xs
xsm
sm
md
lg

สถิตในความทรงจำ ย้อนรอย “สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา” เสด็จฯ ประทับแรมบนลานสนป่า “ภูสอยดาว”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนิน ณ ผืนป่า “ภูสอยดาว” เมื่อวันที่ 14-16 ส.ค. 52 (ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก)
กรมอุทยานแห่งชาติฯ เผยภาพแห่งความทรงจำ เมื่อครั้ง “สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา” เสด็จฯ ประทับแรมบนลานสนป่า “ภูสอยดาว” เมื่อวันที่ 14-16 สิงหาคม พ.ศ. 2552 โดยพระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงพระวิริยอุตสาหะอันแรงกล้า ด้วยการทรงพระดำเนินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติและเส้นทางผู้พิชิตยอดภูสอยดาว

เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยภาพแห่งความทรงจำเมื่อครั้ง “สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา” เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ณ ลานสน อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนิน ณ ผืนป่า “ภูสอยดาว” เมื่อวันที่ 14-16 ส.ค. 52 (ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก)
โดยเพจดังกล่าวได้โพสต์ข้อความน้อมอาลัยว่า

สถิตในความทรงจำแห่งผืนป่า ย้อนรอยพระจริยวัตร "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

หากกล่าวถึงหนึ่งในผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และงดงามเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ชื่อของ "อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว" ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอุตรดิตถ์ ย่อมเป็นจุดหมายในใจของใครหลายคน แต่สำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทุกผืนทรายและลานสนแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำอันเป็นมหามงคลและซาบซึ้งใจอย่างมิรู้ลืม

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๑๔ - ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ ผืนป่าภูสอยดาวได้มีโอกาสต้อนรับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มายังอุทยานแห่งชาติแห่งนี้


สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนิน ณ ผืนป่า “ภูสอยดาว” เมื่อวันที่ 14-16 ส.ค. 52 (ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก)
ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้น พระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงพระวิริยอุตสาหะอันแรงกล้า ด้วยการทรงพระดำเนินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติและเส้นทางผู้พิชิตยอดภูสอยดาว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเส้นทางที่ลาดชันและต้องใช้กำลังกายอย่างมาก ทรงประทับแรมท่ามกลางธรรมชาติบนลานสนร่วมกับพระสหายด้วยความเรียบง่ายและเป็นกันเอง ทรงเป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล

ไม่เพียงแต่ความเรียบง่ายในพระจริยวัตร พระองค์ยังทรงแสดงพระเมตตาคุณต่อระบบนิเวศอย่างลึกซึ้ง โดยได้ทรงปล่อยกล้วยไม้ "เอื้องแซะ" กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ และทรงร่วมปลูก "ต้นสนสามใบ" ร่วมกับคณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์และอนุสรณ์แห่งความทรงจำ


สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนิน ณ ผืนป่า “ภูสอยดาว” เมื่อวันที่ 14-16 ส.ค. 52 (ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก)
ในวันนี้ แม้เวลาจะผ่านพ้นไป แต่ภาพสะท้อนแห่งพระเมตตาและรอยพระบาทที่ทรงประทับไว้ ณ ลานสนภูสอยดาว จะยังคงเป็นมิ่งขวัญ เป็นกำลังใจ และเป็นสิ่งเตือนใจให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทุกคน มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในการดูแล รักษา และปกป้องผืนป่าแห่งนี้อย่างสุดความสามารถ...

ในวันนี้ ต้นสนที่ทรงปลูกได้เติบโตหยั่งรากลึก เช่นเดียวกับพระเมตตาคุณและภาพความประทับใจที่ยังคงสถิตอยู่ในใจของพวกเราชาวกรมอุทยานแห่งชาติฯ และพสกนิกรไทยตราบนิจนิรันดร์ 💛

ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ภาพ/ข้อมูล : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก)


สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนิน ณ ผืนป่า “ภูสอยดาว” เมื่อวันที่ 14-16 ส.ค. 52 (ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก)

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนิน ณ ผืนป่า “ภูสอยดาว” เมื่อวันที่ 14-16 ส.ค. 52 (ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก)