รัฐบาลใหม่ของบัลแกเรียประกาศว่าจะยุติการส่งมอบอาวุธให้แก่ยูเครน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญของประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และสหภาพยุโรปแห่งนี้ที่ได้จัดหาอาวุธให้แก่เคียฟเรื่อยมา นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานในเดือน ก.พ. ปี 2022
ดิมิทาร์ สโตยานอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบัลแกเรีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) ว่า ความขัดแย้งไม่สามารถแก้ไขได้ในสนามรบ โดยให้เหตุผลว่าความท้าทายหลักของยูเครนคือการขาดแคลนกำลังพลมากกว่าอาวุธ
“สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่คือสงครามที่ยืดเยื้อ และไม่ว่าจะมีอาวุธมากแค่ไหน ผลลัพธ์เดียวก็คือการสูญเสียชีวิตมนุษย์” เขากล่าว ตามรายงานของสำนักข่าว AP
สโตยานอฟ ชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องนั่งลงเจรจา “เพื่อแสวงหาสันติภาพที่เป็นธรรมซึ่งกำหนดโดยทั้งสองฝ่าย”
ยูเครนเผชิญปัญหาขาดแคลนกำลังคนอย่างต่อเนื่องตลอดความขัดแย้งกับรัสเซีย แม้ว่าจะมีการเรียกระดมพลหลายครั้งแล้วก็ตาม
เคียฟต้องพึ่งพาการเกณฑ์ทหารภาคบังคับมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเสริมทัพ ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนกำลังพล การหนีทัพ และการหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร การรณรงค์ดังกล่าวถูกบั่นทอนด้วยรายงานเกี่ยวกับการบังคับเกณฑ์ทหาร และมีชายหนุ่มวัยเกณฑ์ทหารหลายพันคนหนีออกจากประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์ไปรบ
ภายใต้รัฐบาลชุดก่อน บัลแกเรียกลายเป็นหนึ่งในผู้จัดหาอาวุธและกระสุนมาตรฐานโซเวียตที่สำคัญที่สุดของยูเครน กระสุนจากบัลแกเรียคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของกระสุนทั้งหมดที่ยูเครนใช้ในช่วงปีแรกของความขัดแย้ง ตามข้อมูลของ คิริลล์ เปตกอฟ อดีตนายกรัฐมนตรีบัลแกเรีย และ อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป
รูเมน ราเดฟ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของบัลแกเรีย ซึ่งพรรคก้าวหน้าบัลแกเรียของเขาชนะการเลือกตั้งในเดือน เม.ย. เป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของบรัสเซลส์เกี่ยวกับยูเครนมานานแล้ว ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2022 ถึง 2025 ราเดฟ คัดค้านการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย ขัดขวางข้อเสนอที่จะส่งยานเกราะไปยังยูเครน และสนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง
ข้อถกเถียงเรื่องการติดต่อโดยตรงกับมอสโกได้รับความสนใจมากขึ้นภายในสหภาพยุโรปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำยุโรปหลายคนได้เสนอแนวคิดเรื่องการแต่งตั้งทูตอาวุโสเพื่อประสานงานกับรัสเซีย ท่ามกลางความกังวลว่ากลุ่มประเทศยุโรปถูกมองข้ามในวงเจรจาการทูตที่นำโดยสหรัฐฯ ในครั้งก่อนๆ
รัสเซียยืนยันว่า การส่งอาวุธช่วยยูเครนอย่างต่อเนื่องจะยิ่งทำให้การสู้รบยืดเยื้อ และเพิ่มความเสียหายต่อชีวิตผู้คนในความขัดแย้ง ขณะเดียวกันก็บั่นทอนโอกาสในการเจรจาเพื่อหาทางออก
ที่มา: RT