xs
xsm
sm
md
lg

เขมรโชว์ผลิตสินค้าได้เอง“บะหมี่-ปลากระป๋อง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เขมรผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป-ปลากระป๋องเองได้แล้ว ตามแผนไม่ใช้สินค้าไทย ดัน Mee Chief เป็นบะหมี่ประจำชาติ แถมสเรย์ จันทร เอาใจ“ฮุนเซน”ตั้งโรงงานผลิตปลากระป๋องสัญชาติกัมพูชา ตามแนวทาง“เขมรช่วยเขมร” ส่วนผลตอบรับจะดีหรือไม่ต้องรอเวลาพิสูจน์ ขณะที่หลายรายการยังต้องพึ่งไทยเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์-ฉลาก ใช้ภาษาเขมร

ใกล้จะครบ 1 ปีของความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงทั้ง 2 ครั้ง แต่ในบางเรื่องของความขัดแย้งยังคงเดินหน้าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นั่นคือกระแสแบนสินค้าไทยที่ถูกปลุกโดย 2 ผู้นำตระกูลฮุน พร้อม ๆ กับใช้โอกาสนี้พยายามสร้างสินค้าในประเทศขึ้นมาทดแทน ลดการพึ่งพาสินค้าจากประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างกระแสรักชาติที่หวังผลเรื่องการเลือกตั้งในครั้งหน้า

ที่ผ่านมาสินค้าอุปโภคบริโภคในกัมพูชาส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทยมาเป็นเวลานานนับสิบปี เมื่อมีการปิดด่านพร้อม ๆ กับนโยบายของผู้นำกัมพูชา สินค้าไทยที่คนกัมพูชานิยมบริโภคได้แก่ปลากระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงสินค้าอีกหลายชนิด ไม่สามารถนำเข้าทางด่านชายแดนได้โดยตรง แต่อาจเล็ดลอดข้ามไปได้ตามพรมแดน

ปลากระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นอาหารที่มีราคาถูก เก็บไว้ได้นาน คนกัมพูชานิยมซื้อติดบ้านไว้ แม้กระทั่งทหารกัมพูชาบริเวณชายแดนก็นิยมบริโภคอาหารเหล่านี้ เห็นได้จากกล่องสินค้าที่นำไปบริจาคให้กับหน่วยทหาร แต่ระยะหลังระมัดระวังเรื่องภาพของสินค้าไทยมากขึ้น


Mee Chiet บะหมี่กัมพูชา

ที่จริงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสัญชาติกัมพูชามีมาก่อนการปะทะ ใช้ชื่อ Mee Chiet ตั้งโรงงานช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2562 บริหารงานโดยชุมเตียว เชิง โสคุณเถียว นั่งเป็นกรรมการบริหาร

Mee Chiet ถือกำเนิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของผู้ถือหุ้นของเรา โดยได้รับการพัฒนาผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างพิถีพิถัน และผลิตโดยใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพสูง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีรสชาติแบบเขมรแท้ๆ Mee Chiet ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพของชาวกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังสร้างงานให้พวกเขาอีกด้วย Mee Chiet ผลิตภัณฑ์เขมร รสชาติเขมร

เราภูมิใจที่จะนำเสนอบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 4 รสชาติ ได้แก่ หมูสับ ไก่ กุ้ง และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา คือ เนื้อตุ๋น

กล่อง Mee Chiet ข้างในมาม่า

ในช่วงหลังเหตุการณ์หยุดยิงช่วงแรก ในเดือนกันยายน 2568 มีรายงานว่าหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งโพสต์แสดงความไม่พอใจ หลังซื้อบะหมี่แบรนด์กัมพูชา Mee Chiet จากซูเปอร์มาร์เกตในพนมเปญ แต่กลับพบว่าข้างใน 2 กล่องเป็น “มาม่ารสหมูสับ” ของไทย เธอจึงเรียกร้องให้บริษัทตรวจสอบ พร้อมย้ำว่าต้องการสนับสนุนเฉพาะสินค้าที่ผลิตในกัมพูชา เพราะมีอุดมการณ์ชาตินิยม

