สื่อเขมรตีข่าว อ้างรายงานดัชนีสันติภาพโลก(GPI) ประจำปี 2026 ที่เพิ่งเผยแพร่อย่างเป็นทางการโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ (Institute for Economics & Peace - IEP) คุยโวว่ากัมพูชา มีอันดับเหนือกว่า มีความสงบสุขและสถานการณ์ความมั่นคงเหนือไทย จากการจัดอันดับทั่วโลก
รายงานของเคบีเอ็นนิวส์ ระบุว่าในการประเมินอย่างครอบคลุมประเทศเอกราชและดินแดนต่างๆ 163 แห่งทั่วโลก ดัชนีสันติภาพโลก ที่จัดทำโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ คลังสมองระดับโลก ที่มีสำนักงานใหญ่ในซิดนีย์ จัดให้กัมพูชารั้งอันดับ 64 ส่วน ไทย อยู่ในอันดับ 101 การเปรียบเทียบดังกล่าวเท่ากับเป็นการยืนยันว่า แม้มีการเปลี่ยนแปลงอันดับอยู่บ้างในภูมิภาค แต่ระดับความมีเสถียรภาพภายในประเทศและความมั่นคงทางสังคมของกัมพูชายังคงเข้มแข็ง และดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
เคบีเอ็นนิวส์ อ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ระบุว่า เหตุผลหลักที่ทำให้ ไทย ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาสันติภาพของกัมพูชา สืบเนื่องจากภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ มีการประท้วงต่างๆนานาและปัญหาด้านความมั่นคงรื้อรังทางภาคใต้ ยิ่งไปกว่านั้น การปะทุขึ้นของข้อพิพาทด้านชายแดนและการปิดด่านชายแดนฝ่ายเดียวของไทย ยังทำให้คะแนนของไทยลดต่ำลงอย่างมาก ในหมวดของความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตามผลกระทบจากประเด็นพิพาทชายแดนกลายเป็นตัวฉุดลากคะแนนโดยรวมของทั้ง 2 ประเทศ (กัมพูชาลดลงมา 8 อันดับ ส่วน ไทย ลดลง 7 อันดับ) เมื่อเทียบเทียบกับปีที่แล้ว โดยหากนับเฉพาะในอาเซียน กัมพูชา รั้งอันดับ 7 อยู่เหนือ ไทย ที่รั้งอันดับ 8 ตามมาด้วย ฟิลิปปินส์ อันดับ 9 และพม่า อันดับ 10 ขณะที่ สิงคโปร์ และ กัมพูชา ยังคงรั้งอันดับต้นๆ ของชาติที่มีความสงบสุขมากที่สุดในภูมิภาค
รายงานข่าวของเคบีเอ็นระบุว่าโดยรวมแล้ว รายงานของสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ สะท้อนแง่บวกในระดับความมั่นคงภายในประเทศและธรรมาภิบาลที่ดีของกัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความอบอุ่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนระหว่างประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมจากสถาบันระหว่างประเทศที่ทรงอิทธิพลยังทำให้พวกที่ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร้สาระ กล่าวหาว่ากัมพูชามีระบบธรรมาภิบาลที่ย่ำแย่และประเมินสังคมว่าเต็มไปด้วยความไร้ระเบียบ แตกต่างอย่างมากจากสังคมไทย ได้เปิดตากว้างและจำใจยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านความมั่นคงในปัจจุบันของกัมพูชา ตามรายงานของเคบีเอ็นนิวส์ ที่พาดพิงถึงประเทศไทย
(ที่มา:เคบีเอ็นนิวส์)