หลักฐานเด็ดตั้ม ไม่มีอยู่จริง! อ.ปานเทพ ทักสื่ออย่าพลาดตกเป็นเครื่องมือ
16 มิ.ย. 2569 เวลา 08.55 น. อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังเดินทางมาศาล เพื่อติดตามการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยคดี "ลูกเนรคุณ" ของทราย สก็อต รอบที่ 2 โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากร่วมติดตามความคืบหน้าของคดี
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมถึงกรณีของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้รับโทษจำคุก 5 ปี และชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 72 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ และให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่ามี "หลักฐานเด็ด" ที่จะนำไปใช้ต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
อ.ปานเทพ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตนได้รับทราบและติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่พบว่ามีหลักฐานใหม่หรือเอกสารสำคัญตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ถูกนำเสนอว่าเป็น "หลักฐานเด็ด" หรือ "ของใหม่" นั้น ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดที่ยืนยันได้ว่ามีอยู่จริง
พร้อมกันนี้ อ.ปานเทพ ยังฝากถึงสื่อมวลชนทุกแขนงให้ใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอข่าว และควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนเผยแพร่ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม
ด้านทนายปุย ซึ่งร่วมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในวันดังกล่าว กล่าวว่า โดยหลักแล้วการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์จะอาศัยพยานหลักฐานและสำนวนที่ปรากฏในชั้นต้นเป็นสำคัญ จึงตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามี "หลักฐานเด็ด" หรือ "หลักฐานใหม่" ที่จะนำมาใช้ต่อสู้คดี
ทนายปุย เห็นว่า เมื่อมีการนำเสนอข่าวในลักษณะดังกล่าว สื่อมวลชนควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้รอบด้าน เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์
"หากมีการกล่าวอ้างว่ามีหลักฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงรูปคดีได้ สังคมก็ควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงการกล่าวอ้างผ่านสื่อ" อ.ปานเทพ กล่าว
ทั้งนี้ อ.ปานเทพ ยืนยันว่า การติดตามข้อเท็จจริงควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ และเคารพกระบวนการยุติธรรม มากกว่าการเชื่อข้อมูลที่ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน
NEWS1 รายงาน