นายก อบจ.ปทุมธานี ลงพื้นที่สำรวจ “The Eye ดวงตาเมืองไทย” พร้อมหนุนพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ด้าน GISTDA ได้ออกมาไขปริศนา "เกาะวงกลมลึกลับ" ปทุมธานี ธรรมชาติรังสรรค์ หรือ ฝีมือมนุษย์ซ่อนเร้น?
พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายนพพร ขาวขำ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายอดิสร อยู่นาน นายนพนันท์ คุณาวิชา นายอทิตย์ นพขำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี นายสุริยา ธรรมธารา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี อำเภอหนองเสือ และนายคูณเรียม ปัทสีสร้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย ลงพื้นที่สำรวจ “The Eye ดวงตาเมืองไทย” ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ
สำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นวงกลมขนาดใหญ่คล้ายดวงตายักษ์กลางพื้นที่ธรรมชาติ เมื่อมองจากภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นรูปร่างคล้าย “El Ojo” หรือ “ดวงตา” ในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “The Eye ดวงตาเมืองไทย” และกลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในขณะนี้
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้กล่าวขอบคุณ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้บันทึกและเผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศของพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหากเจ้าของพื้นที่มีความพร้อมและยินยอมให้ดำเนินการพัฒนา ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีพร้อมที่จะสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดปทุมธานี เพื่อผลักดันให้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดปทุมธานีต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ยังเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า อยากจะสร้างหอคอยสูงเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปดูวิว ดวงตาเมืองไทย ซึ่งต่อไปถ้าเอ่ยชื่อปทุมธานี คนจะได้ไม่นึกถึงแค่ก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างเดียว แต่จะต้องมาดูตาเมืองไทยที่นี่
ด้าน GISTDA ได้ออกมาไขปริศนา "เกาะวงกลมลึกลับ" ปทุมธานี ว่าเกิดจากธรรมชาติรังสรรค์ หรือ ฝีมือมนุษย์ซ่อนเร้น ผ่านเฟซบุ๊กเพจ GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ว่า
จากกรณีที่ รองศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ "เกาะวงกลมปริศนา" หรือที่เริ่มมีคนเรียกว่า "ดวงตาเมืองไทย" บริเวณใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเกาะ El Ojo ในอาร์เจนตินานั้น เราลองมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสาเหตุการเกิดเกาะวงกลมนี้อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง? ซึ่งรูปทรงเกาะที่เป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์แบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยาก แต่ก็มีความเป็นไปได้ทั้งจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ครับ
โดยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ (เทียบเคียงกับปรากฏการณ์ El Ojo) ที่มีความเป็นไปได้ ได้แก่
- เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้
เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้ (Rotating Floating Island) หรือ เกาะ El Ojo ของจริงในอาร์เจนตินานั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่แผ่นดินที่ติดกับก้นบึ้ง แต่เป็น "แพวัชพืชและดิน" ที่ลอยตัวอยู่บนน้ำ เมื่อพื้นที่ตรงนั้นมีกระแสน้ำไหลเวียนวนอยู่ใต้น้ำ หรือมีกระแสลมพัดสม่ำเสมอ จะทำให้แพวัชพืชนี้ "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้าๆ ตลอดเวลา การหมุนนี้ทำให้ขอบเกาะเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกไปเรื่อยๆ จนถูกขัดเกลาให้กลายเป็นรูปวงกลมสมบูรณ์ทั้งตัวเกาะและแอ่งน้ำรอบๆ พื้นที่ปทุมธานีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและมีวัชพืชน้ำหนาแน่น จึงมีความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่จะเกิดแพวัชพืชหรือเกาะดินขนาด 100 เมตรที่ขาดออกจากฝั่งและหมุนจนกลมในลักษณะเดียวกัน
- ทะเลสาบรูปแอก (Oxbow Lake)
พื้นที่ปทุมธานี อยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างซึ่งมีแม่น้ำคดเคี้ยว เมื่อเวลาผ่านไป กระแสน้ำอาจกัดเซาะและเปลี่ยนทิศทางจนตัดขาดทางน้ำเดิม เกิดเป็นเกาะหรือร่องน้ำโค้งที่ถูกทิ้งร้าง แม้ว่าโดยปกติจะไม่ได้มีรูปทรงเป็นวงกลมเป๊ะๆ แต่สภาพตะกอนทับถมในอดีตก็อาจทิ้งร่องรอยพื้นที่ตรงกลางที่กลมมนไว้ได้
หรืออาจสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ในอดีต (Anthropogenic Activity) ที่อาจจะเป็นร่องรอยเกษตรกรรม หรือการจัดการที่ดิน นี่คือสมมติฐานที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากในบริบทของประเทศไทย พื้นที่ปทุมธานีมีการทำเกษตรกรรม การขุดบ่อเลี้ยงปลา การทำร่องสวน หรือการขุดแก้มลิงมานาน พื้นที่นี้อาจเคยเป็นพื้นที่ที่มีการจงใจขุดร่องน้ำล้อมรอบเป็นวงกลม (เช่น โคกหนองนา สระน้ำโบราณ หรือบ่อขุดเพื่อการเกษตร/อุตสาหกรรม) เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีและถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งาน พืชพรรณตามธรรมชาติจึงขึ้นปกคลุมจนแน่นทึบ ทำให้เมื่อมองจากมุมสูงดูเหมือนเกาะลึกลับกลางป่า
ข้อมูล GISTDA จะมีภาพนี้หรือไม่? และจะช่วยไขปริศนาได้อย่างไร?
