xs
xsm
sm
md
lg

สู้เพื่อลูกสมองพิการ! “แม่เก๋” แม้โรคภัยรุมเร้า เดินแทบไม่ไหว สู้ฝืนสังขารออกไปขายหมูปิ้งทุกวัน หยุดไม่ได้ กลัวไม่มีตังค์ซื้อข้าวให้ลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ย่านดาวคะนอง ของกรุงเทพฯ เพื่อรู้จัก “แม่เก๋” แม่ที่ไม่เพียงสู้เพื่อลูกสมองพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ยังเป็นแม่ที่ต้องสู้กับปัญหาสุขภาพที่บั่นทอนการดำรงชีวิต เหนื่อยยากแค่ไหน แม่พร้อมสู้อย่างสุดกำลัง เพื่อได้อยู่ดูแลลูกไปนานๆ



“หมอบอกว่า ปากมดลูกไม่เปิดนะ ต้องรอ แต่น้ำคร่ำมันแตกแล้ว แตกจนแห้ง 2 ทุ่มรอจนถึงเช้า ...เราก็ถามหมอว่า แล้วหมอไม่ผ่าหรือ หมอก็บอกว่า ผ่าไม่ผ่าอยู่ที่หมอ ไม่ใช่อยู่ที่เรา คนไข้นอนเฉยๆ”


แม่เก๋ พรรณี แซ่ตั้ง ย้อนเหตุการณ์วันเจ็บท้อง แต่หมอไม่ผ่าคลอดให้ กว่าจะผ่า เวลาก็ผ่านไปนานถึง 17 ชั่วโมงแล้ว และเด็กไม่ดิ้นแล้ว

“รอตั้งแต่ 2 ทุ่ม น้ำคร่ำมันแตก เปียกจนแห้ง ...พอ 6 โมงเช้า เขาบอก เดี๋ยวเขาจะฉีดยาเร่งคลอดให้ พอฉีดยาเร่งคลอด ประมาณ 9 โมงมาดู ก็บอกว่า ปากมดลูกเปิดแค่ 2 เซ็นต์ ยังไงก็ออกไม่ได้ (ถาม-เลยตัดสินใจผ่า?) จริงๆ 9 โมงต้องผ่าแล้ว แต่ก็ยังไม่ผ่า ไม่รู้ว่าหมอเขารออะไร เขาก็หายไปเลย ...กว่าหมอจะเข็นไปห้องผ่าตัด ตอนนั้นเที่ยงกว่าเกือบบ่ายแล้ว หมอมากดแล้วบอกว่าเด็กไม่ดิ้นแล้ว แม่ได้ยินหมอพูดเลย บอก เด็กไม่ดิ้นแล้ว เข็นเลย เขารอจนเด็กไม่ดิ้นแล้ว แล้วเขาก็เข็นเข้าห้องผ่าตัด”


การผ่าคลอดที่ล่าช้า ส่งผลให้แม่เก๋อดกังวลเรื่องสมองของลูกไม่ได้!

“ผ่าคลอดมา ลูกก็ต้องอยู่ในตู้ เขากินนมแม่ไม่ได้เลย เขาจะสำลัก เพราะปอดติดเชื้อ แม่ได้ยินคนอื่นเขาพูดกันมาว่า ถ้าน้ำคร่ำแตกแล้ว เด็กสำลักน้ำคร่ำ กลัวจะมีปัญหาทางสมอง แม่เลยถามหมอว่า แล้วลูกหนูจะเป็นอะไรไหม สมองเขาจะเป็นอะไรไหม หมอบอกไม่เป็น แม่อย่าคิดมาก ถ้าแม่กลัว เดี๋ยวแม่พามาฝึกกระตุ้นพัฒนาการก็ได้”


หลังออกจาก รพ. ปัญหาเรื่องพัฒนาการของลูกเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นระยะ จนแม่ต้องตัดสินใจย้าย รพ.

