รอยเตอร์ – รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ จอห์น เฮียลีย์ ลาออกจากตำแหน่งไม่พอใจหนักผู้นำอังกฤษ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ไม่ยอมให้งบประมาณมากพอเพื่อปกป้องอังกฤษให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามรัสเซีย การลาออกฟ้าผ่ากดดันสตาร์เมอร์จนเจ้าตัวล่าสุดประกาศไม่ลาออก ยืนยันยังคงมีอำนาจ
รอยเตอร์รายงานวันนี้(12 มิ.ย)ว่า หนังสือลาออกมาพร้อมการตำหนิต่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้ถึงอำนาจของสตาร์เมอร์ที่หายไปและเป็นกาเปิดเผยให้ห็นถึงวิกฤตใจกลางรัฐบาลอังกฤษที่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศอย่างเร่งรีบได้อย่างไรในสถานการณ์ที่มีเงินจำกัดที่ต้องใช้และอีกทั้งงบประมาณสวัสดิการรัฐเพิ่มขึ้น
รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ จอห์น เฮียลีย์ (John Healey) ที่ก่อนหน้าถือเป็นคนใกล้ตัวที่ภักดีกับสตาร์เมอร์นั้นก่อนเกิดเหตุยืนหนังสือลาออกฟ้าผ่าวานนี้(11) นั้นหารืออย่างหนักกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษพรรคแรงงานและรัฐมนตรีคลังอังกฤษ ราเชล รีฟส์ (Rachel Reeves) ต่อการที่จะทำให้อังกฤษสามารถเพิ่มงบประมาณการป้องกันประเทศที่จำเป็นเพิ่มได้ ทำให้แผนการลงทุนด้านการป้องกันประเทศที่มีกำหนดต้องเกิดขึ้นในปีที่แล้วต้องล่าช้าออกไป
ในหนังสือลาออก เฮียลีย์กล่าวว่า “คุณไม่สามารถและกระทรวงการคลังไม่ต้องการที่จะจัดสรรทรัพยากรที่ประเทศต้องการเพื่อปกป้องประเทศ”
อย่างไรก็ตามนายกฯสตาร์เมอร์แสดงความเสียใจต่อการลาออกของเขาและได้แต่งตั้ง แดน จาร์วิส (Dan Jarvis) ผู้ช่วยรัฐมนตรีความมั่นคงรัฐอังกฤษอยู่ภายใต้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยอังกฤษ แดน จาร์วิส (Dan Jarvis) ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษแทน
แต่ในเวลาเดียวกันผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ อัล คาร์นส์ (Al Carns) ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งตามเจ้ากระทรวง โดยกล่าวว่า แผนงบประมาณการป้องกันประเทศไม่ถูกสร้างสำหรับภัยคุกคามที่พวกเรากำลังเผชิญหน้า
รอยเตอร์ชี้ว่า การลาออกระดับรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษอย่างไม่คาดฝันสร้างหายนะแก่สตาร์เมอร์ที่คาดจะต้องเผชิญหน้าต่อความเป็นผู้นำของเขาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สตาร์เมอร์วันศุกร์(12) ยืนกรานว่า เขาจะยังคงอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อไป
และยืนกรานตัวเองยังคงมีอำนาจไม่กร่อนไปเหมือนตามสื่ออ้าง พร้อมกันนี้ยังกล่าวว่า เขาพร้อมที่จะสู้เพื่อรักษาเก้าอี้ของตัวเอง และชี้ว่าใครก็ตามที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะต้องเผชิญหน้าต่อสถานการณ์รัดเข็มขัดทางการเงินทั้งนั้น
ทั้งนี้ในเดือนพฤษภาคม รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ เวส สตรีทธิง (Wes Streeting) ลาออกจากตำแหน่งโดยชี้ว่า นายกฯแดนผู้ดีขาดวิสัยทัศน์ และอีกหนึ่งความท้าทายเมื่อนายกเทศมนตรีเกรตเตอร์ แมนเชสเตอร์ (Greater Manchester) แอนดี เบิร์มแฮม (Andy Burnham) พยายามหวนคืนสู่แถวหน้าทางการเมืองอีกครั้งด้วยการประกาศจะชิงตำแหน่งผู้นำแข่งขันกับสตาร์เมอร์
อังกฤษที่เคยจเกรียงไกรทางการทหารในอดีตแต่ทว่าเมื่อมีนาคมล่าสุดกลับไม่สามารถส่งเรือรบล้ำสมัยของตนเองไปที่ไซปรัสได้อย่างทันท่วงทีหลังฐานทัพการทหารของตัวเองโดนโดรนอิหร่านโจมตี
และจากการที่สหรัฐฯถอยห่างจากการปกป้องยุโรป “อังกฤษ” ปัจจุบันที่เทงบใหญ่เป็นอันดับ 3 ของนาโตหลังโดนเยอรมันแซงในปี 2024 และแผนการลงทุนทางการทหารที่มีเป้าประสงค์ทำให้ "กองทัพอังกฤษ" อยู่ในสถานะพร้อมรบ
สตาร์เมอร์เคยให้คำสัญญาที่จะเพิ่มงบการทหารไป 3% ของตัวเลข GDP ในสมัยรัฐสภาหน้าที่ถือว่าสูงนับตั้งแต่สมัยยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา ซึ่งจะหมายความถึงเงินหลายพันล้านปอนด์เข้าสู่การป้องกันประเทศ
แต่อดีตรัฐมนตรีกลาโหมเฮียลีย์เปิดเผยว่า แต่แผนการลงทุนการป้องกันประเทศที่เขาได้เห็นกลับเป็นการเพิ่มงบกลาโหมแค่ 2.68% ในปี 2030 ที่มันจะแตะ 2.6% ในปีหน้า
และเปรียบกับแผนการลงทุนด้านการป้องกันประเทศของเยอรมันจำนวน 3.7% ของตัวเลข GDP ภายในปี 2030 และฝรั่งเศสมีงบประมาณกลาโหมต่ำกว่าอังกฤษที่ 2.5%
เฮียลีย์กล่าวว่า แผนของสตาร์เมอร์ในการเพิ่มงบประมาณการป้องกันประเทศอังกฤษนั้นไปไม่ถึงต่อ “ในสิ่งที่พวกเราจำเป็นต้องช่วยให้กองทัพอังกฤษที่ประสบค่อภัยคุกคามเพิ่มจาก 'รัสเซีย' รวมไปถึงความต้องการที่เพิ่มต่อการปรากฎตัวของอังกฤษในอาร์กติกและตะวันออกกลาง”
รัฐบาลอังกฤษนั้นกำลังพยายามอย่างหนักที่จะหางบเพิ่มในเวลาที่เศรษฐกิจแดนผู้ดีกำลังวชะงักงันและทั้งหนี้และภาระภาษีใกล้ระดับสูงสุดหรือแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี
รอยเตอร์รายงานว่า จอห์น เฮียลีย์ ที่เคยทำงานในรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ นั้นเป็นชื่นชอบอย่างมากจากเพื่อนผู้ร่วมงานและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