ตั้มพลาด! เดินเกม AOT หวังขยี้บ้านพระอาทิตย์ แต่เจอข้อมูลหักล้าง ปมประมูลเปิดแข่งขันตามระบบ
กรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เคยออกมาเปิดประเด็นตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT พร้อมพาดพิงถึงบุคคลทางการเมืองและกลุ่มบ้านพระอาทิตย์ ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้รับงานโครงการภายในท่าอากาศยานนั้น ล่าสุดถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการนำข้อมูลการประกวดราคาฉบับทางการออกมาเปิดเผย
ในรายการ “NEWS HOUR” ทางสถานีข่าว NEWS1 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้หยิบยกเอกสารประกวดราคาของ AOT มาอธิบาย โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ซึ่งเปิดให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างเปิดเผย
อาจารย์ปานเทพระบุว่า จากเอกสารประกาศประกวดราคา ผู้เสนอราคาทุกรายต้องยื่นข้อเสนอผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันและเวลาที่กำหนด โดยไม่มีผู้ใดสามารถทราบราคาของคู่แข่งได้ล่วงหน้า อีกทั้งยังมีการเปิดเผยรายละเอียดเอกสารประกวดราคาให้สาธารณชนดาวน์โหลดและตรวจสอบได้ตั้งแต่วันประกาศจนถึงวันยื่นเสนอราคา
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบอุปกรณ์และรับฟังคำชี้แจงตามเงื่อนไขของโครงการ โดยโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบ แจ้งเตือน และปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ท่าอากาศยานหลายแห่งของ AOT อาทิ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
อาจารย์ปานเทพตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเป็นการประกวดราคาแบบเปิด มีผู้เข้าร่วมแข่งขันหลายราย และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบราชการ จึงเป็นเรื่องยากที่จะกล่าวอ้างว่าบุคคลภายนอกหรือกลุ่มการเมืองใดสามารถเข้าไปกำหนดผลการประมูลได้ โดยเฉพาะการพาดพิงไปยังร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หรือกลุ่มบ้านพระอาทิตย์ ซึ่งไม่ได้มีอำนาจกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมโดยตรง
ทั้งนี้ ยังมีการชี้ให้เห็นว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทยในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวถึง ทำให้เกิดคำถามกลับไปยังผู้กล่าวหาว่าเหตุใดจึงพุ่งเป้าไปยังบุคคลและกลุ่มการเมืองที่ไม่ได้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับหน่วยงานเจ้าของโครงการ
อาจารย์ปานเทพกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นดังกล่าวเคยถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลมาแล้ว และมีการซักถามพยานรวมถึงผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับขั้นตอนการประมูล โดยคำชี้แจงจากบริษัทผู้ชนะการประมูลยืนยันว่าได้เข้าร่วมแข่งขันตามกระบวนการปกติ ไม่มีบุคคลทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ
จากข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผยในรายการ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกล่าวหาในประเด็นดังกล่าวอาจเป็นการจับผิดบุคคลหรือกลุ่มการเมืองผิดเป้าหมาย และยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่ถูกพาดพิงตามที่เคยกล่าวอ้าง
News1 รายงาน