ชายที่รัชกาลที่ 4 ไว้วางพระราชหฤทัย ในวันที่สยามเผชิญมหาอำนาจตะวันตก
รายงานพิเศษ
ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญคลื่นการล่าอาณานิคมครั้งใหญ่จากมหาอำนาจตะวันตก อังกฤษยึดครองพม่า ขณะที่ฝรั่งเศสขยายอิทธิพลเข้าสู่ญวนและกัมพูชา หลายอาณาจักรในภูมิภาคค่อย ๆ สูญเสียเอกราชและตกอยู่ภายใต้อำนาจของชาติตะวันตก
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนั้น สยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยการศึกษา การทูต และการสร้างเครือข่ายมิตรภาพกับผู้มีอิทธิพลในโลกการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ
หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการเชื่อมโยงสยามกับโลกภายนอก แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักในสังคมไทยมากนัก คือ “ตันกิมเจง” หรือ Tan Kim Ching คหบดีชาวจีนโพ้นทะเลเชื้อสายเปอรานากันแห่งสิงคโปร์ ผู้ได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักสยาม และมีความสัมพันธ์อันดีกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตันกิมเจง เป็นบุตรของ Tan Tock Seng นักธุรกิจและนักการกุศลผู้มีชื่อเสียงในสิงคโปร์ ซึ่งชื่อของเขาได้รับการนำมาตั้งเป็นโรงพยาบาล Tan Tock Seng หนึ่งในโรงพยาบาลหลักของประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบัน
ในยุคที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของจักรวรรดิอังกฤษ ตันกิมเจงเป็นบุคคลที่มีเครือข่ายกว้างขวางทั้งในหมู่พ่อค้า นักการทูต และผู้บริหารอาณานิคม เขาจึงกลายเป็นสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างสยามกับโลกตะวันตก
เรื่องราวที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด คือการเข้ามาของ “แหม่มแอนนา” หรือ Anna Leonowens ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสยามเมื่อปี พ.ศ.2405 แต่สิ่งที่คนไทยจำนวนมากอาจไม่ทราบคือ บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการประสานงานให้แหม่มแอนนาเดินทางจากสิงคโปร์เข้าสู่สยาม ก็คือตันกิมเจงนั่นเอง
ในเวลานั้น การเรียนรู้ภาษาอังกฤษและความรู้สมัยใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการศึกษา แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐสยามในการทำความเข้าใจโลกตะวันตก สร้างขีดความสามารถด้านการทูต และรักษาเอกราชของประเทศท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจยุโรป
ความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักสยามกับชุมชนเปอรานากันไม่ได้สิ้นสุดเพียงในรัชกาลที่ 4 หากยังสืบเนื่องมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมีหลักฐานว่าพระองค์ทรงร่วมสนับสนุนกิจการสาธารณกุศลที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล Tan Tock Seng ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสยามกับชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลในคาบสมุทรมลายู
เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ตันกิมเจงอาจไม่ใช่นักรบ ไม่ใช่แม่ทัพ และไม่ใช่ขุนนางสยาม แต่เขาคือหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโลกภายนอกเข้ากับสยาม ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากมหาอำนาจตะวันตกอย่างหนัก
เรื่องราวของเขาจึงไม่ใช่เพียงประวัติของคหบดีชาวจีนโพ้นทะเลคนหนึ่ง หากเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า การรักษาเอกราชของสยามในอดีต มิได้เกิดจากกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมองการณ์ไกล การเปิดรับความรู้ใหม่ และการสร้างมิตรภาพกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่มีส่วนช่วยให้ประเทศสามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
ขอขอบคุณข้อมูลและประเด็นศึกษาทางประวัติศาสตร์จาก
คุณยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที
NEWS1 รายงานพิเศษ