หนึ่งในผู้สังเกตุการณ์กล่าวว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ชาวกัมพูชาชื่นชอบจากฝั่งไทยมีหลายยี่ห้อทั้งมาม่า ยำยำ ไวไว ขณะที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของกัมพูชายังไม่เป็นที่นิยม รวมถึงสินค้าจากเวียดนาม นอกจากนี้ชาวกัมพูชาคุ้นกับรสชาดจากฝั่งไทยที่กินมานานนับสิบ ๆ ปี รสหมูสับกับต้มยำกุ้งถือเป็นเบอร์ต้น ๆ ที่ถูกเลือก

อย่างการซื้อเพื่อนำไปมอบให้ทหารกัมพูชาแถบชายแดน ก็ต้องใช้กล่อง Mee Chiet แต่ไส้ในเป็นมาม่า ก็เพราะทหารชายแดนคุ้นชินกับยี่ห้อและรสชาดนี้ เพียงแต่ต้องอำพรางด้วยกล่องว่าเป็นสินค้าของกัมพูชา เพราะอยู่ในช่วงแบนสินค้าไทย ส่วนสินค้าของเวียดนามหรือแบรนด์รองในกัมพูชาอย่าง Mee Yeung หรือ Gen Z Noodle รสชาดยังไม่ถูกปากกับคนกัมพูชาโดยรวม

ขนาด Mee Chiet มีรสกุ้งเปรี้ยว มันก็คือรสต้มยำที่คล้ายกับของไทย แต่ไม่กล้าใช้ชื่อตรง ๆ และรสชาดยังไม่ใกล้เคียงกับบะหมี่จากประเทศไทยจึงไม่ได้รับความนิยมจากคนกัมพูชา


ปลากระป๋อง“สเรย์ จันทร”

นอกจากบ๊ะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กัมพูชาผลิตได้เองแล้วยังมีสินค้าอย่างปลากระป๋องที่ก็มีนายทุนตั้งโรงงานผลิตแล้วเช่นกัน เดิมมีปลากระป๋องกัมพูชาอยู่แต่ไม่ใช่ทุนใหญ่ แต่งานนี้มีนายทุนคนดังเปิดตัวอย่างนายสเรย์ จันทร

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นบทบาทของออกญาสเรย์ จันทร มาบ้างตั้งแต่ก่อนที่กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 32 ปี 2023 ครั้งนั้นมีการเพิ่มรายการมวยกุนแขมร์และตัดมวยไทยออก พร้อม ๆ กับการดึงติอาโก เตเซียรา นักมวยไทยชาวบราซิล ไปโปรโมทมวยกุนขแมร์ พร้อมทั้งมอบสัญชาติกัมพูชาให้และสัญญาในเรื่องการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ แต่สุดท้ายติอาโก เตเซียรา ก็ต้องกลับไปอยู่ประเทศบราซิลบ้านเกิด

สเรย์ เป็นคนใกล้ชิดกับสมเด็จฮุนเซนและฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ช่วงนั้นเข้าไปในวงการมวยกุนขแมร์ เป็นโปรโมเตอร์จัดมวยกุนขแมร์ จากนั้นก็เงียบหายไป และกลับมาอยู่ในสายตาคนไทยอีกครั้งในการต้อนรับหลวงตาสุจน์ พระชาวไทยที่ขอย้ายไปอยู่ประเทศกัมพูชา หลังจากที่ผู้นำกัมพูชาออกปากในการดูและและให้ที่พักในกัมพูชา สเรย์เป็นผู้จัดการต้อนรับถึงสนามบินที่กัมพูชา พร้อมมอบรถยนต์ให้ใช้และมีเงินให้ใช้ในแต่ละเดือน

สเรย์กลับมาอีกครั้งในฐานะเจ้าของโรงงานปลากระป๋อง เป็นไปตามนโยบายพึ่งตนเองของผู้นำกัมพูชา พร้อมทั้งทำการตลาดให้สินค้าเป็นที่รู้จักทั้งการออกบูธแสดงสินค้า โปรโมทในสนามการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์วิบาก บริจาคให้กับทหารแนวหน้าของกัมพูชา และมอบเงินสนับสนุนวงการมวยกัมพูชา รวมทั้งพยายามสร้างภาพลักษณ์ปลากระป๋องให้เป็นของขวัญเช่นมอบให้ในวันแม่ และเตรียมขยับขยายไปยังสินค้าอื่น เช่น น้ำมันพืช