“พอออกจาก รพ.มา 3 เดือน ก็พาลูกกลับไปหาหมออีก เพราะลูกไม่คว่ำ หมอบอกแม่ใจเย็นๆ เด็กที่ขาดออกซิเจนตอนคลอด พัฒนาการเขาจะช้า ช้านิดหน่อย เดี๋ยวแม่พามาฝึก เดี๋ยวก็ดีขึ้น เราก็เลยพาไปฝึก พอเลี้ยงมาได้ 8 เดือน เอ๊ะ ทำไมหลังลูกไม่แข็ง พอดีมีคนรู้จักแนะให้ย้าย รพ. เราก็เลยพาลูกไปศิริราช หมอศิริราชเลยบอกให้แม่ไปขอประวัติการคลอดมา หมออยากรู้ว่าน้องติดอยู่ในท้องนานเท่าไหร่ เราก็เลยไปขอประวัติ แต่ เขาก็ไม่ให้ ตอนหลังหมอศิริราชก็โทรไปคุยยังไงไม่รู้ เขาก็เลยส่งแฟ็กซ์มาให้ คุณหมอดูเสร็จ ท่านก็ส่ายหัวเลย แล้วก็บอกว่า ชีวิตเด็กทั้งชีวิตเลยนะ ชีวิตคนๆ หนึ่ง เพราะความช้าของหมอคนหนึ่ง เราก็ถามหมอว่า แล้วลูกจะหายดีไหม คือจะดีเหมือนเด็กคนอื่นไหม หมอบอกว่า มาขนาดนี้แล้วแม่ ฝึกยังไงมันก็ไม่แล้วแหละ เพราะมันเป็นที่สมองแล้ว”


แม้ปัจจุบันน้องโอมอายุ 26 ปีแล้ว แต่ด้วยความที่สมองพิการ ทำให้พัฒนาการของน้องเหมือนเด็กอายุแค่ 3 ขวบ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย

“(ถาม-เขาสื่อสารหรือคุยกับแม่รู้เรื่องไหม?) อะไรที่ง่ายๆ ก็พอรู้ เช่น มาเร็วๆ เดี๋ยวแม่อาบน้ำให้ หรืออะไรที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน มาถอดเสื้อ เขาจะกระเถิบมา พอจับเสื้อปุ๊บ เขาก็จะยกแขน (ถาม-เขาล้างหน้าแปรงฟันเองได้ไหม?) ไม่ได้เลย กินข้าวเองไม่ได้ เข้าห้องน้ำเองไม่ได้ ส่วนการเดิน ลุกเดินได้ แต่ต้องเกาะๆ ค่อยๆ เดิน เดินได้ไม่กี่ก้าว ถ้าเดินไกล ขาเขาจะสั่นแล้ว”


ตอนน้องโอมยังเด็กกว่านี้ เวลาแม่ไปทำงาน จะเอาน้องไปด้วยเสมอ แต่เมื่อลูกโตขึ้น แม่ก็เริ่มแบกลูกไม่ไหว ทุกวันนี้ เวลาแม่ออกไปขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง จึงต้องให้ลูกอยู่ห้องเพียงลำพัง


“ตอนเขาเล็กๆ เวลาเขาชักที เราก็ยังเอาขี่คออุ้มขึ้นรถไปได้เลย แต่ทุกวันนี้ไม่ได้ ทุกวันนี้ ถ้าชักปุ๊บ ต้องโทรเรียกรถเลย เราเอาไม่ไหว ต้องมีคนมาช่วยยก เพราะร่างกายแม่ไม่ไหวแล้ว มาหลังๆ แม่เป็นโรคประจำตัวหลายโรค และขาไม่ดี แบกเขาไม่ไหวแล้ว (ถาม-ที่ผ่านมาแม่ต้องแบกน้อง?) ใช่ค่ะ เวลาไปไหน ขึ้นสะพานลอยก็เอาขี่คอ ขาแม่ถึงเป็นแบบนี้”


