xs
xsm
sm
md
lg

จับสองผัวเมียฝรั่งใจเหี้ยมทิ้งลูกน้อยดับใต้ต้นไม้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานี-รวบแล้ว! พ่อแม่ชาวต่างชาติทิ้งลูกดับใต้ต้นไม้ อ้างไม่รู้ไม่ชี้ เจอหลักฐานแน่น วีซ่าหมดอายุตั้งแต่มีนาคม พฤติกรรมพิรุธระหว่างสอบสวน


จากกรณีพบศพทารกเพศหญิงอายุประมาณ 1 สัปดาห์เศษ ถูกนำมาทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ริมคลองในชุมชนดอนอุดม 4 ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพจะพยายามให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเด็กไว้ได้ จนกลายเป็นคดีสะเทือนใจที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายจากโรงแรมแห่งหนึ่งในตัวอำเภอเมืองอุดรธานี มายัง สภ.เมืองอุดรธานี ภายหลังศาลจังหวัดอุดรธานีอนุมัติหมายจับเลขที่ 252 และ 253/2569 พร้อมดำเนินการจัดทำบันทึกการจับกุมและสอบปากคำตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพภายในห้องสอบสวน

ผู้ต้องหาประกอบด้วย นาย MR. KARIM JAOUADI อายุ 39 ปี สัญชาติสวีเดน และ น.ส. MS. BRAIYDEN LENNOX อายุ 29 ปี สัญชาติอเมริกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นบิดาและมารดาของทารกที่เสียชีวิต


พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้ทำงานร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท่องเที่ยว แกะรอยจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาทั้งสองพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี จึงเข้าตรวจสอบและพบตัวชายและหญิงชาวต่างชาติผิวสี ซึ่งมีลักษณะตรงกับบุคคลที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวและนำมาดำเนินคดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองรายในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปี ไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เนื่องจากเด็กทารกมีอายุเพียงประมาณ 1 สัปดาห์เศษ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การนำไปทิ้งไว้ในจุดดังกล่าวย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถคาดหมายได้ และเด็กก็เสียชีวิตจริงในเวลาต่อมา


ด้าน ร.ต.ต.ทรงฤทธิ์ ไชยศรีทา รองสารวัตรสืบสวน ตม.จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต หรืออยู่ในลักษณะ Overstay โดยวีซ่าหมดอายุตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 นอกจากนี้ยังพบข้อมูลเบื้องต้นว่าฝ่ายหญิงได้คลอดบุตรด้วยตนเองในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ก่อนจะเดินทางเข้ามายังจังหวัดอุดรธานี

ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การในลักษณะภาคเสธ แม้เจ้าหน้าที่จะนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแสดงให้ดู แต่ทั้งคู่ยังคงไม่ยอมรับข้อกล่าวหา และพยายามบ่ายเบี่ยงการตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ โดยมีรายงานว่าเมื่อเห็นภาพหลักฐาน ทั้งสองมีอาการนิ่งไปชั่วขณะคล้ายจำนนต่อพยานหลักฐาน แต่ยังคงปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างถูกควบคุมตัวและสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองยังมีพฤติกรรมแปลก โดยพูดถ้อยคำคล้ายการบริกรรมหรือสวดเป็นภาษาที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ พร้อมมีท่าทางประกอบเป็นจังหวะตลอดช่วงหนึ่งของการสอบสวน สร้างความแปลกใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่การสอบสวนเชิงลึกยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงทั้งหมดของคดีสะเทือนขวัญที่สังคมกำลังจับตาอยู่ในขณะนี้