My Fish สัญชาติกัมพูชา

แหล่งข่าวกล่าวว่า เดิมปลากระป๋องจากไทยยี่ห้อยอดนิยมเบอร์ 1 ยังเป็นตราสามแม่ครัว แต่วันนี้กัมพูชามีปลากระป๋อง My Fish ถูกระบุว่าเป็นปลากระป๋องสัญชาติกัมพูชาของนายสเรย์ จันทร คนใกล้ตัวของผู้นำกัมพูชา ที่รับใช้งานของผู้นำมาตั้งแต่ความพยายามปั้นมวยกุนขแมร์ให้เป็นที่รู้จัก และเคลมว่าเป็นต้นกำเนิดมวยไทยจนเกิดความขัดแย้งกับฝั่งไทย

การออกมาเป็นโต้โผต้อนรับหลวงตาสุจน์พระไทยที่คนไทยไม่ต้อนรับ ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่สะสมความไม่สบายใจระหว่างคนไทยกับคนกัมพูชา

จนมาถึงเปิดโรงงานปลากระป๋อง ซึ่งเป็นการสนองนโยบายของผู้นำกัมพูชาอีกครั้ง ที่ต้องการมีสินค้าเป็นของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งสินค้าจากประเทศไทยตามที่มีการรณรงค์ให้แบนสินค้าไทย

มอบผลิตภัณฑ์ให้ผู้อพยพและวีรบุรุษทางทหาร
กระแสชาตินิยม

ตอนนี้กัมพูชาผลิตสินค้าหลัก ๆ อย่างปลากระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของตัวเองได้แล้ว สินค้าทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นของที่คนกัมพูชานิยมบริโภคเนื่องจากราคาไม่แพงและเก็บไว้ได้นาน ส่วนจะประสบความสำเร็จเหมือนกับสินค้าไทยหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันในอนาคต

อย่างที่ทราบกันว่า Mee Chiet มีมาก่อนการปะทะทั้ง 2 รอบ แต่ได้รับความนิยมน้อยกว่าบะหมี่จากประเทศไทย ส่วนปลากระป๋องของสเรย์ จันทร ก็ต้องรอพิสูจน์ว่าจะตีตลาดปลากระป๋องจากประเทศไทยได้หรือไม่

วันนี้กระแสชาตินิยม รักชาติ แบนสินค้าไทยที่ปลุกโดยผู้นำกัมพูชา ยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ในโอกาสนี้จะทำให้กัมพูชาผลิตสินค้าสัญชาติของตัวเองขึ้นมาได้ แต่ต้องรอว่ากระแสดังกล่าวจะยั่งยืนนานแค่ไหน หรือมีจนถึงเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้าแล้วจบรึเปล่า

แล้วถ้าสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยน กลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ขึ้นมาแทนนโยบายประเทศเปลี่ยนคนที่ลงทุนตามแนวทางรัฐบาลเก่าไปแล้วจะทำอย่างไร หรือถ้ารัฐบาล 2 ประเทศคุยกันได้ ผลประโยชน์ลงตัว ผ่อนคลายมาตรการที่เข้มงวดการลงทุนจะคุ้มค่าหรือไม่ เรื่องลักษณะนี้ไม่มีใครให้คำตอบได้


“ติอาโก”หมดโปรฯกลับบราซิล

แต่ถ้าย้อนข้อมูลดูดี ๆ จะพบว่า เรื่องที่เคยผ่านมาอย่าง ติอาโก เตเซียรา วันแรกที่เข้ามาเขาคือ Hero ที่จะมาปลุกวัฒนธรรมเขมรให้คนทั่วโลกได้รู้จัก มอบเงินสนับสนุน มอบสัญชาติ มอบโอกาสทางธุรกิจ มอบงาน เนิ่นนานไปสิ่งเหล่านั้นก็ค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลาเพราะซีเกมส์เสร็จ ก็เลือกตั้ง พรรคของสมเด็จฮุนเซนชนะได้เป็นรัฐบาล

