xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.พลังงาน รับจริงมีทุนค่าไฟแฝง 4 ค่า ต้องเก็บจาก ปชช. เตรียมศึกษาเพิ่มลดเท่าไหร่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กมธ.พลังงาน รับเรื่องจริงมีทุนค่าไฟแฝง 4 ค่า ต้องเก็บจาก ปชช. พร้อมรับไฟถนนรวมบิลประชาชน เตรียมศึกษาเพิ่มลดเท่าไหร่

วันนี้ (22 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานกรรมาธิการพลังงาน วุฒิภา พร้อมคณะ แถลงถึงกรณีต้นทุนค่าไฟฟ้าแฝง ว่า จริงที่เรามีทุนค่าไฟแฝงที่ต้องเก็บจากประชาชน ซึ่งมาจาก 4 ส่วน คือ 1. ค่าความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้า 2. ค่าภาระนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน 3. ค่าไฟฟ้าสาธารณะและการอุดหนุนข้ามกลุ่ม และ 4. ภาระหนี้สะสมจากการตรึงค่าไฟในอดีต

ส่วน นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา รองประธาน กมธ. กล่าวว่า ในตอนนี้มีประชาชนมีข้อกังขา 2 ประเด็น เรื่องค่าไฟ คือ ค่าไฟฟ้าในปัจจุบันที่มีค่าพร้อมจ่าย กับ ไฟฟ้าสาธารณะ ที่สงสัยกันว่าจะซ้ำซ้อนหรือไม่ที่ประชาชนใช้ไฟฟ้าสาธารณะ แต่ไม่ได้ใช้ฟรีแต่ถูกบวกไปในบิลค่าใช้ไฟฟ้า ซึ่งจากการที่เราไปศึกษาเรื่องไฟฟ้าสาธารณะมาแล้วนั้น จะบอกว่า ฟรีก็ไม่ใช่ฟรีเสียทีเดียว เพราะมีหลักเกณฑ์อยู่ว่าค่าไฟ 10 เปอร์เซ็นต์ การไฟฟ้าภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง จะรับผิดชอบ จะถือว่าไฟฟ้าส่วนนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเสียในระบบไม่ได้ถูกคิด แต่อีก10 เปอร์เซ็นต์ จะถูกส่งไปยังหน่วยงานทางหลวง ทางหลวงชนบท ถ้าเกิน10 เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีการตั้งงบประมาณแผ่นดินมารองรับ วันนี้ถ้าเราเข้าใจและนำเรื่องนี้มาปรับดีดีให้เป็นหลักการของผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงิน นั่นหมายถึงให้หน่วยงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรมทางหลวงรับผิดชอบไปตั้งงบแผ่นดินจ่าย ใช้ภาษีก็ถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าเช่นนี้จะทำให้การไฟฟ้าสามารถลดค่าไฟฟ้าภาพรวมได้ถึง 10 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งนี้ กมธ.พลังงาน เราอยากให้เรื่องนี้มีความโปร่งใสเราจะตั้งคณะทำงานให้มาติดตามเรื่องนี้คงใช้เวลาไม่นาน คาดแล้วเสร็จได้ในเดือน ก.ค.นี้

เมื่อถามถึงกรณี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ออกมาระบุว่า ค่าไฟถนนอยู่ในบิลไฟฟ้าของประชาชน นายชูศักดิ์ วงษ์สวัสดิ์ ที่ปรึกษา กมธ. กล่าวว่า ไฟฟ้าสาธารณะจะรวมอยู่ใน 2 ส่วน คือ ท้องถิ่น และกรมทางหลวง มีอยู่ในโครงสร้างไฟฟ้า ฉะนั้น จึงจริงว่ามีต้นทุนค่าไฟแฝงตามที่นายเอกนัฏระบุ ดังนั้น ถ้าเอาค่าไฟ 10 เปอร์เซ็นต์ ออกจะช่วยลดค่าไฟได้ 10 สตางค์ต่อหน่วย อย่างไรแล้วเรื่องนี้ทาง กมธ.เราเองจะนำไปศึกษาเพิ่มว่าจะลดเลยหรือปรับลดตัวเลขจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 7 หรือ 5 เปอร์เซ็นต์