xs
xsm
sm
md
lg

โจ มณฑาณี เคยเตือนภัย Cyberbullying สังคมตั้งคำถามปมโพสต์รีดเงิน 5 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โจ มณฑาณี เคยเตือนภัยไซเบอร์บูลลี่ วันนี้สังคมย้อนถาม ปมโพสต์รีด 5 ล้านใช้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่

กรณีโพสต์ของ “โจ มณฑาณี ตันติสุข” ที่กล่าวอ้างว่ามีกลุ่มบุคคลพยายามขุดคุ้ยข้อมูลของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และบริษัท PT เพื่อเรียกรับเงินเดือนละ 5 ล้านบาท ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏการเปิดเผยหลักฐานต่อสาธารณะ หรือมีการระบุชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้ โจ มณฑาณี เคยแสดงจุดยืนเกี่ยวกับปัญหา Cyberbullying หรือการระรานบนโลกออนไลน์มาโดยตลอด โดยมีการเผยแพร่เนื้อหาและคลิปวิดีโอที่อธิบายถึงลักษณะของ “กระบวนการล่าแม่มดออนไลน์” ซึ่งเธอมองว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

เนื้อหาดังกล่าวอธิบายว่า การโจมตีบุคคลบนโลกออนไลน์มักเริ่มจากการสร้าง “สารตั้งต้น” ผ่านข้อมูลด้านลบ การกล่าวหา หรือการนำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วน จากนั้นจะมีการขยายผลผ่านการแชร์ การตัดคลิป หรือการเผยแพร่ต่อในแพลตฟอร์มต่าง ๆ จนเกิดกระแสสังคม ก่อนจะพัฒนาไปสู่การกดดันผู้สนับสนุน ลูกค้า หรือเครือข่ายทางธุรกิจของบุคคลนั้น

นอกจากนี้ โจ มณฑาณี ยังเคยแสดงจุดยืนว่า หากถูกโจมตีหรือถูกหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์ แนวทางที่เหมาะสมคือการรวบรวมหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย มากกว่าการตอบโต้ผ่านอารมณ์หรือการด่าทอกลับไปมา

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดคำถามจากผู้ติดตามข่าวสารบางส่วนว่า กรณีโพสต์ล่าสุดที่กล่าวอ้างเรื่องการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทนั้น เหตุใดจึงยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานหรือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นทางการ หากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง

อีกประเด็นที่ถูกจับตามอง คือ หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้รับการขยายผลอย่างรวดเร็วผ่านหลายเพจการเมือง สื่อออนไลน์ และบุคคลสาธารณะ ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าวด้วยตนเอง จนทำให้กระแสถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็ว

ในทางการเมือง มีผู้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เครือข่ายบ้านพระอาทิตย์ นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล และอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กำลังเคลื่อนไหวตรวจสอบประเด็นสาธารณะหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองสีน้ำเงินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเขากระโดง หรือประเด็นด้านพลังงานที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคม

ก่อนหน้านี้ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และภาคประชาชน ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาพลังงานของประเทศ พร้อมยื่นข้อเสนอที่ระบุว่าสามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อลดภาระค่าพลังงานของประชาชนต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม กลุ่มภาคประชาชนบางส่วนมองว่าข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร

ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การเกิดขึ้นของประเด็น “รีดเงิน 5 ล้านบาท” ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเพียงความบังเอิญทางการเมือง หรือมีส่วนทำให้ความสนใจของสังคมเบี่ยงออกจากประเด็นการตรวจสอบเรื่องเขากระโดงและนโยบายพลังงานหรือไม่

แน่นอนว่า ข้อสังเกตดังกล่าวยังเป็นเพียงการวิเคราะห์ทางการเมือง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ และยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่ามีการวางแผนหรือประสานงานกันระหว่างบุคคลหรือกลุ่มใด

แต่สิ่งที่หลายฝ่ายเห็นตรงกัน คือ หากมีการเรียกรับเงินตามที่กล่าวอ้างจริง เรื่องดังกล่าวควรถูกพิสูจน์ด้วยหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้สังคมได้รับข้อเท็จจริงที่ชัดเจน มากกว่าปล่อยให้เป็นเพียงข้อกล่าวหาที่ถูกขยายต่อบนโลกออนไลน์

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คำถามสำคัญที่สังคมกำลังรอฟัง อาจไม่ใช่ว่า “ใครเป็นคนรีดเงิน 5 ล้าน” เท่านั้น แต่รวมถึงคำถามว่า “ข้อกล่าวหาร้ายแรงระดับนี้ มีหลักฐานรองรับเพียงพอหรือไม่ และเหตุใดจึงเลือกสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

News1 รายงาน