xs
xsm
sm
md
lg

คนนี้ไง! ปิ๊งไอเดียเปลี่ยนปลาหมอคางดำเป็นปลาป่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



คนนี้ไง! ปิ๊งไอเดียเปลี่ยนปลาหมอคางดำเป็นปลาป่น

แม้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำจะยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาครที่เคยถูกจัดเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังระดับสูง แต่ล่าสุดมีแนวทางกำจัดปลาหมอคางดำที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม หลังสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาครร่วมมือกับภาคเอกชน เปิดรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปแปรรูปเป็นปลาป่น ภายใต้แนวคิด “การใช้ประโยชน์ เท่ากับ การกำจัด”

รายงานจากเพจ “เกษตรกรก้าวหน้า” ระบุว่า สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาครได้ประสานความร่วมมือกับ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด หรือโรงงานผลิตปลาป่นในพื้นที่ เพื่อเปิดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป โดยนำปลาที่รับซื้อได้เข้าสู่กระบวนการผลิตปลาป่น ซึ่งถือเป็นการกำจัดปลาชนิดนี้ออกจากระบบนิเวศควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ดร.ปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของโรงงานศิริแสงอารำพี เปิดเผยว่า ในช่วงที่การระบาดรุนแรงที่สุด โรงงานเคยรับซื้อปลาหมอคางดำได้มากกว่า 40,000 กิโลกรัมต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปริมาณปลาที่ประชาชนนำมาจำหน่ายเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าการควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำเริ่มเห็นผลมากขึ้น

ด้านนายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า การนำปลาหมอคางดำเข้าสู่กระบวนการผลิตปลาป่น ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่เห็นผลชัดเจนที่สุดในเวลานี้ เพราะโรงงานมีศักยภาพในการกำจัดปลาได้ครั้งละจำนวนมาก ทำให้สามารถลดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับวิธีการกำจัดรูปแบบอื่น

ประมงจังหวัดสมุทรสาครยังระบุอีกว่า แม้ปลาหมอคางดำจะยังไม่หมดไปจากพื้นที่ทั้งหมด แต่สถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่หลายพื้นที่ถูกจัดอยู่ในระดับเฝ้าระวังสูงหรือพื้นที่สีแดง ปัจจุบันแนวโน้มการแพร่ระบาดเริ่มลดระดับลง

สำหรับเกษตรกรหรือประชาชนที่สามารถจับปลาหมอคางดำได้ ยังสามารถนำมาจำหน่ายให้กับโรงงานศิริแสงอารำพี หมู่ 3 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ได้ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท โดยไม่จำกัดปริมาณ เพียงนำบัตรประชาชนมาแสดง ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางสามารถจำหน่ายผ่านแพรวบรวมในพื้นที่ได้ในราคากิโลกรัมละ 8 บาท

แนวทางดังกล่าวถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยน “วิกฤตสัตว์น้ำต่างถิ่น” ให้กลายเป็น “วัตถุดิบทางอุตสาหกรรม” พร้อมช่วยจูงใจให้ประชาชนร่วมจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดในระยะยาว

News1 รายงาน