บอสจีนเทาเหิมพัทยา เพราะตร.ที่นี่ปล่อยเกียร์ว่าง?
เมืองพัทยากำลังเผชิญคำถามครั้งใหญ่จากสังคมอีกครั้ง หลังเกิดคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนหลายคดีต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่คดี "จาง หยาง" หรือ "หยาง ลีโอ" ที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ห้วยใหญ่ เมื่อปี 2564 ไปจนถึงคดี "หมิงเฉิน ซัน" ชาวจีนผู้ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดจำนวนมากในพื้นที่พัทยาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
กรณีของหมิงเฉิน ซัน กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ หลังเจ้าหน้าที่ขยายผลจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ก่อนพบอาวุธปืนจำนวนมาก กระสุน ปืนไรเฟิล และวัตถุระเบิด C4 ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพักในพื้นที่ห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้การสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายจัดหาอาวุธที่มีบุคคลหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง และยังมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินรวมถึงความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอีกด้วย
ขณะเดียวกัน สื่อหลายสำนักและผู้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่พัทยาเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการขยายตัวของกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในลักษณะนอมินี ทั้งในภาคอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจท่องเที่ยว และกิจการอื่น ๆ โดยมีข้อมูลว่าพบการตรวจสอบบริษัทต้องสงสัยลักษณะดังกล่าวจำนวนมากในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามหนักที่สุดไม่ใช่เพียงการมีอยู่ของเครือข่ายเหล่านี้ แต่คือเหตุใดกิจกรรมที่ถูกมองว่าผิดปกติจำนวนมากจึงสามารถดำเนินอยู่ได้เป็นเวลานานโดยไม่ถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง จนกระทั่งเกิดคดีใหญ่และกลายเป็นข่าวระดับประเทศเสียก่อน
หลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจนอมินี เส้นทางการเงิน การถือครองทรัพย์สิน และเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่อาจอยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งทบทวนประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ เพื่อไม่ให้พัทยาถูกมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มทุนสีเทาหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
คำถามสำคัญที่สังคมกำลังรอคำตอบจึงไม่ใช่เพียงว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่คือเหตุใดเครือข่ายเหล่านี้จึงสามารถเติบโตและขยายอิทธิพลในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่มีใครหยุดยั้งได้ตั้งแต่ต้น
News1 รายงาน