เมื่อช่วงที่ผ่านมา กรณีรถบรรทุกแต่งซิ่งคันหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ไทรน้อย เรียกตรวจและดำเนินคดี จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการดัดแปลงสภาพรถ การติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงประเด็นเรื่องสติกเกอร์และตุ๊กตาหน้ารถที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องส่วยและอิทธิพล กระทั่งหลายหน่วยงานออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม
ล่าสุดวันนี้ (22 มิ.ย.69) เวลา 12.30 น. ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี นายเลิศสกุล นาเจริญ ขนส่งจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ตามอำนาจหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ มีหน้าที่กำกับดูแลรถที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.รถยนต์ โดยเฉพาะรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ
ในกรณีที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ หากตรวจพบว่ารถไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ไม่เสียภาษีประจำปี หรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่างที่ติดตั้งเพิ่มหลายดวง ซึ่งมีโทษปรับดวงละ 200-500 บาท รวมไม่เกิน 5,000 บาท รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ เช่น บังโคลน ซุ้มล้อ หรืออุปกรณ์ที่ยื่นออกจากตัวรถและบดบังทัศนวิสัยการมองเห็น ล้วนเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการขนส่งทั้งสิ้น
นายเลิศสกุล กล่าวว่า ตลอดที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ขนส่งพยายามประชาสัมพันธ์ ตักเตือน และชี้แจงผู้ประกอบการมาโดยตลอดว่าสิ่งใดถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย และขอความร่วมมือไม่ให้มีการดัดแปลงสภาพรถที่ผิดจากข้อกำหนด
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในทางปฏิบัติพบพฤติกรรมของรถบรรทุกบางกลุ่มเป็นประจำ คือก่อนนำรถเข้ารับการตรวจสภาพประจำปี จะทำการถอดไฟแต่งและอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ ออกทั้งหมด เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้วจึงนำอุปกรณ์เหล่านั้นกลับมาติดตั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เจ้าหน้าที่พบอยู่เป็นประจำ
ส่วนประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องส่วย สติกเกอร์ หรือสัญลักษณ์ตุ๊กตาหน้ารถนั้น ขนส่งจังหวัดนนทบุรีระบุว่า ไม่มีข้อมูลในเรื่องดังกล่าว และไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ แต่หากมีการตรวจพบการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายขนส่ง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดตัวชี้วัดในการออกตรวจและปราบปรามการกระทำผิดนอกเหนือจากภารกิจปกติ จากเดิมที่มีการออกตรวจเฉลี่ยเดือนละ 4 ครั้ง ปัจจุบันได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบให้เข้มข้นมากขึ้น
สำหรับกรณีรถบรรทุกคันที่เป็นข่าวนั้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรีติดตามเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อเรียกผู้ขับขี่และผู้ครอบครองรถเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ารถบรรทุกที่ตกเป็นข่าวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรถที่จดทะเบียนอยู่ในจังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ไม่ใช่รถที่จดทะเบียนในจังหวัดนนทบุรี
ที่ผ่านมา สำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรีได้มีการตั้งด่านตรวจและออกตรวจเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง หากพบรถกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการออกหนังสือสั่งปรับพินัย และเรียกเจ้าของรถหรือผู้ประกอบการเข้ามารายงานตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายเลิศสกุล ยังฝากถึงผู้ประกอบการรถบรรทุกว่า ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสังคม ไม่ใช่มองเพียงผลประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว พร้อมกำชับให้ดูแลผู้ขับขี่และสภาพรถให้อยู่ในมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพราะเมื่อเกิดการจับกุมหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้ประกอบการมักอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งให้ดัดแปลงรถ แต่ในฐานะเจ้าของกิจการก็มีหน้าที่ต้องกำกับดูแลรถในความรับผิดชอบของตนเอง
นอกจากนี้ยังขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความพร้อมของรถและคนขับอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องการพักผ่อน การใช้สารเสพติด การตรวจปัสสาวะ และความพร้อมของอุปกรณ์ความปลอดภัย เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกมีกฎหมายและมาตรการควบคุมในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ขนส่งจังหวัดนนทบุรียืนยันว่า รถบรรทุกที่ปฏิบัติตามกฎหมายยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนรถที่กระทำผิดเป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น โดยขนส่งยังคงบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านและกวดขันการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.รถยนต์ อย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด ทางขนส่งยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการใช้รถบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถสาธารณะ รถบรรทุก หรือรถโดยสาร โดยมีการออกตรวจ กวดขัน จับกุม และให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นรถต้องสงสัยหรือรถที่กระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 1584 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียนของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง