กัญจน์ บรรณบดี และ กุลธิดา พราหมพันธุ์ จบสกอร์รวมคนละ 4 อันเดอร์พาร์ 212 รั้งอันดับ 5 ร่วม ในศึก “เหมาไถ สิงคโปร์ เลดีส์ มาสเตอร์ส” ที่สนามลากูน่า เนชันแนล กอล์ฟ รีสอร์ท คลับ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่โทรฟี่แชมป์ตกเป็นของ ซุย เซียง โปรสาวชาวจีน คว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209
ไชนา เลดีส์ โปรเฟสชั่นแนล กอล์ฟ ทัวร์ (ซีแอลพีจี) จัดการแข่งขัน สิงคโปร์ เลดีส์ มาสเตอร์ส ชิงเงินรางวัลรวม 120,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการแรกที่จัดแข่งนอกประเทศจีนในปีนี้ ที่สนามลากูน่า เนชันแนล กอล์ฟ รีสอร์ท คลับ ระยะ 6,578 หลา พาร์ 72 ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีนักกอล์ฟสาวไทยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ 17 คน
รอบสุดท้ายของการชิงชัยในช่วงบ่ายต้องหยุดแข่งขันเกือบหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากมีประจุไฟฟ้าในอากาศ ผลปรากฎว่า โปรตาต้า-กัญจน์ บรรณบดี มืออันดับ 12 ของซีแอลพีจีทัวร์ ตีเข้ามาอีเวนพาร์ 72 รวมสี่วันมี 4 อันเดอร์พาร์ 212 เท่ากับ โปรป็อบ-กุลธิดา พราหมพันธุ์ ซึ่งออกสตาร์ทด้วยสกอร์ตามผู้นำเพียงสโตรคเดียว แต่พลาดตีเกิน 3 โอเวอร์พาร์ 75 รับเงินรางวัลไปคนละ 5,381 เหรียญสหรัฐ หรือราว 177,000 บาท
กัญจน์ บรรณบดี อดีตดาวเด่นจากเวที วีเมนส์ อเมเจอร์ เอเชีย-แปซิฟิก วัย 24 ปี เผยว่า “เกมโดยรวมเริ่มต้นได้ดีทำเบอร์ดี้ในหลุมแรก มีช่วงกลางๆ ที่หลุม 9 กับ 10 ไปเสียดับเบิ้ลกับโบกี้ เลยสะดุดนิดหน่อย แต่ก็พยายามทำเบอร์ดี้กลับมา โชคดีที่มาได้อีกสองเบอร์ดี้ติดในสองหลุมสุดท้าย จบท็อปเท็นถือว่าตามเป้า แม้แอบคาดหวังว่าตัวเองน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกหน่อย อาจจะมีผิดพลาดไปบางช็อต ส่วนเป้าหมายหลักคืออยากจะมีสักแชมป์ในซีแอลพีจีทัวร์และในไทยแอลพีจีเอทัวร์ที่เล่นเป็นหลัก รวมถึงการกลับไปคิวแอลพีจีเอทัวร์ให้ได้ในปีหน้า”
ขณะที่ชัยชนะเป็นของ ซุย เซียง โปรสาวชาวจีน เจ้าของแชมป์ไชนาแอลพีจีทัวร์ ทัวร์ 2 รายการ ซึ่งออกสตาร์ทในฐานะผู้นำจากรอบสอง แม้รอบสุดท้ายตีเกิน 1 โอเวอร์พาร์ 73 จบด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209 เพียงพอต่อการคว้าแชมป์ไชน่า แอลพีจี ทัวร์ รายการที่สามให้กับตัวเอง พร้อมรับเงินรางวัล 21,600 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 710,000 บาท โดยเฉือนชนะ ฟลอเรนซ์ อีวอน บิเซรา จากฟิลิปปินส์ เพียงสโตรคเดียว
ซุย เซียง วัย 27 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้จบในอันดับท็อปเท็นในการลงเล่น 6 รายการนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล เผยหลังคว้าแชมป์ว่า “นี่เป็นชัยชนะที่สำคัญมากสำหรับฉัน เพราะมาเล่นที่สิงคโปร์หลายครั้ง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จที่นี่เลย ตอนที่ตีพลาดทำให้เสียโบกี้ที่หลุม17 พอก้าวไปที่แท่นทีออฟที่หลุม 18 ฉันบอกตัวเองว่าต้องมีสมาธิและห้ามพลาดอีก ดีใจที่ทุกอย่างลงตัวในที่สุด นี่เป็นชัยชนะที่ฉันจะจดจำไปอีกนาน"
ทางด้าน โปรปริม-พริมา ธรรมมารักษ์ เก็บได้อีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 ขยับขึ้นมาจบอันดับ 8 ด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 213 ส่วนผลงานนักกอล์ฟชาวไทยที่น่าสนใจรายอื่น เนมิตรา จันต๊ะนาเขตร์ (70) และ เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ (73) สกอร์รวมคนละอีเวนพาร์ 216 อันดับ 14 ร่วม, ดุสวีณ์ สุพิมพ์จิตร (73) และ พิมพ์นิภา ปานทอง (68) สกอร์รวมคนละ 1 โอเวอร์พาร์ 217 อันดับ 20 ร่วม