กองทัพสหรัฐฯ โจมตีสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (6 มิ.ย.) หลังจากยิงโดรนที่อิหร่านส่งมายังช่องแคบฮอร์มุซตก ซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งล่าสุดที่ทำให้ความพยายามยุติสงครามระหว่างสองประเทศซับซ้อนยิ่งขึ้น
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวกับรอยเตอร์ว่า กองทัพสหรัฐฯ เชื่อว่าโดรนของอิหร่านทั้ง 4 ลำนั้นมุ่งเป้าไปที่การจราจรทางทะเลในภูมิภาค กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศผ่าน X ว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีสถานีเฝ้าระวังของอิหร่านในเมืองโกรูคและเกาะเกชม์ ซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่บนช่องแคบฮอร์มุซ
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) แถลงว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำที่พยายามข้ามช่องแคบโดยไม่ได้รับอนุญาต
สื่อของรัฐรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตกำลังสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากแหล่งที่มาที่ไม่เปิดเผย ขณะที่ในบาห์เรนมีเสียงไซเรนดังขึ้นและประชาชนได้รับการแจ้งเตือนให้หาที่หลบภัย อิหร่านระบุว่าได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในทั้ง 2 ประเทศด้วยขีปนาวุธ แต่กองทัพสหรัฐฯ อ้างว่าขีปนาวุธ 6 ลูกถูกสกัดกั้น และอีกหนึ่งลูกไม่ถึงเป้าหมาย
สหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจากันทางอ้อมเป็นส่วนใหญ่โดยหวังบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมา 3 เดือนแล้ว ซึ่งจะทำให้ประเด็นต่างๆ รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านต้องเจรจากันต่อไป
แต่ท่ามกลางการปะทะกันเป็นระยะๆ ข้อตกลงยังคงเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุ
เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงใดๆ ก็ตาม อิหร่านต้องการเข้าถึงรายได้จากน้ำมันหลายพันล้านดอลลาร์ การยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบ การยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของสหรัฐฯ และอำนาจต่อรองเหนือช่องแคบ
อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกในช่วงก่อนสงคราม
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเพื่อให้ยุติสงครามที่ไม่เป็นที่นิยม
ล่าสุด ทรัมป์ บอกกับสถานีโทรทัศน์ NBC ว่า แม้ว่าโรงงานผลิตโดรนและขีปนาวุธส่วนใหญ่ของอิหร่านจะถูกทำลายไปแล้ว แต่อิหร่านก็ยังคงมีขีปนาวุธอยู่ประมาณ 1 ใน 5 ของทั้งหมด
“พวกเขามีขีปนาวุธอยู่บ้าง มีโดรนอยู่บ้าง ผมคิดว่าถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว อาจจะประมาณ 21-22% ของขีปนาวุธทั้งหมด มันเป็นขีปนาวุธจำนวนมาก แต่ก็ไม่มากเท่ากับตอนที่เราโจมตีครั้งแรก” ทรัมป์กล่าวกับรายการ Meet the Press ของ NBC News ตามข้อความที่เผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ (5)
เมื่อถูกถามว่า เหตุใดผู้นำอิหร่าน—หากกำลังสิ้นหวังอย่างที่เขาบรรยายไว้—จึงไม่เต็มใจที่จะเจรจาต่อรอง ทรัมป์ ตอบ ว่า “เพราะพวกเขามีอำนาจ พวกเขามีความภาคภูมิใจ มีหลายสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องทำ แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก และมันต้องใช้เวลาสักหน่อย”
โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวกับ CNN เมื่อวันศุกร์ (5) ว่า ข้อตกลงสันติภาพขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาล ทรัมป์ ต้องปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 24,000 ล้านดอลลาร์ และเตือนว่าสหรัฐฯ จะ "ก้าวเข้าสู่เส้นทางที่มืดมิด" หากกลับมาโจมตีอีกครั้ง
ที่มา: รอยเตอร์