ติอาโก ต้องโพสต์ขอรับเงินบริจาคจากชาวกัมพูชา เดิมสัญญาว่าจะเปิด Fitness ให้เขาดูแล เพื่อสร้างนักมวยกุนขแมร์ สุดท้ายเขาต้องเช่าอาคารเปิดยิมส์เองเดิมโฆษณาว่าฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีจะมาทำพิธีเปิดให้ สุดท้ายก็เงียบ งานชกมวยก็เริ่มมีน้อยลงทั้งจากอายุที่มากขึ้นและตลาดกุนขแมร์ที่แคบกว่ามวยไทย สุดท้ายเขาต้องกลับไปอยู่เซาเปาโล ประเทศบราซิล

กัมพูชาไม่ได้ไล่ติอาโก แค่ไม่ส่งเสริมเหมือนช่วงโปรโมชั่น ปล่อยให้เขาต้องหาเลี้ยงตัวเอง จะเรียกว่า “อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป” นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนและเห็นได้ภายในระยะเวลาไม่นานกับช่วงโปรฯและหมดโปรฯ


เปลี่ยนภาษาแปลงฉลาก

ที่จริงสินค้าในกัมพูชาจำนวนไม่น้อยก็ยังมาจากฝั่งประเทศไทย เพียงแค่ต้องปรับตัวเปลี่ยนสลากสินค้า เปลี่ยนภาษาที่ใช้ให้เป็นกัมพูชา ลดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ความเป็นไทย บางอย่างทางกัมพูชาก็ไม่สามารถหาจากที่อื่นมาทดแทนได้ก็ใช้กันแบบเงียบ ๆ เช่น ก้อนปรุงรส ข้าวสารและอื่น ๆ

ของสดบางรายการก็แอบนำเข้าโดยตรงจากประเทศไทย แม้มีข่าวทางกัมพูชาจับกุมแต่ก็เป็นแค่บางรายเท่านั้น ขณะเดียวกันข่าวการตรวจและระงับการจำหน่ายไล้กรอกและสินค้าของโรงงาน TSP กัมพูชา ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่คนกัมพูชาเริ่มมีคำถามว่าแบนสินค้าไทย แต่สินค้ากัมพูชากลับไม่มีคุณภาพ


“เคลม”เป็นทุกระดับ

ขณะที่เรื่องของการเคลมอาหารไทยยังคงเกิดขึ้นกับคนดังของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เชฟนาก Chef Nak หรือ โรตานัก รส (Rotanak Ros) เป็นหนึ่งในเชฟหญิงของกัมพูชา ผู้ปลุกชีพและอนุรักษ์สูตรอาหารเขมรโบราณที่เกือบสูญหายไปในยุคเขมรแดง (Khmer Rouge) ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ด้วยการเขียนตำราอาหารกัมพูชาที่คว้าสัญญารางวัลระดับโลก เล่มแรก "Nhum"(2562) รวบรวมสูตรอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมกว่า 80 สูตรจากทั่วประเทศกัมพูชา

เล่มสอง "SAOY"(2566) เล่มนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ เพราะเป็นสูตรอาหารชาววังกัมพูชา ที่อ้างอิงจากบันทึกเก่าแก่ของสมเด็จพระเรียม นโรดม รัศมีโสภณ พระเชษฐภคินีในสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ในช่วงปี ค.ศ. 1950–1970 ตำราเล่มนี้เพิ่งคว้าอันดับหนึ่งรางวัล Gourmand World Cookbook Awards ในสาขาตำราอาหารที่ดีที่สุดในโลก

ขณะที่มีดรามาว่าเชฟนากเคลมอาหารไทยบางรายการว่ามีต้นกำเนิดมาจากกัมพูชา และพบหลักฐานว่าเธอเข้ามาเรียนการทำอาหารที่สวนดุสิต ประเทศไทย

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j