"ปานเทพ" นำทีมพยานสำคัญคดีทนายตั้ม แถลงโต้กลับหลังถูกพาดพิงเรื่องฮั้วประมูล AOT โชว์หลักฐานเด็ดแชตถามทนายตั้ม แฉซ้ำพฤติกรรมขนเงินสด 9 ล้านไปให้ที่หน้าศาล ทนายโจทก์ร่วมลั่น จ่อยื่นถอนประกันทนายตั้มในสัปดาห์นี้ เหตุข่มขู่พยาน
จากกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี 12 เดือน พร้อมให้ชดใช้เงิน 72 ล้านบาท ในคดีฉ้อโกงน.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ พี่อ้อย และต่อมาได้รับการประกันตัว ซึ่งภายหลังออกจากเรือนจำ ทนายตั้มได้เปิดประเด็นตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) พร้อมพาดพิงถึงพยานในคดีที่ทำตนถูกพิพากษาจำคุก รวมทั้งนักการเมืองและกลุ่มบ้านพระอาทิตย์ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้รับงานในท่าอากาศยานนั้น
วันนี้ (22 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน แถลงข่าวเปิดตัวพยานปากสำคัญที่นำไปสู่คำพิพากษาของศาลอาญาให้จำคุกนายษิทรา ในคดีฉ้อโกงนางจตุพร หรือ พี่อ้อย ซึ่งพยานคนดังกล่าวถูกใส่ความว่าฮั้วประมูลงาน AOT
นายปานเทพ กล่าวว่า พยาน 2 รายนี้ถือว่ามีความใกล้ชิด นายษิทรา หรือ ทนายตั้ม อย่างมาก และพยาน 2 รายนี้ไม่เคยเปิดเผยตัวมาก่อนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ที่ต้องออกมาในวันนี้ เนื่องจากถูกพาดพิงจากทนายตั้มจนเกิดความเสียหาย
"เราตระหนักดีว่าคดีนี้อยู่ในศาลและพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ จะต้องระมัดระวัง เนื่องด้วยศาลได้พิพากษาไปแล้ว ดังนั้นสิทธิของโจทก์และจำเลยจะอยู่ในการอุทธรณ์ ซึ่งสามารถเขียนคำอุทธรณ์ได้เต็มที่ทั้ง 2 ฝ่าย แต่การที่ทนายตั้ม ออกมาแถลงข่าวพูดอยู่ฝ่ายเดียว นำเสนอคำสรุปปิดท้ายของตัวเองฝ่ายเดียว นำเสนอคำถามของตัวเองฝ่ายเดียวโดยตัดทอนความจริงที่เกิดขึ้นในกระบวนพิจารณาไม่ว่าคำพูดของพยานที่พูดโต้แย้งอย่างไร อัยการและทนายโจทก์ร่วมได้ถามติงจนสิ้นกระแสสงสัยแล้ว กลับไม่ไม่มีการนำเสนอ เราเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและความไม่เข้าใจของสังคม"นายปานเทพ ระบุ
นายปานเทพ ยังได้แนะนำ พยานสำคัญ 2 ปากในคดีทนายตั้ม ได้แก่ นายเขมวัฒน์ บัวลาศ หรือ ปีเตอร์ ผู้ที่พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นโปรแกมเมอร์และเจ้าของบริษัทที่ทำแอปหวยออนไลน์ให้กับทนายตั้ม และน.ส.พจมาน บัวลาศ หรือ มี่ ภรรยาของนายเขมวัฒน์
นายปานเทพ กล่าวว่า พยาน 2 รายนี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีเนื่องจากเป็นผู้เขียนแอปหวยออนไลน์ และได้รับงานก่อสร้างมูลค่า 154 ล้านบาท จากโรงแรมที่ทนายตั้มจัดให้และถูกเททิ้ง ไปเกี่ยวข้องกับงานออกแบบมูลค่า 9 ล้านบาท สุดท้ายถูกเททิ้ง ทนายตั้ม เอางานไปให้คนอื่นทำ โดยเก็บเงินไปทั้งหมด ที่สำคัญไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณี 39 ล้าน และมีแชตสำคัญที่ไม่เคยเปิดมาก่อน ในคืนวันเบิกเงิน ทนายตั้ม เขาคุยกันอย่างไร ที่บอกว่าทนายตั้มไม่เกี่ยวข้องด้วย คำว่าไม่เกี่ยวข้องด้วย ศาลท่านเห็นว่ามีประเด็นที่น่าสงสัยอยู่จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
"พยานทั้ง 2 ราย จากเดิมที่เคยช่วยงานทนายตั้มมาโดยตลอดจึงรู้ไส้รู้พุง ได้ถูกใส่ร้ายว่าไปฮั้วประมูลรับเงินจากบ้านพระอาทิตย์" นายปานเทพ กล่าว
ส่วนกรณีที่ทนายตั้ม ระบุว่า ตนเชื่อในพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากกว่าพยานบุคคล นั้น นายปานเทพ กล่าวว่า ถูกต้อง และฝั่งที่โจทก์ฟ้องทนายตั้มก็ใช้วิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่วิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นวิทยาศาสตร์บวกปัจจัย สภาวะแวดล้อม พยานบุคคล เหตุปัจจัย สถานที่ทั้งหมดและเอกสารทั้งหมด ศาลจึงได้ตัดสินจำคุก 5 ปี 12 เดือน เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้
นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า เมื่อวานพอทราบว่าจะมีการแถลงข่าวทนายตั้มได้ส่งข้อความมาข่มขู่น.ส.พจมาน ระบุว่า "ไม่ต้องสร้างหลักฐานอะไรแล้ว สืบเสร็จแล้ว อังคารจะไปแจ้งความฉ้อโกงเหรียญดิจิทัล" พร้อมระบุว่าตนเองรอฟังแถลงข่าว
น.ส.พจมาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่ตนเองไม่ออกมาพูดอะไร สื่อมวลชนเองก็ไม่สามารถติดต่อตนเองได้ เพราะอยู่ในโครงการคุ้มครองพยาน สิ่งตนเองเจอเมื่อวานไม่ใช่ครั้งแรก มันเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการฟ้องร้องคดีกันถึงขั้นติดคุก มันโดนมาตลอดในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย นอกจากนี้ที่ตนไม่อยากเป็นข่าว เพราะอยากให้เป็นดิจิทัลฟุตพริ้นท์
ขณะที่นายเขมวัฒน์ กล่าวว่า ตนมองว่าสิ่งที่ทนายตั้มกลัว แล้วไม่เคยถูกพูดในที่สาธารณะ คือ นิติวิทยาศาสตร์ ฝั่งตนเอง ทนายตั้ม จะชอบพูดว่าศาลตัดสินเพราะเชื่อพยาน 2 คน ไม่ใช่นะครับ จริงๆ แล้วศาลดูนิติวิทยาศาสตร์ฝั่งเราเยอะ และพยานแวดล้อมต่างๆ จนทำให้ตัดสินอย่างนั้น จากข้อความนี้ ก็คงกลัวว่าเราจะพูด แต่ไม่เป็นไร มันถึงเวลาที่ตนต้องพูดความจริงในฝั่งตนบ้างแล้ว เพราะตนถูกกระทำมาเยอะ
น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย ทนายความของพี่อ้อย กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมาทาลฝั่งทนายตั้ม หลังได้รับการประกันตัวก็ไปออกรายการหลายรายการ และก็พูดหลายๆ ครั้ง ทำให้เรามองเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่พยานทั้ง 2 ปาก ต้องมาบอกความจริงให้สังคมได้รับรู้ เพราะสิ่งจะพูดในวันนี้ กับสิ่งที่พูดในศาลเขาได้เบิกความไปหมดแล้ว และพยานหลักฐานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล พยานแวดล้อมต่างๆ ถูกนำเข้าสู่สำนวนแล้ว ทางเราทางเราซึ่งเป็นโจทก์ร่วม มีบางข้อหาในคำฟ้อง ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้อง
"เราพิจารณาเห็นแล้วตั้งแต่วันแรกว่าทุกประเด็นทุกข้อเราก็จะอุทธรณ์ ในส่วนที่ศาลพิเคราะห์ในประเด็นหลักเรื่อง 71 ล้าน เรานำพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ประเด็นหลักอย่างคดี 71 ล้าน พยาน 2 ปากนี้มีความจำเป็นและมีสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ศาลนำมาเขียนวินิจฉัยในคำพิพากษา ดังนั้นที่ทนายตั้มออกไปตอบโต้คำพิพากษาของศาลโดยบอกว่าศาลรับฟังพยานบุคคลมากกว่านิติวิทยาศาสตร์จึงไม่เป็นความจริง"น.ส.อัฉรา กล่าว
นายเขมวัฒน์ ชี้แจงประเด็นเรื่องเงิน 71 ล้านบาทในการพัฒนาแอปหวย ยืนยันว่า ตนเป็นเจ้าบริษัทปีเตอร์วิชั่น เป็นผู้พัฒนาแอปนาคี ทำมา 1 ปี และทำสำเร็จใช้งานได้ กำลังจะเปิดตัว แต่ในเวลาต่อมาเริ่มมีการจับกุมเรื่องแอปหวย ตนเองจึงกังวลเรื่องข้อกฎหมาย จึงได้ไปปรึกษาทนายตั้ม และบอกว่าจะหานายทุนมาร่วมทำด้วย ตนจึงรอ ก่อนเรียกตัวเองเข้าไปคุยเรื่องค่าใช้จ่ายของแอป ซึ่งต้นทุนของแอปอยู่ที่ 16-20 ล้านบาท
ต่อมา ทนายตั้ม เป็นคนบอกว่าให้ทำใบเสนอราคาให้พี่อ้อย ให้ทำใบเสนอราคา 2 ล้านยูโร หรือ 71 ล้านบาท เลยทำสัญญาไป ซึ่งทั้งคู่ย้ำว่า ไม่เคยเจอหน้าพี่อ้อย ทุกครั้งจะทำผ่านทนายตั้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนี้ได้มีการเปิดแชทไลน์ที่คุยกับทนายตั้ม โดย มีการถามทนายตั้มว่า "พี่อ้อย เขาเชื่อใช่ไหม ว่าแอป 2 ล้านยูโรจริง" ทนายตั้มบอกว่า ใช่
นายเขมวัฒน์ กล่าวว่าก่อนจะทำสัญญาจ้าง ซึ่งยังว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้คุยกับพี่อ้อยมาก่อนทุกอย่าง แม้การทำสัญญาจะทำผ่านทนายตั้ม รวมถึงเอกสารสัญญาจ้างที่ทำให้พี่อ้อยเซ็น ก็ไม่เคยได้ลายเซ็นของพี่อ้อยกลับมา มีเพียงแค่ลายเซ็นของตนที่เซ็นส่งไปให้ก่อน รวมถึงทนายตั้มขอไฟล์สำหรับแก้ไขได้ให้ส่งกลับมา จึงตั้งข้อสังเกต ว่า จะเอาไฟล์สำหรับแก้ไขไปทำอะไร
ต่อมาทนายตั้มแจ้งว่าจะมีเงินโอนเข้าบัญชีบริษัท 71 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าไม่มี ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทนายตั้มจะแจ้งว่า ลูกค้าขอเลิกสัญญาเพราะเป็นห่วงเรื่องข้อกฎหมาย แต่ท้ายที่สุดรู้ข้อมูลว่าทนายตั้มให้พี่อ้อยโอนเงิน 71 ล้านบาทเข้าบัญชีส่วนตัวของทนายตั้ม ก่อนที่ในวันรุ่งขึ้น จึงได้ไปลงบันทึกประจำวัน สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี เอาไว้เป็นหลักฐาน ว่าได้รับการว่าจ้างจากพี่อ้อย แต่ยังไม่ได้ค่าจ้าง
ต่อมา ทนายตั้มได้ส่งภาพแอปนาคีสีเขียวส่งมาให้ตน และบอกว่าให้ส่งอันนี้ให้พี่อ้อยแทน จะได้ส่งมอบงานได้ตรงตามสัญญา แต่ตนเองปฏิเสธไป จึงไม่ทราบว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทนายตั้มโกรธแค้นตนเองหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าซึ่งในช่วงนี้ได้มีการเปิดคลิปเสียงที่ทนายตั้มได้โทรมาหาน.ส.พจมาน ซึ่งเป็นการยืนยันว่าขณะนั้นนายเขมวัฒน์ มีแอปอยู่แล้ว แต่ทางนายเขมวัฒน์มีการบ่ายเบี่ยงการให้แอปกับทนายตั้ม และมีความพยายามจะให้นายเขมวัฒน์ ส่งแอปนาคีสีเขียวไปให้ ซึ่งนายเขมวัฒน์ ก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือ
น.ส.พจมาน กล่าวว่า หลังจากที่ไม่ได้งานนี้ ทนายตั้ม ก็มีการเสนออีกงานหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นการสร้างโรงแรมให้พี่อ้อยในราคา 154 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของค่าแบบ 9 ล้านบาท โดยเงินถูกโอนเข้าบัญชีของบริษัท ก่อนที่ทนายตั้มจะให้กดเป็นเงินสดออกมาจำนวน 9 ล้านบาท เพื่อไปส่งมอบให้ที่บริเวณศาลสมุทรสาคร โดยตนเองได้ถ่ายรูปนายเขมวัฒน์กับเงินสด 9 ล้านบาทเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน และปักหมุดโลเคชั่นภาพว่าถ่ายหน้าศาล ซึ่งได้มีการแบ่งเงินจำนวน 1 ล้านบาทให้กับภรรยาทนายตั้ม และส่วนที่เหลือก็เอาไปเก็บไว้ที่บ้านทนายตั้ม แต่ต่อมาวันที่ 8 มกราคม 2567 พี่อ้อยส่งหนังสือยกเลิกสัญญาก่อสร้าง จึงปรึกษาทนายตั้ม ก่อนที่ทนายตั้มจะแนะนำว่าให้ร่างสัญญาฟ้องกลับพี่อ้อย เพื่อที่จะนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง แต่ตนเองไม่ทำ
น.ส.พจมาน กล่าวว่า ส่วนคดีฉ้อโกง 39 ล้านบาท ของนายนุวัฒน์ ยงยุทธ หรือ นุ อายุ 34 ปี คนสนิททนายตั้ม และน.ส.สารินี นุชนารถ อายุ 32 ปี ตนเองไปเกี่ยวพันเพราะว่าตนเองเป็นพนักงานธนาคาร นุ ได้โทรศัพท์มาปรึกษา เรื่องการถอนเงิน เลยมีการอธิบายแนะนำเรื่องของการถอนเงินจำนวนมาก ว่า สามารถเบิกได้แต่ต้องแจ้งทางธนาคาร ก่อนรวมถึงต้องแจ้งทาง ปปง. ซึ่งตนเองไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงแต่กลับถูกโยง
ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วประมูลโครงการภาครัฐ ของ AOT เพื่อแลกกับการไปเป็นพยานในคดีรวมถึงได้เงินสดจากพี่อ้อยอีกหนึ่งล้านบาท นายเขมวัฒน์และน.ส.พจมาน ชี้แจงว่า ตนเองมีการเข้าไปทำการอีบิดดิ้งตามขั้นตอนปกติ และไม่เคยได้เลยซักงาน
ส่วนที่ ไปขึ้นเบิกความในชั้นศาล ว่ามีการได้งานของ AOT จำนวน 60 ล้านบาทนั้น บอกว่าตนเองไม่ใช่เป็นผู้ประมูลโครงการดังกล่าว แต่เป็นเพียงกิจการร่วมค้า ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่วนเรื่องเงินสดหนึ่งล้านบาท ที่กล่าวหาว่าตนเองได้รับเงินจากพี่อ้อย จากการไปเป็นพยานให้ รวมถึงได้งานจากพี่อ้อยอีก 2.7 ล้านบาท ยืนยันว่าเป็นเงินจากการขายเสา ที่ตนเองสั่งซื้อมาแล้วเพื่อเตรียมก่อสร้างโรงแรม แต่ถูกเจ๊อ้อยยกเลิกงานก่อน
ส่วนเรื่องฮั้วประมูลที่มีการโยงรองนายกรัฐมนตรีนั้น ในเรื่องนี้ น.ส.พจมาน ชี้แจงว่า รู้จักกับอดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จริง เนื่องจากตนเองเป็นผู้ประกอบการส่งออกผลไม้แปรรูป เช่น ทุเรียน ส้มโอ มะม่วง และท่านก็ให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี ประมูลและแนะนำให้ไปประมูลงานของกระทรวงเกษตร ซึ่งตนเองยื่นประมูลไปสองงาน แต่ไม่ได้สักงาน จึงไม่ใช่การฮั้วประมูลทางการเมืองตามที่ถูกบิดเบือน
ส่วนที่ทนายตั้มจะไปแจ้งความตนเองเรื่องฉ้อโกงเหรียญดิจิทัลนั้น นายเขมวัฒน์ กล่าวว่า เป็นการทำโปรเจกต์เกมออนไลน์ และเหรียญดิจิทัล จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาทนายตั้ม โดยทนายตั้มสนใจและมีการโอนเงินลงทุน 1 ล้านบาท ในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัท โดยจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินดิจิทัลมูลค่าหลายล้านบาท และยังตกลงเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ขึ้น Billboard โฆษณาให้กับโปรเจกต์นี้ด้วย จึงไม่ทราบว่าทำไมจึงเอาเรื่องนี้มาโจมตี ยืนยันว่าโครงการดังกล่าว มีการพัฒนาระบบ มีตัวละคร มีแผนงานรองรับชัดเจน ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่หรือการฉ้อโกงตามที่ถูกพาดพิง อย่าบิดคดีแพ่งเป็นคดีอาญา เพื่อทำลายพยาน
ส่วนเรื่องที่มีการพาดพิงคนในบ้านพระอาทิตย์ รวมถึงอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี รวมถึงการมีแชตยืนยันว่าทางฝั่งของพยานมีการเจอกับอดีต ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ในขณะนั้น โดยน.ส.พจมาน ยอมรับว่าเจอกันที่บ้านพระอาทิตย์จริง แต่ในดังกล่าวเจอเพียงอดีตผบ.ตร. ใส่ขาสั้น สวมรองเท้าแตะ แล้วถือถุงเป็ดพะโล้มาวางไว้ที่บ้านพระอาทิตย์เฉยๆ แล้วเดินออกไป ไม่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับคดีความเลย ส่วนเรื่องอดีต รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่าไม่เจอและไม่รู้จัก
ด้าน น.ส.อัจฉรา กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ทางทีมทนายได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและถอดเทปคำสัมภาษณ์ของทนายตั้ม และจะดำเนินการไปยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอเพิกถอนการประกันตัวทนายตั้มภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ยังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับทนายตั้ม หากมีการพาดพิงมาถึงบ้านพระอาทิตย์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยจะให้รับโทษต่อจากคดีที่ศาลจังหวัดนครพนม ที่ทนายตั้มมีคดีอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการแถลงข่าวมีการนำแชตไลน์ คลิปเสียง เอกสารต่างๆ รวมทั้งภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องมีชี้แจงต่อสื่อมวลชนด้วย