รีบดูด่วน! เปิด 14 เงื่อนไขสหรัฐฯ-อิหร่าน ปูทางยุติสงคราม เปิดฮอร์มุซ ฟื้นตลาดน้ำมันโลก
สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย หลังมีการเปิดเผยรายละเอียดร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 14 ข้อ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยุติความขัดแย้ง พร้อมเปิดทางให้การเดินเรือและการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง
รายงานระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ 14 ข้อ ได้แก่
1. สหรัฐฯ และอิหร่านประกาศยุติสงครามอย่างถาวรในทุกสมรภูมิ
2. ทั้งสองฝ่ายเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน พร้อมงดแทรกแซงกิจการภายใน
3. ตกลงเข้าสู่การเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน
4. สหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมทางทะเล ยกเลิกการขัดขวางการเดินเรือ และฟื้นฟูการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซหลังบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
5. อิหร่านจะเก็บกู้ทุ่นระเบิดและสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เพื่อให้การเดินเรือระหว่างอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมานกลับสู่ภาวะปกติภายใน 30 วัน
6. สหรัฐฯ และพันธมิตรจะร่วมจัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่าน พร้อมรับประกันเงินทุนไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
7. สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทที่ใช้กับอิหร่าน
8. อิหร่านยืนยันว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยรายละเอียดด้านยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและกิจกรรมนิวเคลียร์จะกำหนดในข้อตกลงฉบับสุดท้าย
9. ระหว่างรอข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ อิหร่านจะไม่ขยายโครงการนิวเคลียร์เพิ่มเติม ขณะที่สหรัฐฯ จะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่และไม่เพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค
10. กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกใบผ่อนผันให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และอนุพันธ์ต่าง ๆ ได้
11. สหรัฐฯ จะทยอยปลดล็อกเงินทุนและทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดหรือจำกัดการเข้าถึง
12. ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดตั้งกลไกตรวจสอบและติดตาม เพื่อรับรองการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง
13. หลังดำเนินการตามข้อ 4, 5 และ 11 แล้ว จะเข้าสู่การเจรจาเฉพาะประเด็นที่เหลือเพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์
14. ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะถูกเสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติรับรอง เพื่อให้มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศและสร้างหลักประกันการบังคับใช้ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากภาคพลังงานโลก เมื่อมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบรวมเกือบ 5 ล้านบาร์เรล สามารถเดินทางผ่านพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซออกสู่ตลาดโลกได้สำเร็จ นับเป็นการส่งออกน้ำมันครั้งสำคัญหลังเผชิญข้อจำกัดมาเป็นเวลาหลายเดือน
นักวิเคราะห์มองว่า หากข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการ จะส่งผลต่อราคาพลังงานโลกโดยตรง เนื่องจากอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญของโลก และการกลับเข้าสู่ตลาดของน้ำมันอิหร่านอาจเพิ่มปริมาณอุปทานในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าการเจรจาในขั้นตอนสุดท้ายจะสามารถเดินหน้าได้ตามแผนหรือไม่ เพราะประเด็นด้านนิวเคลียร์ ความมั่นคงในภูมิภาค และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ยังคงเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนสำหรับทุกฝ่าย
News1 รายงาน