GISTDA มีภาพของพื้นที่ตรงนี้อย่างแน่นอนครับ ภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-2 เห็นพื้นที่บริเวณดังกล่าวจริง แม้ว่าประเด็นนี้จะเพิ่งเป็นข่าวไวรัล และ GISTDA อาจจะยังไม่ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ออกมาอย่างเป็นทางการในทันที แต่ฐานข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมของ GISTDA (และพันธมิตรระดับโลก) มีการบันทึกภาพครอบคลุมประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คือ "กุญแจสำคัญ" ในการวิเคราะห์หาความจริง ดูการเปลี่ยนแปลงย้อนหลัง (Time-Series Satellite Imagery) วิธีนี้จะให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด หากมีการดึงภาพจากดาวเทียมย้อนหลัง (Historical imagery) มาดู หากภาพในอดีตพบว่าที่ตรงนี้เคยเป็นที่นาปกติ แล้วจู่ๆ ก็มีรอยขุดด้วยเครื่องจักรจนเป็นวงกลม ก็ฟันธงได้ว่าเป็น "ฝีมือมนุษย์" แต่หากภาพย้อนหลังชี้ว่าพื้นที่นี้ค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างจากทรงเรขาคณิตที่ไม่แน่นอน แล้วถูกธรรมชาติขัดเกลาจนกลมขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสนับสนุนทฤษฎี "ธรรมชาติสร้าง"
การวิเคราะห์การเคลื่อนที่ (Motion Tracking)
ความพิเศษของเกาะ El Ojo ที่อาร์เจนตินา คือ มันขยับได้ หากนำภาพถ่ายจากดาวเทียมในแต่ละช่วงเวลามาเทียบกัน แล้วพบว่าเกาะที่ปทุมธานีมีการเลื่อนตำแหน่งชิดขอบแอ่งน้ำฝั่งซ้ายที ขวาที ไม่ได้อยู่ตรงกลางจุดเดิมตลอด ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเป็น "เกาะลอยน้ำตามธรรมชาติ" (Floating Island)
นอกจากนั้น GISTDA ยังได้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับร่วมกับเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) เข้าไปช่วยไขปริศนาความลับของธรรมชาติในครั้งนี้อีกด้วย
โดยเทคโนโลยีไลดาร์ (LiDAR) ทะลวงม่านใบไม้ เผยให้เห็นโครงสร้างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พืชพรรณอย่างละเอียด ในพื้นที่ชุ่มน้ำของปทุมธานีที่เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้หนาทึบ การมองจากภาพถ่ายทางอากาศปกติอาจเห็นเพียงผืนป่าสีเขียวที่กลมกลืนกันไปหมด แต่เทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) ทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์ลงมายังพื้นผิวโลกแล้วจับเวลาที่แสงสะท้อนกลับไปที่ตัวรับสัญญาณ ทำให้สามารถวัด "ความสูง" และ "ระยะทาง" ได้อย่างแม่นยำในระดับเซนติเมตร
พบว่าพื้นที่ขนาดกว่า 100 เมตรนี้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าคือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" (Rotating Floating Island) จากการสะสมตัวของแพวัชพืชและดินที่ขาดออกจากฝั่ง ลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ เมื่อวัชพืชมีการเติบโตและเพิ่มปริมาณมากขึ้น และมีการเกาะตัวกันแน่น ผนวกกับมีกระแสลมพัดผ่าน เกาะทั้งเกาะจึง "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้าๆ ตลอดเวลา การหมุนและเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกนับครั้งไม่ถ้วน เปรียบเสมือนเครื่องกลึงธรรมชาติที่ขัดเกลาให้ขอบเกาะและแอ่งน้ำรอบๆ กลายเป็นรูปทรง "วงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ" อย่างน่าทึ่ง
จากร่องรอยเกษตรกรรม สู่ปรากฏการณ์ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" ด้วยลักษณะวงกลมที่สมบูรณ์แบบนี้ เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าอาจเป็นร่องรอยการจัดการที่ดินในอดีต เช่น การขุดดินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ก่อนจะร้างจนวัชพืชขึ้นปกคลุม แต่เมื่อเทคโนโลยี LiDAR เผยให้เห็นร่องรอยการแยกตัวที่ชัดเจน และนำไปสู่การลงพื้นที่จริงด้วยการบินโดรนสำรวจเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
และจากการลงพื้นที่จริงด้วยการบินถ่ายภาพด้วยโดรนวันที่ 8 มิถุนายน 2569 สันนิษฐานเบื้องต้นว่า อาจจะเป็นเกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้ (Rotating Floating Island) ในลักษณะที่หมุนรอบตัวเองอย่างช้าๆ ตลอดเวลา ทำให้กลายเป็นวงกลม ซึ่งถ้าข้อพิสูจน์นี้เป็นจริงก็ถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นตามวิถีธรรมชาติ
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline