จากกรณีที่ชาวประมงในพื้นที่รอบกว๊านพะเยา ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงนี้สามารถจับ “กุ้งเครย์ฟิช” หรือ “กุ้งก้ามแดง” ในแหล่งน้ำธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยจับได้มากกว่า 1.5 – 2 กิโลกรัมต่อวัน ทว่ากุ้งฝอยท้องถิ่นที่ชาวบ้านตั้งใจมาจับกลับมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนสร้างความกังวลว่ากุ้งต่างถิ่นชนิดนี้จะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในพื้นที่หรือไม่นั้น
ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุอย่างว่า "กุ้งเครย์ฟิช กุ้งก้ามแดง เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ ชนิดรุกราน" ไม่ใช่สัตว์น้ำดั้งเดิมของประเทศไทย การแพร่ระบาดของกุ้งก้ามแดงในกว๊านพะเยาถือเป็นเรื่องน่ากังวล เนื่องจากพวกมันจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำโดยตรง ผ่านพฤติกรรม 3 ด้านหลักๆ
-แย่งที่อยู่อาศัย ของสัตว์น้ำท้องถิ่น
-แย่งอาหาร ในระบบนิเวศ
-จับสัตว์น้ำอื่นๆ กินเป็นอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรกุ้งฝอยและสัตว์น้ำพื้นเมืองลดน้อยลง
เมื่อเจอแพร่ระบาดเช่นนี้ อย่าดีใจเพราะนึกว่าแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าพบพวกมัน ก็ควรจับมาประกอบอาหารกินหรือทำลายทิ้งครับ ก่อนที่จะแพร่ระบาดไปทั่ว จนหยุดยั้งไม่ได้ แบบพวกปลาหมอคางดำ
ทั้งนี้ อ.เจษฎา กล่าวว่า ตนเคยโพสต์เตือนเรื่องนี้ล่วงหน้าไว้เมื่อหลายปีก่อน ในช่วงที่มีกระแสส่งเสริมให้เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว ว่าหากหลุดรอดออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและเกิดการแพร่ระบาด จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศอย่างแน่นอน