xs
xsm
sm
md
lg

ทนายสายหยุดโพสต์หลบรถทัวร์ไปขึ้นเครื่อง หลังถูกทัวร์ลงยับ อ้างถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ทนายสายหยุดโพสต์หลบรถทัวร์ไปขึ้นเครื่อง หลังถูกทัวร์ลงยับ อ้างถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ

ยังคงเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีของ นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความชื่อดัง หลังออกมาแสดงความคิดเห็นในมุมกฎหมายต่อคดี "น้อง ตชด." กับวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านห้วยขวาง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้ใช้โซเชียลมีเดีย

จุดเริ่มต้นของกระแสดังกล่าว มาจากโพสต์ของนายสายหยุดที่ระบุว่า

"เมื่อวานผมให้ความคิดเห็นกรณีน้อง ตชด. กับพี่วินห้วยขวาง ก็มีคนมาแสดงความเห็นมากมาย ผมตอบไม่หมด ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้ครับ ถูกใจไม่ถูกใจว่ากันไป แต่ผมให้ความเห็นในฐานะนักกฎหมาย"

พร้อมยกตัวอย่างความรู้สึกของคนทั่วไปเมื่อเผชิญเหตุรุนแรงว่า

"เฮ้ยมึงถีบกู มึงชกกูก่อน กูมีปืนก็ชักยิงสวนแม่งเลย"

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวย้ำว่า แม้คนจำนวนมากอาจรู้สึกเช่นนั้นในสถานการณ์จริง แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว สุดท้ายไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ เพราะผู้ต้องหาต้องเผชิญชะตากรรมทางคดีและอาจสูญเสียอนาคต ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็ต้องเผชิญความสูญเสียเช่นกัน พร้อมทิ้งท้ายว่า

"พูดให้สะใจพูดง่ายมากครับ มีปืนพกมากูก็ยิง ผมคิดว่าทุกฝ่ายควรมีสติครับ"

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับการมองคดีในเชิงกฎหมาย และผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการยกตัวอย่างดังกล่าว จนเกิดกระแส "ทัวร์ลง" อย่างหนัก

ต่อมา ภายหลังผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายสายหยุดได้โพสต์อีกครั้งว่า คดีจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่าย "การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย" หรือ "บันดาลโทสะ" ซึ่งเป็นแนวทางต่อสู้คดีที่ฝ่ายทนายความอาจนำมาใช้ในชั้นศาล

ล่าสุด นายสายหยุดโพสต์ภาพระหว่างเดินทางขึ้นเครื่องบิน พร้อมข้อความว่า

"หลบขึ้นเครื่องไปศาลสกลนครดีกว่า..วิเคราะห์เรื่องคดีน้อง ตชด.....ทัวร์ลงยับ ไม่ถูกใจศาล ไม่ถูกใจโซเชียล....ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ..จะอ้างป้องกันหรือบันดาลโทสะ ต้องพิจารณาให้รอบด้านนะครับ"

พร้อมติดแฮชแท็ก #ไม่อยากให้น้องติดคุก #เยียวยาชดใช้เป็นเหตุลดโทษ #ป้องกันไม่เป็นความผิด #บันดาลโทสะมีเหตุลดโทษ

ทั้งนี้ เจ้าตัวยังคงยืนยันจุดยืนว่า ความเห็นทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์ในมุมของนักกฎหมาย และเชื่อว่าคดีดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้านตามกระบวนการยุติธรรม

ที่มา : เฟซบุ๊ก สายหยุด เพ็งบุญชู

NEWS1 รายงาน