xs
xsm
sm
md
lg

วิจารณ์ยับ! ทางการกัมพูชากวาดล้างสินค้าลักลอบนำเข้าจากไทย พ่อค้าเขมรตัวเล็กตัวน้อยเดือดร้อนหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สื่อเขมรวิจารณ์ ปฏิบัติการกวาดล้างสินค้าลักลอบนำเข้าจากไทย มุ่งปราบปรามการนำเข้าของรายใหญ่ หรือผลักภาระไปยังผู้ค้ารายย่อยที่ไร้อำนาจต่อรองกันแน่ พร้อมตั้งข้อสังเกต อาจแค่เอาใจผู้นำ เหมือนกรณีปราบสแกมเมอร์ -พนันออนไลน์


วันที่ 23 มิ.ย. The Cambodianess สื่อกัมพูชา นำเสนอรายงานโดย “ริน อุษา” กรณีทางการกัมพูชาเปิดปฏิบัติการปราบปรามสินค้าลักลอบนำเข้าจากไทย ซึ่งเริ่มต้นจากการตรวจสอบสินค้าเถื่อนตามแนวชายแดน ต่อมาได้ขยายวงไปถึงแผงค้าและร้านค้ารายย่อยในตลาดท้องถิ่น จนนำไปสู่คำถามว่า เจ้าหน้าที่กำลังมุ่งเป้าไปที่ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการลักลอบนำเข้าสินค้า หรือจ้องจะเล่นงานผู้ค้ารายย่อยที่รับของมาขายต่อกันแน่

การปราบปรามดังกล่าวทวีความเข้มข้นขึ้นหลังจาก นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่รักษาการประมุขแห่งรัฐ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ปล่อยให้สินค้าจากไทยยังคงไหลเข้าสู่กัมพูชา แม้จะมีข้อจำกัดด้านชายแดน พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการกับผู้ที่ยังคงลักลอบขนสินค้าจากไทยหลังมีการปิดจุดผ่านแดน

เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเนื้อสัตว์แช่แข็งมากกว่า 200 ตัน ระหว่างการตรวจค้นในเขตแสนสุข แพรกพเนา และฤาษีแกว ของกรุงพนมเปญ

อย่างไรก็ตาม ความสนใจของเจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนจากคลังสินค้าขนาดใหญ่ไปสู่ตลาดท้องถิ่น โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดโชก จังหวัดกำปอต เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสินค้าจากไทยและเรียกดูเอกสารภาษีของสินค้าทั่วไปในชีวิตประจำวัน รวมถึงน้ำตาลทรายด้วย

มาตรการดังกล่าวก่อให้เกิดการถกเถียงว่า ความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายกำลังมุ่งไปที่ต้นตอสำคัญของการลักลอบนำเข้าสินค้า หรือกำลังกดดันผู้ค้ารายย่อยที่แทบไม่มีอำนาจควบคุมแหล่งที่มาของสินค้ากันแน่

นักวิจารณ์จำนวนหนึ่งมองว่า ผู้นำเข้ารายใหญ่และผู้ประกอบการคลังสินค้า ซึ่งมีศักยภาพสูงกว่าในการขนย้ายสินค้าข้ามพรมแดน กลับถูกตรวจสอบน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับหลายฝ่าย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นคำถามว่ากฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียมหรือไม่ และมุ่งเป้าไปยังผู้ที่ขับเคลื่อนการค้าผิดกฎหมายจริงหรือไม่

นายออก เซรย โซเฟียก ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลและกรรมการขององค์กรโปร่งใสนานาชาติประจำกัมพูชา กล่าวว่า การขยายการตรวจสอบไปยังผู้ค้าตามตลาด อาจสร้างภาระที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการรายย่อย

“ผู้ค้ารายย่อยมักซื้อสินค้าจากผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ ดังนั้นสิ่งสำคัญกว่าคือการสืบสวนเชิงลึกเพื่อมุ่งเป้าไปยังผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าไทยรายใหญ่” เขากล่าว

โซเฟียกเห็นว่า ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงปัญหาด้านธรรมาภิบาลในวงกว้าง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐชี้แจงบทบาทและวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบให้ชัดเจน

เขายังระบุว่า ความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนบางส่วนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหารุนแรงมากขึ้นหากความกังวลยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เขาเตือนว่า การตรวจสอบที่ถูกมองว่าเป็นการข่มขู่คุกคาม อาจยิ่งสร้างความวิตกกังวลในสังคม และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการปฏิบัติงาน

ด้านนายเมียส นี นักวิเคราะห์สังคม กล่าวว่า ปฏิบัติการล่าสุดได้จุดกระแสถกเถียงว่า การกวาดล้างเหล่านี้จะต่อเนื่องระยะยาวหรือเพียงมาตรการชั่วคราว

เขาชี้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ไล่ตรวจสอบตั้งแต่สถานบันเทิง KTV ธุรกิจการพนัน ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ไปจนถึงสินค้าจากไทย ภายในระยะเวลาอันสั้น

การดำเนินการเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลจะสามารถรักษาความเข้มข้นของปฏิบัติการเหล่านี้ได้ยาวนานเพียงใด และทั้งหมดมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนหรือไม่

เมียส นี ยังตั้งข้อสังเกตว่า การบังคับใช้กฎหมายหลายกรณีมักเริ่มขึ้นหลังจากมีคำสั่งจากผู้นำระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนมองว่าการกำกับดูแลตามปกติอาจยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

“เมื่อเจ้าหน้าที่ลงมือปฏิบัติหลังได้รับคำสั่งจากเบื้องบนเท่านั้น ผู้คนย่อมตั้งคำถามว่าทำไมปัญหาเหล่านี้จึงไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่แรก” เขากล่าว

ข้อถกเถียงยิ่งร้อนแรงขึ้น หลังเจ้าของคลังสินค้าและบริการขนส่ง L192 ออกมากล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่เขตแพรกพเนา และรองอัยการคนหนึ่งใช้อำนาจเกินขอบเขต ระหว่างการร่วมตรวจค้นสินค้าจากไทยที่ถูกกล่าวหาว่านำเข้าโดยผิดกฎหมายเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน

ในวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Sovina” เจ้าของคลังสินค้าระบุว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวในฐานะศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นไปที่การตรวจสอบสินค้าจากไทยแทน

เธอกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึง 22.00 น. โดยพนักงานให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งการเปิดให้เข้าถึงคอมพิวเตอร์ เอกสาร และข้อมูลต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม เธออ้างว่าในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่กลับกล่าวหาว่าทีมงานของเธอไม่ให้ความร่วมมืออย่างเพียงพอ โดยวิดีโอดังกล่าวซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ถูกลบออกในวันเดียวกัน

ภาคเอกชนเองก็เริ่มแสดงความกังวลต่อกระบวนการตรวจสอบเช่นกัน

กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา และหอการค้ากัมพูชา (CCC) ระบุว่า การตรวจค้นคลังสินค้าบางแห่งดำเนินการโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสม รวมถึงไม่มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับปัญหาที่ภาคธุรกิจเผชิญจากมาตรการด้านการขนส่ง การตรวจสอบคลังสินค้า และการกักสินค้าของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน

ที่ประชุมเห็นพ้องให้เร่งหารือเพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบ และรับประกันว่าการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่มีอยู่

หอการค้ากัมพูชายังเผยแพร่แนวทางปฏิบัติของกรมศุลกากรที่ออกเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎเกณฑ์การนำเข้าสินค้าจากไทย

ตามข้อมูลของกรมศุลกากร สินค้าที่ถูกห้ามนำเข้าในปัจจุบัน ได้แก่ ผัก ผลไม้ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซ LPG และ LNG น้ำมันเตา และเชื้อเพลิงอากาศยาน Jet-A1 ส่วนสินค้าประเภทอื่นยังสามารถนำเข้ากัมพูชาได้อย่างถูกกฎหมาย หากผู้ประกอบการจัดเตรียมเอกสารครบถ้วนและปฏิบัติตามขั้นตอนศุลกากร

อย่างไรก็ตาม ทางการได้แนะนำให้ภาคธุรกิจหลีกเลี่ยงการใช้จุดผ่านแดนทางบกระหว่างกัมพูชาและไทยเป็นเส้นทางนำเข้าสินค้า

ขณะที่การตรวจสอบได้ขยายจากคลังสินค้าไปสู่ตลาดท้องถิ่น การถกเถียงในสังคมกัมพูชาจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องกฎระเบียบด้านศุลกากรอีกต่อไป แต่กลายเป็นคำถามสำคัญว่า ปฏิบัติการครั้งนี้กำลังทำลายเครือข่ายลักลอบนำเข้าสินค้าจริง หรือเพียงผลักภาระหนักที่สุดไปให้กับผู้ที่มีอำนาจต่อรองน้อยที่สุดในระบบเท่านั้น