xs
xsm
sm
md
lg

ปมรีดเงิน 5 ล้านยังถูกตั้งคำถาม หลังนักการเมืองระดับสูงร่วมแสดงความเห็น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เนียนหรือไม่? ปมรีด 5 ล้านยิ่งถูกตั้งคำถาม หลัง “อนุทิน-พิพัฒน์” ร่วมวงตั้งแต่ต้นเรื่อง

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง เมื่อ “โจ มณฑาณี” โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุในลักษณะกล่าวอ้างว่า มีกลุ่มบุคคลพยายาม “ขุดคุ้ย” เรื่องของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และบริษัท PT เพื่อเรียกรับเงินเดือนละ 5 ล้านบาท แต่เจ้าตัวไม่ยอม พร้อมข้อความในเชิงให้กำลังใจ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ไม่นานนัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ว่า “ขอบคุณสำหรับอีกมุมมองหนึ่งครับ” ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เข้าไปแสดงความคิดเห็นเช่นกันว่า “อือ ทายทีที่ถูกกว่าเป็นใคร”

จากนั้น ประเด็นดังกล่าวถูกนำไปขยายผลต่อโดยหลายเพจและหลายสื่อ ทั้งสื่อออนไลน์ บุคคลสาธารณะ และเพจการเมืองหลายกลุ่ม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานสาธารณะว่า มีกลุ่มบุคคลใดเรียกรับเงินตามที่กล่าวอ้าง ไม่มีการระบุชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจน และยังไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการดำเนินคดีหรือแจ้งความร้องทุกข์ในประเด็นดังกล่าวแล้วหรือไม่

ขณะเดียวกัน ในรายการ “สนธิเล่าเรื่อง” เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาตั้งคำถามต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า หากมีการเรียกรับเงินจริง ก็ควรมีหลักฐานและควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มากกว่าการปล่อยให้เป็นเพียงกระแสบนโซเชียลมีเดีย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องลักษณะนี้อาจถูกใช้สร้างภาพทางการเมืองได้ หากไม่มีข้อเท็จจริงรองรับอย่างเพียงพอ

ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ไม่ได้อยู่เพียงเนื้อหาในโพสต์ของโจ มณฑาณี แต่ยังรวมถึงปฏิกิริยาตอบรับจากบุคคลระดับสูงทางการเมืองที่เข้ามามีส่วนร่วมกับประเด็นดังกล่าวตั้งแต่ระยะแรก จนนำไปสู่ข้อสังเกตต่าง ๆ ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับที่มาของกระแสข่าว

นอกจากนี้ ยังมีผู้ติดตามการเมืองบางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงช่วงเวลาที่ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคดีเขากระโดงและประเด็นทางการเมืองอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการวิเคราะห์หลากหลายมุมมองเกี่ยวกับเป้าหมายและผลกระทบทางการเมืองของกระแสข่าวครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตและการวิเคราะห์ต่าง ๆ ยังเป็นเพียงความคิดเห็นทางการเมืองที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขณะที่ข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทต่อเดือน ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมายืนยันข้อมูลหรือมีการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ หลายฝ่ายมองตรงกันว่า หากมีการเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้นจริง ควรมีการเปิดเผยหลักฐานและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะอย่างชัดเจน

News1 รายงาน