ปปง.ลั่นไม่มีมวยล้ม! ขยายผลคดี "เบน สมิธ" ยึดทรัพย์ทะลุ 2 หมื่นล้าน
ปมเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย "เบน สมิธ" กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่บทความจากต่างประเทศที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินมูลค่ามหาศาลผ่านระบบธนาคารในภูมิภาค
ล่าสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกมายืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้อยู่นอกเหนือการรับรู้ของหน่วยงาน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดตามกระบวนการกฎหมาย
ในการแถลงผลการดำเนินงานด้านการยึดและอายัดทรัพย์สินคดีสำคัญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน การฟอกเงิน และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการเงิน กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถาบันการเงินต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือเส้นทางการเงินที่น่าสงสัย ไม่ว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องเป็นใคร หรือมีสถานะทางสังคมระดับใด ระบบของธนาคารและ ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบและอายัดทรัพย์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อหรือบุคคลภายนอก
ด้านนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ชี้แจงว่า บทความที่ถูกกล่าวถึงถือเป็นข้อมูลข่าวเปิดที่หน่วยงานนำมาประกอบการวิเคราะห์อยู่แล้ว แต่การดำเนินการตามกฎหมายจำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งเส้นทางการเงิน เอกสาร พยานบุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทางการเงิน ไม่สามารถอาศัยเพียงข้อกล่าวหาหรือข้อมูลในสื่อเพียงอย่างเดียวได้
สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับ "เบน สมิธ" ปัจจุบัน ปปง. ได้ดำเนินมาตรการติดตามทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง โดยมีทรัพย์สินที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแพ่งรวมมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท และล่าสุดมีการส่งเรื่องให้อัยการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินอีกกว่า 8,000 ล้านบาท
เมื่อรวมกับทรัพย์สินที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินในคดีดังกล่าวสูงกว่า 20,000 ล้านบาทแล้ว
นอกจากคดีดังกล่าว ปปง. ยังเปิดเผยผลการยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีสำคัญหลายคดี ทั้งคดีฉ้อโกงประชาชน คดีเครือข่ายบัญชีม้า เว็บพนันออนไลน์ และคดีลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยมูลค่าทรัพย์สินที่ดำเนินการในรอบล่าสุดรวมกว่า 8,900 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังมีการส่งมอบเงินคืนให้ผู้เสียหายในหลายคดี รวมมูลค่ากว่า 115 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดกลับคืนสู่ผู้เสียหาย
เลขาธิการ ปปง. ยืนยันว่า การขยายผลคดีต่าง ๆ ยังดำเนินต่อเนื่อง และไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือปล่อยผ่านผู้กระทำผิดรายใด โดยกล่าวย้ำระหว่างการแถลงข่าวว่า
"ไม่มีมวยล้ม และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย"
News1 รายงาน