เปิดภาพ “ปราสาทคนา” ล่าสุด พบร่องรอยกระสุนจากการสู้รบ รอวันบูรณะ หลังกรมศิลป์เก็บหลักฐานไปพิสูจน์ ผงะ เจอที่ซ่องสุมเสบียงทหารกัมพูชา สลักชื่อเฟซบุ๊กภาษาเขมร “กัมปูเจีย ทะเมย” ใช้ไลฟ์สด ขณะบันไดไม้ถูกทำลายช่วงสู้รบไม่เหลือซาก มทภ.2 เผยทำลายบันไดขึ้นปราสาทคนาสิ้นสภาพแล้ว ชี้ทุกพื้นที่ล่อแหลม ต้องเตรียมพร้อมทุกมิติ ใครไวกว่า อาวุธมากกว่า โอกาสรบชนะสูง วางคิวเยี่ยมกลุ่มปราสาทชายแดน
วันนี้ (19 มิ.ย. 69) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยพลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ปราสาทคนา ตั้งอยู่บริเวณสันปันน้ำบนเทือกเขาพนมดงรัก ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อดูผลการปฏิบัติการทางทหารในช่วงการสู้รบรอบที่ 2 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา
โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำมาดูจุดจัดเก็บเสบียงของทหารกัมพูชาช่วงการสู้รบ ซึ่งพบว่ามีพวกอาหารกระป๋องเป็นจำนวนมาก เช่น ข้าวกระป๋อง และปลากระป๋อง บ่งบอกให้เห็นว่าทหารกัมพูชาสามารถอาศัยอยู่ได้ในช่วงการสู้รบ
นอกจากนี้ยังมีการเขียนตัวอักษรภาษาเขมรบนแผ่นหินว่า “กัมปูเจีย ทะเมย” แปลว่า กัมพูชาใหม่ และเป็นชื่อเพจเฟซบุ๊กของทหารกัมพูชาที่มักชอบโพสต์คอนเทนต์ลงในเพจดังกล่าว และมีการใช้เป็นพื้นที่ไลฟ์สด ซึ่งถูกเขียนไว้ช่วงที่ทางกัมพูชาได้คุมพื้นที่อยู่ และยังพบโครงสร้างที่เป็นโรงครัวอาหารเพื่อรองรับผู้บังคับบัญชา
จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 2 และโฆษกกองทัพบกได้ร่วมวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยแก่ ร้อยตรี เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย บริเวณอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นทหารกล้าที่เสียชีวิตในสมรภูมิการสู้รบขณะทำหน้าที่ระวังป้องกันให้กับชุดปฏิบัติการทหารช่างสนามที่ทำการเจาะเส้นทางเข้าสู่ที่หมายเพื่อเปิดเส้นทางให้กับหน่วยดำเนินกลยุทธ์ แม้จะถูกระดมยิงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 และอาวุธยิงสนับสนุนจำนวนมาก แต่ด้วยความมุ่งมั่น ร้อยตรี เทิดศักดิ์ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ จนทหารไทยสามารถเข้าตียึดควบคุมที่หมายปราสาทคนาได้สำเร็จ
จากนั้นได้พาไปดู “ธงประกาศชัยชนะ” ซึ่งเป็นธงเสาไม้ รูปแบบใช้ไม้ค้ำ 3 ท่อน โดยเป็นธงที่ทหารไทยปักไว้เมื่อวันที่สามารถยึดพื้นที่ได้ ซึ่งอยู่ใกล้กับ ศิวลิงค์ และ โญนี เทวสถานในพื้นที่
ส่วนบันไดไม้ 1,181 ขั้น ที่ถูกพูดถึงหลายครั้ง ซึ่งเป็นบันไดที่กัมพูชาใช้เป็นทางหลักในการเดินขึ้นมาทางปราสาทคนา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 ได้เผาทำลายบันไดดังกล่าวในช่วงของการสู้รบรอบที่สอง จากระยะทางทั้งหมดประมาณ 450 เมตร ทำลายไป 250 เมตร เหลือเพียง 200 เมตรเท่านั้น และปัจจุบันทหารมีการวางแนวรั้วลวดหนาม 2 ชั้น
ทั้งนี้ ภายหลังจากยึดพื้นที่คืนมาได้ทหารไทยยังคงสภาพเดิมเอาไว้ เพื่อเก็บเอาไว้เป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อให้เห็นถึงความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย
สำหรับปราสาทคนา คำว่า “คนา” หมายถึงมากมายมหาศาล โดยเจ้าของปราสาทแห่งนี้คือ “แม่ทัพหญิง” เป็นผู้ที่มีความเด็ดขาด โดยมีสัญลักษณ์เป็น “ศิวลึงค์” และ “โญนี” ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “โญนี” เนื่องจากเป็นปราสาทของแม่ทัพหญิง โดยตัวปราสาทส่วนใหญ่สร้างด้วยดินเผา ประกอบด้วย 3 จุดหลัก คือ มีรั้วกำแพงแก้วศิลาแลง ยาว 39.5 เมตร ล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งในห้วงของการปะทะปราสาทแห่งนี้มีร่องรอยที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ เช่น พบรอยกระสุนตามต้นไม้
สันนิษฐานได้ว่าเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 15 หรือประมาณ 1,100 ปีมาแล้ว ก่อสร้างด้วยอิฐจำนวน 3 หลัง หรือมากกว่านั้น หันหน้า หรือมีทางเข้าด้านทิศตะวันออก มีกำแพงก่อด้วยศิลาแลงล้อมรอบ กำแพงขาดหายเป็นช่วง สามารถวัดขนาดได้ว่ามีความยาวด้านละ 39.50 เมตร ซึ่งตัวปราสาทมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ชิ้นส่วนประกอบอาคารหลุดร่วงแตกหัก เช่น เสาประดับกรอบประตูแปดเหลี่ยม ทับหลังสลักภาพช้างเอราวัณ 3 เศียร ทับหลังสลักภาพบุคคลนั่งชันเข่า ศิวลึงค์ที่มีลักษณะติดกับฐานปรากฏส่วนวิษณุภาคที่มีแปดเหลี่ยม และส่วนรุทรภาคที่แตกหัก จำนวน 3 ชิ้น พบบริเวณกลุ่มปราสาทประธาน และห่างออกไปทางทิศตะวันตก ใกล้กับตัวปราสาทมีหนองน้ำชื่อหนองคะนา และหนองน้ำขนาดเล็กอีกแห่งหนึ่ง
ทั้งนี้ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เคยได้มาดำเนินการสำรวจประมาณเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2544 ซึ่งปัจจุบันกรมศิลป์ ได้เข้ามาเก็บหลักฐาน ประกอบไปด้วยรูปพญาครุฑ หลักศิลาสถาน จำนวน 28 ชิ้น เพื่อนำไปศึกษาเตรียมบูรณปฏิสังขรณ์ เนื่องจากที่ผ่านมาเราไม่มีหลักฐานว่าปราสาทแห่งนี้มีลักษณะศิลปกรรมเดิมในลักษณะแบบใด และตัวปราสาทตั้งอยู่แบบไหน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา
ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้อยู่ในความควบคุมของหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน กรมทหารบกที่ 26 กองกองทัพภาคที่ 2
ส่วนในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย. 69) จะมีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธาน
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี มีพื้นที่ในความรับผิดชอบกว่า 400 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ไปจนถึงหลักเขตที่ 28 อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์
สําหรับปราสาทคนาเป็นโบราณสถานที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ไล่เรียงมาจากปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย อําเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ รวมไปถึงพื้นที่ภูโคกใหญ่ ช่องบก จ.อุบลราชธานี
สำหรับปราสาทคนาเป็นที่หมายแรกในการยึดพื้นที่เข้าปฏิบัติการทางทหารควบคุมพื้นที่ตามยุทธการศตวรรษ และมีกําลังพลสละชีวิต 1 นาย และตนได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัววานนี้เพื่อดูแลความเป็นอยู่ ส่วนบันไดที่เป็นทางเชื่อมมาบนปราสาทคนาของฝ่ายกัมพูชานั้น ที่ผ่านมาทางไทยได้ทำลายไปแล้ว บางอย่างเราไม่ได้บอกไปทั้งหมดเพราะต้องลับลวงพราง พูดไปหมดไม่ได้มันเป็นการปฏิบัติการทางยุทธวิธี แต่เราต้องมีวิธีการตอบโต้ ต่อต้าน
นอกจากนี้ ตนเตรียมตรวจเยี่ยมปราสาทภูโคกใหญ่ช่องบก ซึ่งมีลักษณะคล้ายปราสาทคนา และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่เราสามารถสร้างถนนไปถึงปราสาท และนำกำลังพลขึ้นไปควบคุมพื้นที่ ซึ่งการสร้างถนนทางกองทัพบกได้มอบงบประมาณมาส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือเป็นการช่วยเหลือจากประชาชน
พล.ท.วีระยุทธย้ำว่า ปัจจุบันได้ยึดควบคุมพื้นที่เอาไว้ทั้งหมด ตลอดแนว พร้อมทั้งยืนยันว่ากำลังพลทั้งหมดทุกเหล่าทัพ ประชาชนต่างเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องพื้นที่ ถือเป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา ในขณะที่สื่อมวลชนก็เป็นกระบอกเสียง ได้เห็นถึงความสามัคคีของทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างถนนหนทาง นอกจากเป็นการดําเนินการของเหล่าทัพแล้ว ประชาชนก็ยังได้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่ออํานวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร นอกจากนี้ เรื่องปฏิบัติการสงครามข่าวสารถือว่าเป็นเรื่องสําคัญที่เราต้องปฏิบัติร่วมกัน เพื่อตอบโต้ ต่อต้านข่าวบิดเบือนที่เกิดจากการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม
พล.ท.วีระยุทธยังระบุต่อว่า ตามภาพข่าว เราอาจจะได้เห็นภาพทหารกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายรถถัง หรือยุทโธปกรณ์ต่างๆ แต่นัยสำคัญในพื้นที่เราได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชนิดต้องได้รับการฝึก และต้องใช้เวลาทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของกำลังพล ซึ่งต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนถึงจะสามารถเคลื่อนย้ายมาได้ เช่น มีถนนลำเลียง และน้ำมันมีเติมหรือไม่
ทั้งนี้ ย้ำว่าเราติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หากเกิดการปะทะรอบสาม ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาค 2 และพื้นที่จันทบุรี-ตราดของกองทัพเรือ ล้วนมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ล่อแหลมทั้งหมด เราต้องรวบรวมข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์ในการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านกำลังพล ทรัพยากร การฝึก ใครพร้อมกว่า ไวกว่า มีอาวุธมากกว่า ไปถึงที่หมายได้ไวกว่าก็มีโอกาสตอบโต้เอาชนะได้
พล.ท.วีระยุทธยังกล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างอ่างเก็บน้ำที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ อยู่ในขั้นตอนของการวางแผนกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการทำงบประมาณเสนอโครงการที่จะต้องเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับกำลังพลให้อยู่ใน ระเบียบวินัย ระมัดระวังเรื่องการตอบโต้หากมีการยั่วยุ ต้องมีการสั่งการ และควบคุมแต่ไม่ใช่ห้าม ต้องมีมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม ผู้บังคับหน่วยทุกระดับมีอำนาจในการตัดสินใจ แต่ต้องมีการควบคุม เนื่องจากการยั่วยุบางอย่างอาจจะไม่ใช่ที่จะต้องยิงหรือปะทะเลย อาจจะเป็นการไร้ระเบียบวินัยของฝ่ายตรงข้าม
ดังนั้น เราต้องมีวินัยมากกว่า เพราะหากเราปฏิบัติแล้วจะต้องมีผลสำเร็จ และต้องเหนือกว่าคู่ต่อสู้ หากดำเนินการแล้วไม่มีการควบคุม จะทำให้เกิดความเสียหาย