เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล จะไม่มีทางเลือกอื่น นอกเหนือจากต้องรับข้อตกลงใดๆที่สหรัฐฯกำลังเจรจากับอิหร่าน จากคำยืนยันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา สืบเนื่องจากผู้นำอเมริกาเป็นผู้อำนาจชี้ขาด
"เขาไม่มีทางเลือกใดๆ" ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์สทางโทรศัพท์ "ผมเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ผมเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด เขา(เนทันยาฮู) ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจ"
คำกล่าวของทรัมป์ มีขึ้นไม่นานหลังจาก อิหร่าน รัวยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงครั้งร้ายแรงที่สุด นับตั้งแต่มันมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนเมษายน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์แยกกัน ว่าเขาจะสั่งให้ เนทันยาฮู อดทนอดกลั้นจากการโจมตีแก้แค้นใดๆเล่นงานอิหร่าน จุดยืนที่ขัดแย้งกับถ้อยแถลงจากกองทัพอิสราเอล
ทรัมป์ บอกว่าการโจมตีของอิหร่าน ไม่เปลี่ยนแปลงความปรารถนาของเขาในการหาบทสรุปของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน "มันจะไม่ส่งผลกระทบใดๆกับข้อตกลง" เขาบอกกับไฟแนนเชียลไทม์ส
"เราคงต้องดูว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่พวกมัน (การโจมตีด้วยขีปนาวุธเหล่านั้นต่ออิสราเอล) เป็นการโจมตีที่ไม่มีผลอะไรเลย มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานาน 3,000 ปี หรือ 47 ปี ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนับแบบไหน" ทรัมป์กล่าว
อย่างไรก็ตามความเห็นล่าสุดของทรัมป์ สวนทางกับจุดยืนของเขาที่มีมาตลอด นับตั้งแต่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เป็นผู้นำเจรจารอบแรกกับอิหร่านในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยเขาไม่ได้แสดงท่าทีมั่นใจเหมือนเคย ว่าข้อตกลงกับอิหร่านใกล้บรรลุแล้ว "ผมคิดว่าข้อตกลงกำลังเดินหน้า แล้วเราจะได้เห็นกัน"
กระนั้น ทรัมป์ เน้นย้ำว่าการโจมตีของอิหร่านในวันอาทิตย์(7มิ.ย.) จะไม่ส่งผลกระทบต่อการคิดคำนวณของเขา "ข้อตกลงนี้อาจประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวมันเอง หรือไม่ประสบความสำเร็จ แต่เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อข้อตกลง"
เเมื่อถูกถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากข้อตกลงดังกล่าวล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทรัมป์ตอบว่าเขาจะพิจารณาส่งหน่วยคอมมานโดจู่โจมอิหร่าน "มันมีความหมาย 2 อย่าง อย่างแรก มันอาจหมายถึงความเป็นไปได้ที่เราจะเข้าไปและเข้าไปดูแลดูแลพื้นที่ส่วนที่เหลือที่เราไม่ได้ควบคุมในเชิงการทหาร หรือแค่อาจหมายความว่า เราจะยังคงปิดล้อมอิหร่านต่อไป เพราะว่าบางทีการปิดล้อมอาจมีพลังมากกว่าการโจมตีใดๆที่เคยเล่นงานประเทศแห่งนี้"
ความเห็นของทรัมป์ที่มีต่อเนทันยาฮู มีขึ้นหลังจากเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ “แอคซิออส” และ เครือข่ายทีวี “เอบีซี นิวส์” ต่างรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อว่าต่อขานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ด้วยถ้อยคำรุนแรง เนื่องจากไม่พอใจที่อิสราเอลขู่ทิ้งระเบิดใส่เบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ซึ่งอาจบ่อนทำลายความพยายามในการเจรจายุติสงครามระหว่างอเมริกากับอิหร่าน
“คุณกำลังบ้าไปแล้ว ถ้าไม่มีผม คุณคงติดคุกไปแล้ว ผมกำลังช่วยชีวิตคุณอยู่นะ ตอนนี้ใครๆ ต่างก็เกลียดคุณ ใครๆ ต่างก็เกลียดอิสราเอลเพราะเรื่องนี้” รายงานข่าวแอคซิออสอ้างคำพูดที่ทรัมป์ตะคอกใส่เนทันยาฮูระหว่างพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์(1 มิ.ย.)
ทรัมป์ยืนยันว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และไม่ได้โต้แย้งใดๆเกี่ยวกับลักษณะการใช้คำพูดรุนแรงระหว่างการพูดคุย ตามคำกล่าวอ้างของสื่อมวลชน
แม้มีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนที่มีสหรัฐฯเป็นคนกลางไปแล้วหลายรอบ ในนั้นรวมถึงที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ ทรัมป์ ยังไม่สามารถหยุดอิสราเอลจากการโจมตีเป้าหมายต่างๆในเลบานอนแทบจะทุกวัน ในนั้นรวมถึงการโจมตีป้องปราการแห่งหนึ่งของฮิซบอลเลาะห์ ในกรุงเบรุต ในวันอาทิตย์(7มิ.ย.)
การโจมตีดังกล่าว กระตุ้นให้อิหร่านโจมตีเข้าใส่อิสราเอล เป็นครั้งแรกตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน อิหร่านยืนกรานว่าการหยุดยิงอย่างถาวรโดยอิสราเอล คือเงื่อนไขล่วงหน้าในข้อตกลงใดๆระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
(ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส)