เสี่ยเฮ้ง กล้าลุยไฟ
จัดระเบียบทับลาน
คืนที่ดินเพื่อคนจนแท้
นับแต่คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ หรือบอร์ดกรมอุทยาน ภายใต้การนำของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีมติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา เห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ 1.55 แสนไร่ ของอุทยานแห่งชาติทับลาน ให้เป็นที่ดินในความดูแลของ ส.ป.ก.
ผ่านมาหลายวันแล้ว ดราม่าเรื่องนี้ก็ยังไม่จบง่าย กระแสติดแฮชแท็ก #saveทับลาน ยังคงดำเนินต่อไป
ทั้งที่เรื่องนี้ ต้องบอกว่ารัฐมนตรีสุชาติ รัฐบาลและกรมอุทยานฯ ตัดสินใจอย่างกล้าหาญและถูกต้องแล้ว เนื่องจากที่ดิน 1.55 แสนไร่เหล่านั้น เป็นความผิดพลาดในอดีตเองของทางกรมอุทยานฯ
ที่ดันไปประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ครอบทับที่ดินของชาวบ้าน จนต้องมีการสังคายนาให้ใช้แผนที่ฉบับเดียวกัน
ผลก็คือ ที่ดิน 1.55 แสนไร่ เป็นของชาวบ้านที่อยู่มาก่อนการขีดเส้นแนวเขตอุทยานจริงๆ ถือว่ามีความชอบธรรม ที่ชาวบ้านจะได้รับที่ดินเอาไว้ทำกิน ในรูปแบบ ส.ป.ก.
ปัญหาคาราคาซังนานหลายสิบปี ได้รับการปลดล็อกจากมติของบอร์ดกรมอุทยานดังกล่าว
ทั้งนี้ที่ดิน 1.55 แสนไร่ ที่มีการส่งมอบจากกรมอุทยานฯ ไปให้ ส.ป.ก. เป็นที่ดิน 4 กลุ่มจากจำนวนทั้งหมด 5 กลุ่ม
กลุ่มที่ได้รับการปลดล็อกแล้วก็คือ กลุ่ม 1 2 3 และ 5 ยังเหลือกลุ่ม 4 เนื้อที่ 109,000 ไร่ ที่กรมอุทยานยังไม่ปล่อยมือ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาท มีคดีบุกรุกป่า ของรีสอร์ทและนายทุนจำนวนมาก
ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์สิทธิ์อีกนาน 6 เดือน ว่ากรมอุทยาน จะตัดพื้นที่ให้ ส.ป.ก. เช่นเดียวกันกับที่ดิน 4 กลุ่มหรือไม่ หรือจะจัดการออกมาในรูปแบบใด
ที่ดินกลุ่ม 4 นี่แหละ ที่กลุ่มนักอนุรักษ์ เรียกร้องถึงรัฐบาล และกรมอุทยานฯ ว่าจะต้องพิจารณาความถูกต้องกันเป็นรายตัว ว่าจำนวน 5,200 ราย ที่อ้างสิทธิ์เหนือที่ดินกลุ่มนี้ รายไหนเป็นชาวบ้านจริง ๆ รายไหนเป็นนายทุนแฝงตัวมาผ่านนอมินี
เหรียญมีสองด้าน อย่าพิจารณาตัดสินแบบเหมาเข่ง เพื่อสกัดไม่ให้นายทุน เศรษฐี ได้ที่ดินผืนงามไปครอง ซึ่งเท่ากับผิดวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร
ซึ่งประเด็นนี้ ทางรัฐบาลก็นั่งยันนอนยันว่า ไม่ต้องห่วง จะไม่มีนายทุนหน้าไหนเอาที่ดินไปได้ ทุกตารางนิ้วต้องตกเป็นของชาวบ้านผู้ยากไร้ เพื่อทำการเกษตรเท่านั้น
ว่าไปแล้ว การที่คนยากคนจนเสียโอกาส หรือเผชิญกับความล่าช้า ที่จะได้ที่ดินไปทำกิน ก็เพราะดันมีคนรวยเข้าไปแทรกซึม มั่วนิ่มปะปนกับคนจนนี่แหละ
ถ้ารัฐบาลสามารถสกรีนได้ แยกปลาแยกน้ำได้ แยก “คนรวยทิพย์” ออกจาก “คนจนแท้” ได้ ดำเนินนโยบายนี้อย่างโปร่งใส จับต้องได้ กระแสต่อต้านก็คงจะลดน้อยลงไปเอง
คนที่เป็นเหมือนสายล่อฟ้า โดนกระแสสังคมเล่นงานหนักกว่าใคร ก็คือ เสี่ยเฮ้ง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แต่ไม่ว่าใครจะไม่ชอบนายสุชาติอย่างไร ก็ต้องยอมรับว่านายสุชาติทำการบ้านมาดีมาก ในเรื่องการย้ายพื้นที่ของอุทยานทับลาน ให้ไปอยู่ในความดูแลของ ส.ป.ก.
โดยในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา เสี่ยเฮ้ง สามารถพูดถึงรายละเอียดของที่ดินทั้ง 5 กลุ่ม ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยไม่ต้องดูโพย
เสี่ยเฮ้งพยายามทำความเข้าใจกับสังคมว่า มันไม่ใช่การยกพื้นที่ป่าทับลานไปให้ชาวบ้านโดยตรง แต่เป็นการยกไปให้ทาง ส.ป.ก. ดูแล ที่ดินทั้งหมดก็ยังเป็นของรัฐเหมือนเดิม
แถมยังเตรียมทวงคืนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ 89,000 ไร่ กลับมาเป็นพื้นที่อุทยาน เพียงแต่ส่วนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่า คือตรงไหนอย่างไร