พ่อตชด. ห่วงความรู้สึกครอบครัวผู้เสียหาย แม้ญาติฝั่งวินห้วยขวางจะโจมตีหนักก็ตาม
คดีการเสียชีวิตของวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านห้วยขวาง ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากครอบครัวผู้เสียหายออกมาแถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อสาธารณะ พร้อมโต้แย้งแนวทางการต่อสู้คดีของ ส.ต.อ.นำทัพ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนผู้ก่อเหตุ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา กระแสสังคมได้แบ่งออกเป็นหลายมุมมอง บางส่วนเห็นใจครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าควรรอฟังข้อเท็จจริงจากทุกด้าน เนื่องจากมีข้อมูลและคลิปเหตุการณ์บางส่วนที่ถูกเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการแถลงข่าวตอบโต้กันผ่านสื่อ บิดาของ ส.ต.อ.นำทัพ กลับเลือกที่จะไม่ออกมาตอบโต้หรือชี้แจงใด ๆ ต่อสาธารณะ
แหล่งข่าวใกล้ชิดครอบครัวเปิดเผยว่า ผู้เป็นพ่อเข้าใจดีว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่อาจชดเชยได้ และไม่ต้องการให้คำพูดหรือการเคลื่อนไหวของตนเองไปกระทบกระเทือนความรู้สึกของผู้สูญเสียมากไปกว่านี้
แม้ในช่วงที่ผ่านมา จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยแสดงความเห็นใจต่อครอบครัวของ ส.ต.อ.นำทัพ รวมถึงตั้งข้อสังเกตต่อข้อเท็จจริงหลายประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ในชั้นศาล แต่ผู้เป็นพ่อยังคงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกส่วนตัวไว้ ไม่ออกมาสร้างกระแสตอบโต้ หรือใช้พื้นที่สื่อเพื่อปกป้องลูกชายของตนเอง
ก่อนหน้านี้ บิดาของผู้ต้องหาเคยเดินทางเข้าเยี่ยมลูกชายภายในห้องควบคุมตัว พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเรื่องหลักทรัพย์สำหรับการยื่นขอปล่อยชั่วคราว และเคยแสดงความตั้งใจว่าหากมีโอกาสที่เหมาะสม ก็อยากเดินทางไปแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยตนเอง
คนใกล้ชิดครอบครัวยอมรับว่า ทุกวันนี้ครอบครัวของผู้ต้องหาเองก็ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากกระแสสังคม ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของลูกชาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัว แต่สิ่งที่ผู้เป็นพ่อพูดอยู่เสมอคือ ความสูญเสียของอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า และควรได้รับความเคารพต่อความรู้สึกอย่างที่สุด
ขณะที่คดียังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และยังมีหลายประเด็นที่ต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากพยาน หลักฐาน และคำวินิจฉัยของศาลในอนาคต
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเช่นไร เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างบาดแผลให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิต ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ และครอบครัวของผู้ต้องหาเอง
ในวันที่สังคมยังเต็มไปด้วยความเห็นที่แตกต่าง สิ่งที่หลายคนอยากเห็นอาจไม่ใช่การโต้ตอบกันผ่านหน้าสื่อ แต่เป็นการเดินหน้าของกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้น และนำมาซึ่งความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย
News1 รายงาน