“(ถาม-ทุกวันนี้สุขภาพแม่เป็นยังไงบ้าง?) ยิ่งนับวันก็มีแต่แย่ลง แม่รู้ตัว ทุกวันนี้ก็คิดว่า ไม่รู้จะอยู่ดูแลลูกได้นานแค่ไหน (ถาม-มีภาวะเจ็บป่วยด้านไหนบ้าง?) ขามันปวด ปวดทรมาณ ปวดจนชิน ลุกขึ้นมานั่งปุ๊บ รู้แล้วเดี๋ยวเรายืนต้องเจ็บ (ถาม-ทำไมถึงเจ็บ?) ข้อเข่าเสื่อม 2 ข้างเลย (ถาม-แล้วไม่ไปหาหมอ?) ไปแล้ว หมอให้ผ่า หมอบอกว่า มันเป็นระยะ 4 แล้วต้องผ่า เหมือนเสาบ้านมันไม่เหลืออะไรแล้ว (ถาม-แล้วทำไมไม่ผ่า?) ไม่มีใครดูน้อง เพราะถ้าเราไปผ่า เราจะป้อนข้าวอาบน้ำให้น้องไม่ได้เลย เราจะออกไปหาซื้อข้าวให้น้องกินก็ไม่ได้”


ไม่ใช่แค่ข้อเข่าเสื่อมที่แม่เก๋ยังไปผ่าตัดไม่ได้ เพราะไม่มีใครดูแลลูก แต่แม่ยังถูกอีกหลายโรครุมเร้า

“มีความดันและไขมัน ก็กินยาตลอด แล้วตอนหลังแม่อยู่กับควันมากๆ (ปิ้งหมู) ปกติแม่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว พออยู่กับควันมากๆ มันเลยกลายเป็นไซนัสเรื้อรัง พอไซนัสเรื้อรังเราก็ต้องพ่นยาตลอด และล้างน้ำเกลือ แล้วมาตอนหลังมาตรวจเจอว่า เป็นไตระยะ 3 หมอบอกว่าไตระยะ 3 คือมันยัง 3A ไง ถ้าแม่ไม่คุม มันจะไป 3B และไป 4 ถ้า 4 เมื่อไหร่ แม่ต้องฟอกไตแล้ว เขาบอกให้แม่พยายามคุม คุมทุกอย่าง อาหาร ถ้าเกิดคุมแล้ว มันลดลง มันก็ไม่ต้องฟอก”


“(ถาม-ทุกวันนี้รายได้จากการขายหมูปิ้งเป็นยังไงบ้าง?) ไม่แน่นอน บางวันกำไร 200 บางวันขายดีจริงๆ 300 บางวันเหลือกำไรอยู่ 80 บาทยังมีเลย (ถาม-แล้วรายได้เพียงพอกับการใช้จ่ายในครอบครัวไหม?) ไม่พอ เพราะทุกวันนี้ข้อเข่าของแม่ ถ้าแม่ไม่กินอาหารเสริมตัวนี้เม็ดละ 25 บาท ก็จะเจ็บมาก ไม่ไหว ถ้ากินก็เจ็บน้อยลง สามารถยกของขึ้นลงบันไดได้ ทำอะไรได้ ส่วนลูกก็มีพวกยาวิตามินที่ต้องกิน ถ้าเขาไม่กิน เดี๋ยวลิ้นเขาจะเปื่อย เป็นแผล”


