กระทรวงข้อมูลข่าวสารกัมพูชาเปิดเผยว่า ที่ประชุมสมัยที่ 11 ของคณะทำงานด้านการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้มีมติเลือกกัมพูชาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ชุดใหม่
.
การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้แทนประเทศสมาชิกจำนวน 185 ชาติ ส่งผลให้กัมพูชาได้รับสิทธิ์ดำรงตำแหน่งกรรมการเป็นระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2569-2573 โดยมีบทบาทสำคัญในการพิจารณา ติดตาม และกำหนดแนวทางด้านการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในระดับนานาชาติ
.
ด้าน ดร.เฟือง สกุณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา ซึ่งเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เปิดเผยภายหลังได้รับเลือกตั้งว่า กัมพูชาจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการอย่างเต็มความสามารถ พร้อมใช้โอกาสนี้ในการส่งเสริมและปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
.
รัฐมนตรีวัฒนธรรมกัมพูชายังระบุว่า ประเทศของตนจะคัดค้านข้อเสนอด้านวัฒนธรรมที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ประวัติความเป็นมาได้อย่างชัดเจน หรือมีข้อสงสัยว่าอาจมีการลอกเลียนหรือรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของชาติอื่น จนกว่าจะมีหลักฐานยืนยันเพียงพอ โดยยกตัวอย่างประเด็นที่อาจถูกตั้งข้อสังเกตในอนาคต ได้แก่ “ชุดไทย” และ “มวยไทย” ซึ่งกัมพูชามองว่ามีลักษณะบางส่วนใกล้เคียงกับมรดกทางวัฒนธรรมของตน โดยเฉพาะ “กุน ขแมร์” ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติที่ใช้หมัด ศอก เข่า และเท้าเป็นอาวุธหลัก
.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เนื่องจากประเด็นมรดกทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและกัมพูชาเคยเป็นหัวข้อถกเถียงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องศิลปะการต่อสู้และเครื่องแต่งกายประจำชาติ
.
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกแล้วหลายรายการ ได้แก่ โขน นวดไทย โนรา ประเพณีสงกรานต์ และต้มยำกุ้ง ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของชาติไทยในเวทีโลก