xs
xsm
sm
md
lg

คอมมานโดตามลากคอม้าข้ามแดน เชื่อมโยงหลอกเหยื่อ 3 คดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



คอมมานโดตามลากคอม้าข้ามแดนสแกนหน้าดูดเงินเหยื่อ 2.6 แสน เชื่อมโยง 3 คดี "หลอกลงทุน-สวมรอยกระทรวงยุติฯ-ทำกิจกรรมออนไลน์"

วันนี้ (7 มิ.ย.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก. บก.ปพ. พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. จับกุม นายพิทยา อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 1163/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค.68 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงิน อิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง” นอกจากนี้ยังมีหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ และศาลจังหวัดชัยนาท ข้อหาลักษณะเดียวกันอีก 2 หมาย โดยจับกุมได้ บริเวณริมถนน ซอยพระเทพรัตนโมลี 6 แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายน 2568 ผู้เสียหายรายที่ 1 ซึ่งเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกชวนเข้ากลุ่มไลน์ ไลน์แอดมินหลอกให้เปิดหน้าร้านและโอนเงินสร้างเครดิตบนเว็บ “NEXEEDS” ช่วงแรกถอนได้จริง ภายหลังถอนไม่ได้และถูกบังคับให้โอนเพิ่ม
รวมโอนทั้งหมด 5 ครั้ง เป็นเงิน 173,140 บาท

ผู้เสียหายรายที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มิจฉาชีพใช้กลอุบายรูปแบบใหม่หลอกซ้ำเติมผู้เสียหาย เริ่มต้นจากมีคนร้ายโทรศัพท์ติดต่อมายังผู้เสียหาย โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก “กระทรวงยุติธรรม” พร้อมแจ้งข้อมูลว่า หากผู้เสียหายเคยถูกมิจฉาชีพหลอกลวงต้มตุ๋นเงินไปในอดีต ทางหน่วยงานมีนโยบายช่วยเหลือ และสามารถดำเนินการขอรับเงินคืนให้ได้อย่างไรก็ตาม คนร้ายได้สร้างเงื่อนไขและกลอุบายตบตาว่า หากต้องการได้เงินคืน ผู้เสียหายจะต้องทำตามขั้นตอนทางเทคนิค คือ “ร่วมลงทุนในภารกิจโจมตีเว็บไซต์ของมิจฉาชีพ” เพื่อดึงเงินกลับคืนมา ผู้เสียหายซึ่งกำลังเดือดร้อนและอยากได้เงินคืนจึงหลงเชื่อใจ ยอมโอนเงินเข้าร่วมระบบตามที่คนร้ายบอกไปจำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 16,000 บาท ก่อนจะเริ่มเอะใจว่าถูกหลอกซ้ำซ้อน จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน

ผู้เสียหายรายที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ถูกแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์หลอกลวงในรูปแบบ “ทำกิจกรรมรับค่าตอบแทนพิเศษ” โดยใช้อุบายชักชวนผู้เสียหายให้เข้าร่วมทำกิจกรรมออนไลน์ โดยอ้างว่าหากทำภารกิจสำเร็จจะได้รับผลตอบแทน และค่าคอมมิชชันในอัตราที่สูงเป็นพิเศษ ช่วงแรกอาจมีการให้เงินรางวัลจริงเพื่อล่อใจ แต่เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าระบบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายได้หลงเชื่อและโอนเงินออกไปทอด ๆ ทั้งสิ้นจำนวน 4 บัญชี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 70,000 บาท

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายทั้งสามราย ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุ ในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ, สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์, สภ.เมืองชัยนาท พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุ
ไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายพิทยา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ลาดกระบัง จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า ตนได้ถูกหลอกให้ไปรับรถที่สระแก้วเนื่องจากได้หางาน ขับรถทางเฟซบุ๊ก เมื่อไปถึงได้ถูกบังคับให้ข้ามไปสแกนหน้าให้คนจีนอยู่ประเทศกัมพูชา หลังจากสแกนหน้าเสร็จได้ถูกนำมาส่งช่องทางธรรมชาติฝั่งจันทบุรีโดยได้รับเงินเพียง 1,000 บาท จึงนำตัวส่ง สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป