปิดให้ประชาชนเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรง แต่ให้สสร.บางส่วนมาจากการคัดเลือกของรัฐสภาตามชื่อที่ประชาชนเลือก เบื้องต้นจึงไม่เข้าข่ายการเลือกตั้งโดยตรงที่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นหากพรรคภูมิใจไทย กังวลว่าจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะอธิบายอย่างไร ต่อกรณีที่ให้สส.โหวตรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทย เมื่อ ต.ค.68 ซึ่งเป็นหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อ ก.ย.68 โดยหลักการของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรมนูญของพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ไม่ต่างจากวันนี้

“ในภาพรวมของการพิจารณาวาระแรกที่มีหลายร่างเสนอต่อรัฐสภา มีรายละเอียดหลักคิดต่างกัน ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ให้มีการเลือกตั้ง สสร. ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สว. ชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญฉบับบใหม่ โดยหลักการของทุกร่างที่เขียนคือการเพิ่มหมวด15/1 ดังนั้นทางที่ดี สมาชิกรัฐสภาควรลงติรับหลักการทุกร่างเพื่อนำเนื้อหาไปพิจารณา โดยไม่ปิดประตูฉบับใด หรืออ้างคำวินิจฉัยศาล แล้วปัดตก” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าการถอนชื่อของ สส. ทั้ง พรรภูมิใจไทย รวมถึงพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า จะมีสัญญาณอะไรหรือไม่ให้ถามพรรคที่มีมติดังกล่าว แต่ข้อเท็จจริงต่อการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เมื่อปลายปี68 ตอนนั้นพรรคประชาชนเปิดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลักการไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย ที่ให้ประชาชนเลือกส่วนหนึ่งและให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่าง ซึ่งตอนนั้นสส. และ สว.เห็นชอบกับฉบับของพรรคประชาชน ส่วนฉบับของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เสียง สว.ที่เพียงพอ แต่สส.พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนรับหลักการ หากยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาอ้าง เพื่อพยายามไม่ร่วมลงชื่อกับฉบับของพรรคเพื่อไทย รวมถึงไม่โหวตรับหลักการฉบับของพรรคประชาชน หรือ พรรคเพื่อไทย ต้องตอบสังคมด้วยว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร

เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนได้ไหมว่าจะทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ บีบให้เหลือช่องทางเดียว นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนเคยตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของระบอบสีน้ำเงินมี 2 เป้าหมายเพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ คือ ทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่สะดุด เพื่อให้สังคมอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดโอกาสให้เกิดการฮั้วได้ทั้งกระดาน หรือ ปล่อยให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผูกขาดกำหนดกติกาได้มาของ สสร. คัดเลือก ผู้ร่าง หรือชี้ขาดเนื้อหา ดังนั้นหวังว่าสัญญาณที่ส่งมาจะไม่ใช่ความพยายามทำให้ในวาระแรกมีเพียงร่างของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่ผ่านไปได้

เมื่อถามว่าถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหลือช่องทางเดียว จะมีความชอบธรรมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องสู้ทีละขั้นตอน โดยวาระหนึ่งต้องพยายามให้ทุกร่าง และนำความเห็นต่างในหลายประเด็นไปถกต่อในชั้นกรรมาธิการ

เมื่อถามว่าจะมีช่องทางอย่างไร เพราะในชั้นกมธ. เสียงส่วนใหญ่ยังเป็นของฝ่ายเสียงข้างมาก นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้เป็นเสียงข้างน้อย แต่หากประชาชนมองว่าสิ่งที่เราเสนอตอบโจทย์ประเทศ ประชาชนขานรับ จะเป็นพลังหนุนที่นำไปทำความเข้าใจกับกมธ.ในรัฐสภา

เมื่อถามว่าสุดท้ายหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีช่องทางให้ประชาชนหยั่งเสียงจะยอมรับได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรามีหลักการของเรา ขณะนี้ขั้นตอนสำคัญต่อเป้าหมายหลักเฉพาะหน้าคือ พยายามทำให้ร่างของพรรคประชาชนผ่านวาระแรก และให้หลักการถูกสนอง โดย กมธ.เสียงข้างมากที่จะตั้งขึ้น