เอเจนซีส์ – พบมหาวิทยาลัยชั้นนำจีนไม่ต่ำกว่า 7 แห่งที่เชื่อมโยงกับกองทัพจีนและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจีนแสวงหาชิป AI ของ Nvidia รุ่น H200 ที่มีความสามารถมากที่สุดในโลกในปัจจุบันเพื่อทำการวิจัยพัฒนาความก้าวหน้าทางยุโธปกรณ์การป้องกันประเทศสร้างความวิตกให้สภาคองเกรสสหรัฐฯ
บลูมเบิร์กรายงานวันอังคาร(2 มิ.ย.)ว่า มหาวิทยาลัย 2 แห่งชื่อดังของจีนมีความสนใจในชิป H200 ของ Nvidia ได้แก่มหาวิทยาลัยเป่ยหัง (Beihang University) และมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกนอร์ทเวสต์เทิร์นจีน NWPU (Northwestern Polytechnical University) อ้างอิงจากบันทึกการจัดซื้อที่บลูมเบิร์กได้มา
ทั้ง 2 แห่งถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “7 ลูกชายแห่งการป้องกันประเทศจีน” (Seven Sons of National Defense) ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน
มหาวิทยาลัยเป่ยหัง และมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกนอร์ทเวสต์เทิร์นจีน NWPU ถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯขึ้นแบล็กลิสต์จากการที่การวิจัยเพื่อความก้าวหน้าให้กองทัพจีน
คณะความมั่นคงทางไซเบอร์ของ NWPU ต้องการเข้าถึงการเช่าชิป AI รุ่นนี้ของ Nvidia ของสหรัฐฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยเปิดเผยว่าทำงานด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ให้รัฐบาลจีนและมีทีมวิจัยความก้าวหน้าการป้องกันประเทศจีนและอีกทั้งมีผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเป็นจำนวนมากเข้ารับใช้ในกองทัพปลดแอกประชาชนจีน
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯรายงานในเรื่องนี้วันที่ 1 มิ.ย. โดยชี้ว่า ถึงแม้ว่าซีอีโอ Nvidia เจนเซน หวง ถึงแม้จะออกมาประกาศอย่างเปิดเผยอ้างว่า กองทัพจีนไม่ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าทางวิทยาการในชิป Nvidia ของบริษัทของเขาที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ทว่าการวิเคราะห์บันทึกการจัดซื้อจีนนาน 6 ปีแสดงเห็นว่า กองทัพจีนแสวงหาอย่างเปิดเผยสำหรับชิป AI ของ Nvidia มาตั้งแต่ปี 2019
ส.ส. รัฐมิชิแกน จอห์น มูเลนาร์(John Moolenaar) ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญด้านพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รายงานการวิเคราะห์บันทึกจีนนาน 6 ปีนี้แสดงให้เห็นว่า “ปักกิ่ง” พยายามที่จะลักลอบและขโมยเทคโนโลยีอเมริกันเป้าจุดประสงค์ทางการทหาร”
นิวยอร์กไทม์สชี้ว่า บันทึกจีนที่ทำการประมวลโดย Wirescreen แพลตฟอร์มซอฟท์แวร์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทจีนที่พบว่า กองทัพจีนได้เพิ่มความพยายามในการให้ได้มาซึ่งชิป AI เทคโนโลยีของสหรัฐฯถึงแม้ว่ารัฐบาลอเมริกันจะทำการจำกัดการขายให้ประเทศที่เป็นอริรวม “จีน”
Wirescreen ได้ตรวจสอบบันทึกการจัดซื้อ 3,800 บันทึกเที่ยวเกี่ยวข้องกับชิปชั้นสูงและคอมพิวเตอร์
ในการตรวจสอบพบว่ามีไม่ต่ำกว่า 500 ตัวอย่างที่มีหลายหน่วยงานจากกองทัพจีนต้องการชิป Nvidia โดยระบุถึงชื่อหรือคุณสมบัติทางเทคนิก
นิวยอร์กไทม์สกล่าวว่า เป็นเทคโนโลยีที่ถูกแสวงหาเกือบทุกกองกำลังของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนที่น่าตกใจเพราะพบว่า รวมไปถึงหน่วยงานด้านวิจัยการจำลองการระเบิดนิวเคลียร์ ปฎิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ และการวางแผนการรบ
ทั้งนี้รายงานถูกส่งไปยังรัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่ซึ่งมีการหารือถึงอนาคตการขายชิป Nvidia ให้จีน หนังสือพิมพ์สหรัฐฯชี้
บลูมเบิร์กรายงานต่อว่า อ้างอิงจากบันทึกที่ย้อนไปไกลในปี 2011 มีมหาวิทยาลัยจีนไม่ต่ำกว่า 25 แห่งและแล็บที่มีความร่วมมือกับกองทัพจีนและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศจีนถูกพบว่าหากไม่ได้กำลังใช้อยู่หรือกำลังแสวงหารชิป Nvidia รุ่นที่เก่ากว่า
และพบว่ามี 6 แห่งจากทั้งหมดถูกขึ้นบัญชีดำของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯจากการที่มีความร่วมมือทางการวิจัยกับกองทัพจีนรวมถึง การพัฒนาเทคโนโลยีมิสไซล์และนิวเคลียร์ เป็นภัยคุกคามความมั่นคงต่อสหรัฐฯ
มาจนถึงปัจจุบันรัฐบาลจีนสั่งห้ามบริษัทด้าน AI ของจีนซื้อชิป AI ของ Nvidia รุ่น H200
โฆษก Nvidia กล่าวโต้ว่าเป็นเรื่องที่โง่เง่ามากที่คิดว่า การทหารจีนต้องพึ่งพาชิปของบริษัท
“จีนมีชิปผลิตภายในประเทศมากพอสำหรับอุปกรณ์ทางการทหารของตัวเองและอีกหลายล้านสำหรับเป็นอะไหล่เก็บ”
ด้านสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี เปิดเผยว่า “ขอต่อต้านการใช้ในทางการเมืองเพื่อเป็นเครื่องมือ และการใช้ประเด็นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเป็นอาวุธ”
เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ
ส.ส.ไบรอัน มาสต์ (Brian Mast) ประธานคณะกรรมาธิการด้านกิจการต่างประเทศประจำสภาล่างสหรัฐฯกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาในกรุงวอชิงตัน ดีซีว่า พวกเรารู้อย่างแน่นอนว่า พวกเราไม่ต้องการให้ผู้ซื้อปลายทางเป็นกองทัพจีน โดยชี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการเกี่ยวข้องกับอาวุธจริง กองทัพจริง หรือมีความสูญเสียจริงสภาคองเกรสสหรัฐฯต้องให้ความสนใจอย่างแน่นอน
บลูมเบิร์กรายงานว่าผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ถึงแม้ว่าจีนปัจจุบันเช่น หัวเว่ย จะมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์แต่ทว่ายังคงล้าหลังห่างจากคู่แข่งบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯทั้งในด้านคุณภาพและจำนวนของชิป AI