TH-AI Passport สะดุด! ดีอียอมแก้สัญญา หลังเจอถล่มหนัก
โครงการ TH-AI Passport มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เริ่มส่งสัญญาณปรับทิศทาง หลังเผชิญกระแสตั้งคำถามอย่างหนักจากนักวิชาการ นักการเมือง ภาคประชาชน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เกี่ยวกับความคุ้มค่า ความโปร่งใส และเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 กระทรวงดีอีจัดเวที TH-AI Passport Forum เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการดังกล่าว โดยตลอดเวทีมีการหยิบยกข้อกังวลหลายประเด็น ทั้งเรื่องการกำหนดคุณสมบัติทางเทคนิค การใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมถึงความเหมาะสมของเงื่อนไขใน TOR ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
ภายหลังการรับฟังความคิดเห็น นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้รับข้อเสนอแนะจำนวนมาก และเตรียมนำไปใช้ในการเจรจากับคู่สัญญา เพื่อปรับรูปแบบการดำเนินโครงการให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามอง คือแนวคิดการปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นการจ่ายตามกรอบโครงการ ไปสู่หลักการ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” หรือจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง เพื่อลดความเสี่ยงที่ภาครัฐจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน หากมีผู้ใช้งานต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ปลัดดีอีกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดข้อครหาเรื่องความคุ้มค่า และทำให้ภาครัฐไม่เสียเปรียบหากจำนวนผู้ลงทะเบียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 5 ล้านคน
ขณะเดียวกัน กระทรวงยังออกมาชี้แจงประเด็นที่สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับการกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อจำนวน 1,500 จอ โดยยืนยันว่าเป็นเพียงองค์ประกอบย่อยของโครงการ และใช้งบประมาณประมาณ 900,000 บาทเท่านั้น ไม่ได้เป็นสาระหลักของโครงการตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
นายพชรยอมรับว่า กระแสตรวจสอบที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงโครงการได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบ ดีกว่าปล่อยให้เกิดปัญหาตามมาตรวจสอบภายหลัง
พร้อมกันนี้ ยังประกาศจุดยืนชัดเจนว่า หากพบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตหรือความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการ กระทรวงพร้อมดำเนินการยกเลิกโครงการทันที
สำหรับแผนงานหลังจากนี้ กระทรวงดีอีตั้งเป้าจะเร่งเจรจาปรับรายละเอียดสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน เพื่อเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้งาน TH-AI Passport ได้ตามกำหนดในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงจะประกาศปรับแนวทางหลายประเด็น แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความจำเป็น ความคุ้มค่า และความโปร่งใสของโครงการยังคงดำเนินต่อไป โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดสัญญาและข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนก่อนที่โครงการจะเดินหน้าอย่างเป็นทางการ
News1 รายงาน