ผลสำรวจระดับโลกโดยฟิลิปส์ ที่เผยแพร่ในวันอังคาร (9 มิ.ย.) แสดงให้เห็นว่า AI ช่วยประหยัดเวลาให้บุคลากรทางการแพทย์ แต่บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่กล่าวว่าการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงพอ ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่มีเลย
การศึกษาดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีสุขภาพแห่งอนาคตของฟิลิปส์ (Philips Future Health Index) ดำเนินการผ่านแบบสำรวจเชิงปริมาณสองชุด ชุดแรกกับบุคลากรทางการแพทย์ 2,011 คน และชุดที่สองกับผู้ป่วย 20,085 คน ใน 10 ประเทศ
กรณีการใช้งาน AI ส่วนใหญ่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ การใช้ AI เป็น "เพื่อนร่วมงาน" เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับงาน การถอดความบันทึกทางการแพทย์ หรือการนัดหมายผู้ป่วย
ในด้านคลินิก AI สามารถเตือนเกี่ยวกับการใช้ยาผสมกันที่เป็นอันตราย แนะนำการวินิจฉัยตามอาการ หรือช่วยวิเคราะห์ภาพเอ็กซ์เรย์หรือภาพสแกน
จากผู้เชี่ยวชาญที่ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 46 เปอร์เซ็นต์รายงานว่าประหยัดเวลาได้เฉลี่ยอย่างน้อย 132 ชั่วโมงต่อปี ในขณะที่ 50 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า AI ช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วย
พยาบาลและแพทย์กล่าวว่า AI ช่วยให้พวกเขามีความแม่นยำและรอบคอบมากขึ้น ติดตามงานวิจัยและการพัฒนาทางคลินิกได้ดีขึ้น และคิดวิเคราะห์กรณีต่างๆ ได้อย่างละเอียด
แต่การใช้ AI ส่วนตัวนั้นเร็วกว่าการนำไปใช้ในองค์กร โดย 64 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรทางการแพทย์หันไปใช้เครื่องมือ AI ส่วนตัวเมื่อตัวเลือกในที่ทำงานไม่ตรงกับความต้องการของพวกเขา
"องค์กรต่างๆ ไม่ได้ดำเนินการเร็วพอที่จะจัดหาเครื่องมือและการฝึกอบรม" เชซ ปาร์โตวี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรมของฟิลิปส์ กล่าวกับรอยเตอร์
70 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรทางการแพทย์กล่าวว่าไม่มีการฝึกอบรมสำหรับ AI แถมเครื่องมือด้าน AI ในองค์กรของพวกเขาไม่พร้อมใช้งาน มีจำกัด หรือไม่สม่ำเสมอ
รายงานระบุว่า "การขยายการฝึกอบรมที่มีโครงสร้างและเฉพาะเจาะจงตามบทบาท จะช่วยให้แพทย์พัฒนาทักษะดิจิทัลและการตัดสินใจทางคลินิกที่จำเป็นต่อการทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ"
ผู้เชี่ยวชาญเกือบทั้งหมด 90 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่า การมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญเมื่อ AI พัฒนาไปเรื่อยๆ และ 86 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่า ผลลัพธ์จาก AI ทั้งหมดจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลจากมนุษย์
ที่มา รอยเตอร์