“(ถาม-รายได้ที่ไม่แน่นอน เคยถึงขั้นไม่มีเงินซื้อข้าวกินไหม?) เคย ไม่มีเราก็ซื้อมาม่า 3 ห่อ 20 ก็กินกับลูก บางทีซื้อไข่มา 5 ใบ ทอดกิน กินวนอยู่อย่างนี้ กินมาม่ากับไข่ (ถาม-แล้วมีหนี้สินไหม?) มี อย่างล่าสุด ที่ไม่มีเงินไปหาหมอ อยู่ดีๆ แม่ก็ไม่รู้เป็นอะไร โคลงเคลงๆ นั่งไม่อยู่ ยืนไม่อยู่ เอ๊ะเราเป็นอะไร ป้อนข้าวลูกก็ป้อนไม่ไหว พอดีลูกค้า รู้จักกัน เขาเห็นเรานั่งฟุบอยู่ที่รถ เราก็ไม่ไหว เขาก็ถามว่า เฮ้ย! ลื้อเป็นอะไร ก็บอกไม่รู้เป็นอะไร มันเหมือนโคลงเคลงๆ มันนั่งไม่อยู่ อ้าว! ลื้อบอกลื้อจะไปหาหมอ ทำไมไม่ไป บอก ยังไม่ไป ไม่มีตังค์ เขาก็ให้ยืมมา 500 วันนั้นถึงได้ไปหาหมอ เขาบอก ลื้อไปนะ ไปหาหมอเลย เราบอก ไม่เอา เอามาไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ใช้คืน ขายของก็ไม่ดี เขาบอก ไม่เป็นไร ลื้อมีเมื่อไหร่ค่อยเอามาให้ เอาไปก่อน แกใจดี (ถาม-ทุกวันนี้กังวลเรื่องอะไรมากที่สุด?) กังวลว่าถ้ามันขายไม่ดีอยู่เรื่อยๆ เรากลัวเหมือนกัน กลัวว่าถ้าวันหนึ่งมันไม่มีเหลือเก็บเพื่อจ่ายค่าเช่าห้องขึ้นมา เรากลัวเขาไล่ไม่ให้เราอยู่”


“(ถาม-อะไรที่ทำให้แม่ยังลุกขึ้นมาสู้ได้ทุกเช้า?) ถ้าเราไม่ทำ เราก็ยิ่งไม่มีไง เราลุกขึ้นมาไปขายของ อย่างน้อยๆ เอาน่ะ มันเหลือ 50-60 บาท ก็ยังมีเงินกินข้าวกับลูก แต่ถ้าหยุด เราก็ไม่มีกิน (ถาม-คำว่าแม่ สำหรับแม่เก๋คืออะไร?) แม่เป็นอะไรที่ยอมแพ้ไม่ได้เลย เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่หยุดไม่ได้ ถ้าหยุดแล้วลูกจะกินอะไร คำว่าแม่ ลูกมาก่อนเลย ทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก ทุกครั้งที่เรากลับมาบ้าน เราเหนื่อย แต่เราได้กอดเขา ได้หอมเขา เราก็ชื่นใจแล้ว ชีวิตของแม่ทุกวันนี้สู้อย่างเดียว ปวดแทบลุกไม่ไหว ก็ยังต้องลุก ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะให้ลูกมีกินตัวเองมีกิน ถ้าเรานอนอยู่ เราก็ไม่มีกิน”


“(ถาม-ทุกวันนี้ รายจ่ายที่หนักที่สุดคืออะไร?) ซ่อมรถ เพราะรถพ่วงเก่าแล้ว 16 ปีแล้ว เสียตรงไหนก็ซ่อมตรงนั้น จนกว่ามันจะขับไม่ได้ ช่างก็บอก ถ้าวันหนึ่งมันไม่ไหว ขับไม่ได้ ก็ต้องยกเครื่องใหม่ ตอนนี้ก็กังวลว่า ถ้าวันไหนมันตาย ใช้ไม่ได้ เราทำมาหากินไม่ได้เลย เราจะไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกเลยนะ อย่าว่าแต่ค่าห้องเลย เงินซื้อข้าวยังไม่มีเลย ถ้าเราออกไปขายของไม่ได้”


หากท่านใดต้องการช่วยเหลือแม่เก๋ให้มีทุนยกเครื่องรถพ่วงใหม่เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพได้นานๆ โอนไปได้ที่ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี น.ส.พรรณี แซ่ตั้ง เลขที่บัญชี 029-0-473187


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“เพื่อลูก...แม่ยังไหว”
https://www.youtube.com/watch?v=JvcTpdcuPqA&t=119s


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos