ศาลไฟเขียวแก้รธน.
เลือกตั้งส.ส.ร.
แรงเหวี่ยงใส่ 'ภูมิใจไทย'
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นต่อประเด็นสำคัญว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่ได้ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือ องค์ประกอบของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง ได้เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนต่อคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
สาระสำคัญของการหารือครั้งนี้ ไม่ได้อยู่เพียงแค่เรื่อง “ทำได้หรือไม่ได้” แต่เป็นการตีความขอบเขตของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในเชิงโครงสร้าง ว่าประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้มากน้อยเพียงใด และส่วนใดควรถูกกันออกจากการเลือกตั้งโดยตรง
ภายหลังสัญญาณจากศาลรัฐธรรมนูญถูกส่งออกมา บรรยากาศทางการเมืองในสภาก็เริ่มขยับอย่างรวดเร็ว หลายพรรคการเมืองเร่งเดินหน้าเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกำหนดกลไกที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน โดยมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางกระบวนการในอนาคต
ทั้งนี้ จะมีอยู่พรรคเดียวที่ดูจะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ คือ พรรคภูมิใจไทย หลังจากมีสัญญาณด้วยการระบุความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจถือเป็นคำวินิจฉัยที่จะมีผลผูกพันทุกองค์กรได้ ท่าทีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามของพรรคภูมิใจไทยในการเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร
ถ้ามองไปให้ลึกถึงแววตาของคนในพรรคภูมิใจไทย ก็จะเป็นอันรู้ว่าพรรคสีน้ำเงินไม่ได้อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เลยแม้แต่น้อย เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ตัวเองได้ประโยชน์ในทางการเมืองมากที่สุด แต่ครั้นจะแสดงแบบกำปั้นทุบดินว่าจะไม่สนับสนุนการแก้ไขเลยก็ไม่ได้ จึงเป็นที่มาที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยประกาศว่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่น และการยกเลิกบางประเด็นเกี่ยวกับแผนการปฏิรูปประเทศ
ท่าทีที่ออกมาใครที่อยู่ดาวอังคารก็มองเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังทำทุกทางเพื่อเอาตัวรอด หรือเป็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบเสียไม่ได้ โดยหวังว่าจะเอาเรื่องนี้มาขัดขวางและประวิงเวลาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะที่สุดแล้วพรรคภูมิใจไทยเองย่อมไม่มีทางจะให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไปตัดอำนาจเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินที่กำลังเข้มแข็งอย่างมากในเวลานี้
โดยถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเป็นโมเดลที่มาจากพรรคภูมิใจไทยเป็นสำคัญ ทุกพรรคก็ได้แต่ส่ายหัว เพราะทำอะไรไม่ได้ในเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังจำเป็นต้องพึ่งเสียงของ ส.ว. อยู่ในเวลานี้
สัญญาณที่ออกมาจากศาลรัฐธรรมนูญเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พรรคภูมิใจไทยต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ถูกรุมกินโต๊ะ การเอาตัวรอดจากภาวะฝุ่นตลบในตอนนี้ คงไม่มีอะไรจะทำได้มากไปกว่าการอยู่เฉยๆ แบบท้องไม่รู้ร้อนไปแทน
การนิ่ง การเงียบ และการโยน กำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์ที่พรรคภูมิใจไทยจะเลือกเอามาให้ถูกจังหวะ เพื่อทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญ 2560 อยู่รอดปลอดภัยตราบชั่วลูกชั่วหลาน