เอพี – อังกฤษเตรียมห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้แอปโซเชียลมีเดียตั้งแต่ต้นปีหน้า เคียร์เมอร์ลั่นพร้อมจัดการ บริษัทเทคโนโลยีที่ต่อต้าน และจะไม่ยอมประนีประนอมเกี่ยวกับความปลอดภัยและความสุขของเด็กเด็ดขาด
นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แถลงในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ว่า มาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องเยาวชนจากเนื้อหาอันตรายและการใช้เวลากับโซเชียลมากเกินไป
ปัจจุบัน หลายประเทศเคลื่อนไหวเพื่อคุมเข้มความปลอดภัยสำหรับเยาวชนมากขึ้น เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา บราซิล และอินโดนีเซีย ออกกฎหมายหรือประกาศกฎหรือข้อกำหนดควบคุมการเข้าถึงโซเชียลมีเดียโดยอิงกับอายุผู้ใช้ ขณะที่ฝรั่งเศส สเปน เดนมาร์ก ไทย เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ กำลังศึกษาหรือพัฒนาแนวทางในลักษณะนี้
สตาร์เมอร์เสริมว่า มาตรการของอังกฤษอาจมีผลบังคับใช้ครอบคลุมมากกว่ามาตรการของออสเตรเลียที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีโซเชียลมีเดีย และอนุญาตให้ปรับบริษัทเทคโนโลยีเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ถ้าไม่ยอมลบบัญชีผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ออก
อังกฤษระบุว่า มาตรการแบนจะบังคับใช้กับแพลตฟอร์มต่างๆ ที่รวมถึงสแนปแชต ติ๊กต็อก ยูทูบ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และเอ็กซ์ แต่ไม่รวมบริการรับส่งข้อความอย่างวอตส์แอปและซิกนัล
สตาร์เมอร์ยังบอกอีกว่า รัฐบาลจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าถึงเด็กบนแพลตฟอร์มเกมและไลฟ์สตรีม และจะเริ่มบังคับใช้ต้นปีหน้า
ทั้งนี้ สตาร์เมอร์ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากสมาชิกพรรคแรงงานของตนเองให้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมองว่า ภาวะผู้นำอ่อนแอ และอาจถูกท้าชิงตำแหน่งในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ ขณะนี้ เขาจึงพยายามผลักดันมาตรการสำคัญที่อาจเป็นมรดกทางการเมืองของตนเอง
นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่มีลูกวัยรุ่น 2 คนผู้นี้ ระบุว่า ความสำเร็จของมาตรการแบนอาจส่งผลให้จำนวนเด็กที่ใช้โซเชียลลดลงอย่างมาก และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมซึ่งอาจทำให้เด็กเติบโตขึ้นมาอย่างแตกต่างแท้จริง
การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน ซึ่งรัฐบาลระบุว่า ได้รับคำตอบจากผู้ปกครอง บุคคลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และเด็กรวม 116,000 คน มากเป็นอันดับสองรองจากประเด็นการสมรสของคนเพศเดียวกันในปี 2012 ทั้งนี้ รัฐบาลเผยว่า ผู้ตอบกว่า 90% สนับสนุนการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย
เอสเทอร์ เกย์ ที่ลูกสาววัย 16 ปีถูกวัยรุ่น 2 คนที่เข้าถึงเนื้อหาอันตรายทางออนไลน์ฆาตกรรมในปี 2023 กล่าวว่า มาตรการแบนนี้อาจช่วยชีวิตเด็กมากมาย แต่ควรมีมาตรการอื่นๆ เสริมด้วย เธอยังบอกว่า ดีใจที่รัฐบาลกำลังลงทุนกับการจัดตั้งชมรมหลังเลิกเรียนเพื่อให้เด็กมีกิจกรรมทางเลือก
ถึงกระนั้น สถานการณ์ระหว่างอังกฤษกับอเมริกาอาจตึงเครียดมากขึ้น โดยสถานทูตอเมริกาในลอนดอนออกแถลงการณ์เตือนว่า กฎระเบียบต่างๆ ควรถูกกำหนดอย่างจำกัดและต้องไม่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อีกทั้งยังแสดงความกังวลว่า กฎระเบียบเหล่านั้นอาจเพิ่มภาระให้บริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน
สตาร์เมอร์กล่าวว่า เขาอาจหารือเรื่องนี้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำอื่นๆ ระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มจี7 ที่มีกำหนดเริ่มต้นในวันจันทร์ที่ฝรั่งเศส
ขณะเดียวกัน จอน โครว์ครอฟต์ ศาสตราจารย์ด้านระบบสื่อสารของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มองว่า ผู้สนับสนุนมาตรการแบนโซเชียลอาจมีเจตนาดีแต่ก็อาจหลงประเด็น และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงไซต์ที่ต้องการและผลักดันเยาวชนไปหาไซต์ที่แย่กว่าเดิม และสำทับว่า การควบคุมอุปกรณ์แทบเป็นไปไม่ได้ในเชิงเทคนิค ขณะที่การกำกับดูแลแพลตฟอร์มทำได้ง่ายกว่ามาก ถ้าเพียงหน่วยงานกำกับดูแลจะลงมือทำ