xs
xsm
sm
md
lg

โจโบหงายการ์ด อย่ารังแกผู้หญิง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โจโบหงายการ์ด อย่ารังแกผู้หญิง

ยังคงเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังความขัดแย้งระหว่างโจ มณฑานี ตันติสุข และโบว์ ณัฏฐา มหัทธนา กับสื่อในเครือบ้านพระอาทิตย์ ยังคงมีการตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง

ชนวนของเรื่องเริ่มต้นจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและโพสต์ข้อความในทำนองกล่าวหาว่ามีสื่อเรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาทจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยต่อมา โจ มณฑานี และโบว์ ณัฏฐา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

แม้จะไม่มีการระบุชื่อบุคคลหรือสื่ออย่างชัดเจน แต่ผู้ติดตามการเมืองจำนวนมากเข้าใจว่าข้อความดังกล่าวพาดพิงไปถึงสื่อในเครือบ้านพระอาทิตย์ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ภายหลัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการของตน ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าหากมีการกล่าวหากันในที่สาธารณะ ก็ควรต้องมีหลักฐานรองรับ และได้ตอบโต้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

ระหว่างการชี้แจง มีการกล่าวถึงโบว์ ณัฏฐา และประเด็นต่าง ๆ ในอดีต จนนำไปสู่การตอบโต้รอบใหม่บนโลกออนไลน์

ล่าสุด โจ มณฑานี ได้โพสต์ข้อความปกป้องโบว์ ณัฏฐา โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่โบว์เข้ามาทำหน้าที่โฆษก ศบก. ก็เคยถูกโจมตีด้วยการนำเรื่องในอดีตกลับมาพูดซ้ำมาแล้ว

โจ มณฑานี ระบุว่า

"วันนี้ สนธิก็โจมตีเธอด้วยเรื่องอดีตเดิมอีก วนลูปไปไม่จบสิ้น"

พร้อมแสดงความเห็นว่า

"มันควรต้องจบได้แล้ว ไม่ควรมีผู้หญิงคนไหนถูกสนธิทำร้ายอย่างไร้คุณธรรมเช่นนี้อีก"

และยังระบุอีกว่า

"ดิฉันจะสู้กับคุณทั้งสำนักต่อไปค่ะ จนกว่าสังคมจะตาสว่าง"

อย่างไรก็ตาม ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นสำคัญของเรื่องอาจไม่ได้อยู่ที่การเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่อยู่ที่ข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของข้อพิพาททั้งหมด

ชาวเน็ตบางส่วนมองว่า เมื่อมีการออกมากล่าวหาหรือพาดพิงบุคคลและองค์กรในที่สาธารณะ ย่อมต้องพร้อมรับการตรวจสอบและการโต้แย้งกลับเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้งานโซเชียลบางส่วนย้อนถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างโจ มณฑานี กับแน็ก ชาลี ในอดีต โดยมองว่ารูปแบบการตอบโต้ในครั้งนี้มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ก่อนหน้า จนนำไปสู่ข้อถกเถียงว่า ประเด็น "รังแกผู้หญิง" ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้งทุกครั้งที่เกิดกระแสวิจารณ์หรือไม่

ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวในรายการของตน โดยระบุว่า

"อย่ามาอ้างว่าเป็นผู้หญิง"

พร้อมกล่าวต่อว่า

"ถึงคุณจะเป็นผู้หญิง แต่ปากคุณใหญ่มาก"

ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการตอบโต้ต่อการนำประเด็นเรื่องเพศมาใช้เป็นเกราะป้องกันจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยนายสนธิ มองว่าหัวใจของเรื่องอยู่ที่การกล่าวหาและข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ มากกว่าจะเป็นเรื่องเพศของผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการตอบโต้กันอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ หลายฝ่ายมองว่าคำตอบสุดท้ายของเรื่องนี้อาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้กดไลก์หรือผู้สนับสนุนในโลกโซเชียล แต่อยู่ที่พยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม

เพราะหากข้อกล่าวหาต่าง ๆ มีหลักฐานรองรับ ก็ย่อมสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ตามกระบวนการกฎหมาย แต่หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ผู้ที่เผยแพร่หรือกล่าวหาผู้อื่นก็อาจต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเช่นกัน

ท้ายที่สุด ไม่ว่าฝ่ายใดจะถูกหรือผิด ศาลและกระบวนการยุติธรรมย่อมเป็นผู้ชี้ขาดจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่กระแสความนิยมในโลกออนไลน์

News1 รายงาน